จบดราม่า! ครูให้เด็กอนุบาลนั่งกินเค้กกับพื้นห้อง แม่พาลูกสาวไปลาออกจากโรงเรียนแล้ว

จากกรณีหญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ภาพลูกสาววัยเพียง 2 ขวบ ถูกครูอนุบาลโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง จับแยกไปนั่งจากกลุ่มเพื่อนๆ ขณะรับประทานอาหารที่โรงเรียน เมื่อสอบถามครูกลับได้คำตอบมาว่า “น้องขอความเป็นส่วนตัวค่ะ” แต่พอถามลูกสาวกลับบอกว่า “คุณครูบอกว่าเวลล์ที่เต็มแล้ว ไม่มีที่นั่ง ประมาณนี้คะ ความรู้สึกของคนเป็นแม่เรารู้สึกว่าลูกเราไม่โกหกคะ อยากให้ทุกคนที่เห็นภาพช่วยแสดงความคิดเห็นกันหน่อยคะ” 14522983_1037448779706294_4478868796932900540_n-1-696x391ล่าสุด คุณแม่รายนี้ได้โพสต์อีกครั้งว่า “ได้ไปคุยกับทางโรงเรียนมาเรียบร้อยแล้วนะคะ ไม่ขอพูดอะไรมาก จากที่บอกว่าจะลบโพสต์ตอนนี้ขอเปลี่ยนใจคะ โรงเรียนมีคลิปจากกล้องวงจรปิดคะ ถ้าโรงเรียนอยากให้โลกรู้ก็ให้นำคลิปมาเผยแพร่คะ เพราะตัวเราเองได้ดูแล้วคะ และลาออกเรียบร้อยแล้วคะ”14495314_1038511336266705_4444929354783704283_nเราขออนุญาตอธิบายรายละเอียดคร่าวๆในโพสต์นี้เป็นโพสต์สุดท้ายนะคะสำหรับเรื่องนี้ จากวันนี้ที่ได้ไปโรงเรียนมา ทางโรงเรียนมีภาพคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดมาให้เราชมคะ ในคลิปที่เราเห็นคือลูกเราเดินไปเดินมาในห้อง ไม่มีเก้าอี้นั่งเหมือนเพื่อนๆคะ และไม่มีเก้าอี้ว่างที่จะให้ลูกเราไปนั่งได้ (จากในภาพดังกล่าว) พอทุกคนได้รับเค้กเสร็จ ลูกสาวเราได้รับเป็นคนสุดท้ายจากพี่เลี้ยง ซึ่งในคลิปไม่มีเสียง%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81แต่พอจะเดาได้ว่าพี่เลี้ยงถามลูกเราว่าจะนั่งตรงไหน ลูกเราชี้ไปตรงที่นั่งดังกล่าวในรูปค่ะ ทางโรงเรียนแจ้งว่าน้องประสงค์จะนั่งตรงนั้นเองคะ เราเลยถามทางโรงเรียนว่า แล้วทำไมไม่มีเก้าอี้ว่างให้ลูกเรานั่งคะ โรงเรียนบอกว่าน้องไม่ยอมนั่งเก้าอี้คะ เราเลยถามต่อว่า แล้วตรงไหนคะเก้าอี้ที่น้องไม่นั่ง ถ้าน้องไม่นั่งเก้าอี้จะต้องว่าง 1 ตัวสำหรับน้อง โรงเรียนบอกว่าอ๋อน้องไม่นั่งเลยยกเก้าอี้ไปเก็บคะ

เราเลยถามต่อว่างันมีคลิปก่อนหน้านี้ที่มีเก้าอี้ให้น้องนั่งแล้วน้องไม่นั่งมีไหมคะ ทางโรงเรียนไม่ได้ให้ดูคลิปต่อคะ มีแค่บางส่วนตอนที่น้องชี้ว่าจะนั่งตรงนั้น จากนั้นเราเลยถามต่อว่าไหนคะที่ว่างสำหรับเก้าอี้ของลูกเราที่นำเก้าอี้ไปเก็บแล้ว ทางเจ้าของโรงเรียนได้แจ้งว่าเก้าอี้มีพอ เก้าอี้ไม่ใช่ปัญหา แต่เด็กเค้าไม่นั่ง (พูดแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา) เราเลยบอกคะ เข้าใจคะว่าเก้าอี้มี แต่ที่นั่งตรงไหนคะที่มีพอที่จะวางเก้าอี้ให้ลูกเรานั่ง ทางโรงเรียนก็ตอบกลับมาอีกด้วยประโยคเดิมๆ (เก้าอี้มีพอ เก้าอี้มี ไม่ใช่ปัญหา) เราเลยบอกกลับไปว่าอันนี้รู้ค่ะ

เราพยายามขอดูคลิปที่แสดงว่ามีเก้าอี้พร้อมให้น้องนั่ง แต่น้องปฏิเสธที่จะนั่ง ตามคำบอกเล่าของโรงเรียน ก่อนที่จะถึงคลิปที่น้องชี้ไปว่าจะนั่งพื้น ตามที่ทางโรงเรียนเอามาให้ดู ก็ไม่สามารถเอาคลิปนั้นมาให้ดูได้ และคำอธิบายที่เราเริ่มงงละคือ ถามเด็กแล้ว เด็กบอกไม่นั่งเลยไม่ยกเก้าอี้มา

ถ้าเด็กบอกจะนั่ง ก็จะเอาเก้าอี้มาให้นั่ง เก้าอี้ไม่ใช่ปัญหา แหะสับสนละ ตกลงเก้าอี้ไม่มีตั้งแต่ต้น หรือมีตั้งแต่ต้นแล้วเอาออก ถ้าทางโรงเรียนอยากจะชี้แจ้ง ก็อยากจะให้นำคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่ให้ชมค่ะ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และให้คนอื่นช่วยแสดงความคิดเห็นกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทางโรงเรียนก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาคะ

เราก็เลยจบคำพูดด้วยการบอกว่าวันนี้มาเพื่อมาขอลาออกคะ ถ้าโรงเรียนคิดว่าทำถูกแล้วก็ไม่เป็นไรคะ วันนี้เราไม่ได้มาเอาเรื่องหรืออะไรคะ จะขอจบแค่นี้ แล้วคิดว่าจะลบโพสต์ให้คะ (แต่ด้วยน้ำเสียง คำพูด กิริยาของคนที่คุณครูเรียกว่านาย) พูดเหมือนลูกเราเป็นคนผิดที่ชี้ไปนั่งตรงนั้นเอง

โดยที่ทางโรงเรียนไม่สามารถเคลียร์ข้อข้องใจเราได้ และหลักฐานที่นำมาแสดงก็ยังคงไม่มีภาพโต๊ะว่างสำหรับลูกเราเลย เราเสียความรู้สึกมากคะ แถมคนที่ขอโทษเราแทนคือครูท่านนึงที่อยู่ในโรงเรียนคะ ขอบคุณครูท่านนี้ค่ะที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

และจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เราอยากขอจบเพียงเท่านี้คะ เพราะเราได้รับรู้ความจริงแล้วและไม่เสียใจที่ได้ลาออกจากโรงเรียนนี้คะ และที่สำคัญดีใจที่ได้ปกป้องความรู้สึกของลูกและได้ทำหน้าที่แม่อย่างดีที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

โค้งสุดท้าย!! เลขเด็ด‘พญาเต่างอย’เกลี้ยง เศรษฐี30ล้านโผล่ซื้อชุดใหญ่-เผยเคยยากจน อึ้งเต่าบริวาร

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากสวน “พญาเต่างอย” บ้านเต่างอย ต.เต่างอย อ.เต่างอย จ.สกลนคร ว่า วันสุดท้ายก่อนที่จะมีการออกผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล มีประชาชนเดินทางมาจำนวนมากกว่าทุกวัน นอกจากนั้นพบว่ามีการนำข้าวของ เครื่องเซ่นไหว้ มาไหว้จำนวนมาก และมีกลุ่มชาวบ้านที่ถือศีล 5 นุ่งห่มขาว มาไหว้ขมาพญาเต่างอย

โดยในช่วงเช้มืดได้มีรถยนต์ตู้โฟล์ค สีดำ วิ่งเข้ามาในบริเวณสวนดังกล่าว จากนั้นมีชายวัยกลางและคณะประมาณ 5 คน เดินลงมาแล้วนำสิ่งของเครื่องเซ่นไหว้ นอกจากนั้นพบว่ามีการนำเต่าตัวขนาดใหญ่มาปล่อยบริเวณท่าน้ำหน้ารูปปั้นพญาเต่างอย เสร็จแล้วเดินมาคุยกับชาวบ้าน ก่อนจะรีบเดินไปซื้อลอตเตอรี่ 1 ชุด แล้วขึ้นรถออกไป%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b21นางวันทนี (สงวนนามสกุล) แม่ค้าขายลอตเตอรี่รายหนึ่งในบริเวณนั้น กล่าวว่า ชายที่ลงมาจากรถ คือ คนที่ถูกหวย 30 ล้าน ก่อนหน้านั้น ฐานะแย่เป็นลูกจ้าง ต่อมาได้มาไหว้พญาเต่างอยถูกหวยรวย 30 ล้าน กลับบ้านไป และทุกครั้ง ใกล้วันหวยออก จะมาทำบุญและไหว้พญาเต่างอยทุกครั้ง ซึ่งมักหลบมาช่วงเช้า ก่อนวันหวยออก งวดนี้เห็นมาซื้อลอตเตอรี่ เลขท้าย 56 จำนวนชุดใหญ่ ทำให้เซียนหวยทราบข่าว ถึงกับแห่ออกมาหาซื้อตามจนเกลี้ยงแผง เพราะคิดว่า จะทำให้มีโชคตามเศรษฐี 30 ล้านดังกล่าว จนทำให้กลุ่มตัวเลขนี้ มีราคาพุ่งใบละ 120 บาท ก็ไม่มีขายแล้ว

นายเกษม เคนะอ่อน ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเต่างอย กล่าวว่า ช่วงนี้มีผู้คนที่เดินทางมาแล้วพบเต่าตามถนนหนทางจำนวนมาก ต่างก็เดินมุ่งหน้ามาที่พญาเต่างอย ชาวบ้านเห็นไม่กล้าจับหรือทำร้าย เพราะคิดว่าเป็นบริวารพญาเต่างอย มาให้โชค หลายคนลงไปจับขึ้นรถ นำมาส่งที่ท่าน้ำพญาเต่างอย ก่อนหน้านี้มีชาวอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา เดินทางมาถึง เข้ามาเพื่อไหว้พญาเต่างอย พบเต่าจำนวนกว่า 10 ตัว เดินทางมุ่งหน้ามาที่เต่างอย จึงลงไปจับ เพื่อนำมาปล่อยที่นี่ และมีอยู่ตัวหนึ่ง เมื่อจับพลิกท้องหงายขึ้นมา พบว่ามีเลข 55 อยู่ที่ท้อง ทำให้ชาวบ้านตลอดจนเซียนหวยนำไปเป็นเลขเด็ดในงวดนี้201609300916515-20021113154942นายบุญเตรียม งอยผาลา นายก อบต.เต่างอย เผยว่า ช่วงนี้แปลก มีเต่าออกมาเพ่นพ่านกันมาก และชาวบ้านก็คิดว่าเป็นบริวารพญาเต่างอย จึงได้ประกาศและแจ้งแก่ผู้พบเห็นว่า อย่าทำร้ายและไล่เต่า ถือเป็นสัตว์นำโชค และในช่วงเช้าๆ จะออกไปบอกชาวบ้านว่า ช่วยกันดูแลและอนุรักษ์ ต่อไปที่ท่าน้ำหน้าสวนพญาเต่างอย จะมีเต่าขึ้นมาให้เห็น และจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่ไม่มีที่ใดเหมือน

“ส่วนตัวเลขงวดนี้ มีชาวบ้านฝันเห็นตัวเลขเหมือนกันและพญาเต่ามาบอก แต่ท่านห้ามไว้ว่าไม่ให้พูด ซึ่งตนก็หาซื้อลอตเตอรี่ไว้เล็กน้อย ซึ่งก็น่าจะตรงกับที่คนรวย 30 ล้านบาท ซื้อลอตเตอรี่ไป เรื่องนี้เป็นเรื่องบุญวาสนา อยู่ที่การทำบุญ ท่านถึงบอกว่า มีบุญก็มีโชค”

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวสวยนั่งดริงก์วงแตก!! ลุยจับสถานบันเทิงดัง เจอทั้งฉี่ม่วง-ยาผิดกฎหมาย ผจก.หนีหมายจับ

นอภ.บางละมุง สั่งปลัดลุยจับสถานบันเทิงชื่อดังพัทยา จับนักเที่ยวฉี่ม่วง 16 ราย พร้อมรวบหนุ่มสาวพกยากล่อมประสาท นอกจากนี้ยังพบผู้จัดการ หนีหมายจับคดี ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เบื้องต้นร้านโดน 6 ข้อหาหนัก พร้อมสั่งปิดถาวร 5 ปี201609290927133-20041019161308เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 29 ก.ย. นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนว่าที่ร้านสิบแปดบวก สถานบันเทิงชื่อดัง ตั้งอยู่ถนนพัทยาสายสาม ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการลักลอบเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดและปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำกว่ากฎหมายเข้าใช้บริการอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงสั่งการให้ เรืออากาศโทภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันปราบปราม นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ สภ.เมืองพัทยากว่า 30 นาย ไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบว่าสถานบันเทิงดังกล่าวยังเปิดให้บริการอยู่ จากการเข้าตรวจสอบพบวัยรุ่นนักเที่ยวราตรีนั่งดื่มกินอยู่กันเป็นจำนวนมาก โดยมีสาวนั่งดริงก์หน้าตาดีกว่า 20 คน นั่งตามโต๊ะค่อยให้บริการเอาใจลูกค้าเพื่อคลายเหงา เจ้าหน้าที่จึงสั่งปิดเพลงพร้อมกับให้อยู่ในความสงบ ตรวจสอบพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 9 คน ไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน 10 คน มีสารเสพติดในร่างกายจำนวน 16 คน และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยาหัวเชื้อถูกทิ้งไว้ตามโต๊ะ โดยไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน201609290927136-20041019161308นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายพีรพัฒน์ ศิริมงคล อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ76/2559 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 ในฐานความผิด “ดูหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน” นายศุภเลิศ โมราวรรณ์ อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาอีรินมินไฟว์จำนวน 13 เม็ด และ น.ส.ศุศรุษา เตี๋ยสกุล อายุ 25 ปี พร้อมของกลางยาอีรินมินไฟว์จำนวน 14 เม็ด ซึ่งยาดังกล่าวผิดกฎหมาย จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ไม่มีการอนุมัติทะเบียนตำรับยาในประเทศ และถือเป็นยาจิตเวช ควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ไม่ควรให้กับคนอื่นรับประทาน โดยหากกินกับเหล้าอาจถึงตาย201609290927134-20041019161308เรืออากาศโทภรศิษฐ์ เผยว่า หลังจากได้รับคำสั่งจาก นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จึงลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง ปรากฏว่ามีการเปิดเกินเวลาปล่อยเยาวชนอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดเข้าใช้บริการ โดยมีแนวโน้มมั่วสุมยาเสพติด และยังทราบว่ามีผู้ต้องหาหนีหมายจับ “ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน” ไปทำงานเป็นผู้จัดการร้านอีกด้วย จึงวางแผนเข้าจับกุมไว้ได้ดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายเทียมศักดิ์ ทักษิณ อายุ 32 ปี นายวิริศพันธ์ ธนัทศิริเดชายศ อายุ 34 ปี นายพีรพัฒน์ ศิริมงคล อายุ 25 ปี ในฐานความผิด 6 ข้อหาหนัก อาทิ ร่วมกัน เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายสุราเกินเวลา ปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ ส่วนผู้ต้องหากระทำความผิดอื่นๆ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะได้ยื่นเรื่องเสนอ นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สั่งปิด 5 ปี สถานบริการดังกล่าว เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่ง ม.44 ของหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติอีกด้วย ทั้งนี้ จึงฝากเน้นย้ำไปยังผู้ประกอบการสถานบริการ หากสถานบริการแห่งใดยังฝ่าฝืนลักลอบกระทำความผิดก็จะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น201609290927138-20041019161308

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ้าสาวไม่กลัวฝน”นั่งเรือฝ่าน้ำท่วม ปีนขึ้นบ้านเจ้าบ่าว เข้าพิธีวิวาห์ชื่นมื่น

เพจ อ้ายจง รายงานว่า ในโลกออนไลน์ของจีน มีการแชร์เรื่องราวของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งที่จัดงานแต่งงานในวันที่ 28 กันยายน ที่อำเภอเหลียนเจียง เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนัก แต่บ่าวสาวคู่นี้ก็ไม่หวั่น แม้น้ำจะมามาก

คู่บ่าวสาวได้นั่งเรือลุยน้ำ ด้วยการช่วยเหลือของครอบครัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาว …แม้ที่บ้านพัก สถานที่จัดพิธีแต่งงานจะถูกน้ำท่วม แต่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ไม่กลัว…ทั้งคู่ได้ปีนขึ้นชั้นสองของที่พัก จนฝ่าฟันอุปสรรคไต้ฝุ่น เข้าพิธีแต่งงานได้สำเร็จ

ที่มา>>>ข่าวสด

คนร้ายแต่งชุดรปภ.งัดตู้บริจาควัดลาดหลุมแก้วฉกเงินสด 3 หมื่น

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ก.ย. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเข้าไปงัดตู้บริจาคที่วัดลาดหลุมแก้ว หมู่ 1 ต.ลาดหลุมแก้ว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบ201609280920586-20050222192603ที่เกิดตุเหตุเป็นหอสวดมนต์โดยมีตู้บริจาคไม้จำนวน 3 ตู้ และตู้เหล็กจำนวน 6 ตู้ โดนคนร้ายยกตู้บริจาคไม้ไปงัดในบริเวณที่เก็บถ้วยชามข้างหอสวดมนต์ จำนวน 3 ตู้ ทิ้งไว้แต่แผ่นทองเหลือง201609280920581-20050222192603จากการสอบถามนายมนัส มีทอง อายุ 54 ปี กรรมการวัด กล่าวว่า จากที่ดูภาพกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายเป็นชายจำนวน 1 คน สวมชุดคล้ายเครื่องแบบรปภ. เข้ามาทางด้านหน้าของหอสวดมนต์ โดยพฤติกรรมเดินวนเวียนอยู่ในหอสวดมนต์เพื่อสำรวจดูสิ่งของ และได้ยกตู้บริจาคที่เป็นตู้ไม้ที่ละตู้ โดยยกไปงัดที่บริเวณที่เก็บถ้วยชาม จำนวนทั้ง 3 ตู้ คาดว่าคนร้ายคงยกตู้บริจาคเหล็กไม่ไหวจึงไม่ได้งัด และคนร้ายได้เงินบริจาคไปไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท เนื่องจากที่วัดไม่ได้เปิดตู้เพื่อเก็บเงินเป็นระยะเวลา 10 วันแล้ว ซึ่งวัดนี้ทางกรรมการวัดจะเข้ามาไขตู้บริจาค เพื่อนำเงินไปจัดงานหล่อรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสในวันพรุ่งนี้แต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน201609280920584-20050222192603ด้านร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐานและดูกล้องวงจรปิด เพื่อที่จะติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี และนำเงินของวัดกลับมาให้ได้เร็วที่สุด201609280920583-20050222192603

ที่มา>>>ข่าวสด

รถทัวร์ กรุงเทพ-เชียงใหม่ หักหลบตกร่องถนน เจ็บระนาว คาดเหตุหมอกจัด

เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.วันที่ 28 ก.ย.59 ศูนย์วิทยุ 191 ภูธร จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำตกร่องกลางถนน บริเวณ กม.ที่ 606-607 ถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) เขตบ้านสองแควตะวันออก หมู่ 9 ต.เถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรีบประสาน ร.ต.อ.อุดม ตาใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เถิน จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.เถิน สมาคมกู้ภัยออมบุญเถิน กู้ภัยเถินบุรี ให้การช่วยเหลือ201609281053555-20080612161324เมื่อไปถึงพบเป็นรถโดยสารสีฟ้า-ขาว ของบริษัทวิริยะทัวร์ สายกรุงเทพ-เชียงใหม่ ทะเบียน 14-0792 กรุงเทพฯ สภาพรถได้ชนเข้ากับเสาไฟกิ่งแล้วเสียหลักพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน โดยข้างๆรถมีผู้โดยสารจำนวนมากกำลังช่วยกันนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถ เจ้าหน้าที่จึงรีบให้ความช่วยเหลือ พาคนเจ็บส่งไปยัง รพ.เถิน รวม 14 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อยและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 12 คน ทาง บริษัททัวร์จึงได้จัดรถตู้มารับไปส่งที่หมายปลายทางต่อไป ส่วนอีก 2 คน เป็นหญิงซึ่งได้รับบาดเจ็บทางกระดูก รพ.เถิน ได้นำส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ลำปาง คือ นางบุญปั๋น ขัตินนท์ อายุ 65 ปี และนางกุ้ยยิง แซ่หมอ อายุ 42 ปี201609281053553-20080612161324จากการสอบสวน นายเจริญ โพนกระโทก อายุ 36 ปี โชเฟอร์รถทัวร์คันดังกล่าว ให้การว่าตนเองได้ขับรถพาผู้โดยสารจำนวน 14 คนมาจากสถานีขนส่งหมอชิตมุ่งหน้าไป จ.เชียงใหม่ ระหว่างที่ขับรถมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งมีรถทัวร์วิ่งตามกันมาสามคัน โดยตนเองได้ขับตามหลังสุด แต่ขณะนั้นรถทัวร์คันที่สอง เกิดเปลี่ยนเลนกะทันหัน ประกอบกับจุดเกิดเหตุมีหมอกลงหนาจัด ทำให้มองเห็นรถคันหน้าไม่ชัดเจน ทำให้ตนต้องหักหลบจึงไปชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน

ที่มา>>>ข่าวสด

กู้ได้ทัน!! พบจยย.ถูกปล้น ซุกป่าที่ระแงะ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงระเบิดแสวงเครื่อง คาดเตรียมทำจยย.บอมบ์

วันที่ 27 ก.ย. เจ้าหน้าที่อีโอดี จ.นราธิวาส เข้าตรวจสอบรถจยย.หลังเจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 45 พบซุกซ่อนในป่าในพื้นที่หมู่ 2 บ้านกลูโฆ ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ นอกจากพบรถจยย.แล้ว ยังพบระเบิดแสวงเครื่องแบบกล่อง พร้อมวงจรระเบิดที่พร้อมทำงาน ถังแก๊สปิกนิกหนัก 10 กก. ปืนลูกซอง 5 นัด 1 กระบอก ซองกระสุนปืนเอเค 47 จำนวน 1 ซอง ลูกระเบิดแบบขว้าง 1 ลูก กล่องวงจรจุดระเบิด 2 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เพื่อตรวจสอบเตรียมขยายผลต่อไป201609271102363-20050625124732สำหรับรถจยย.คันดังกล่าว จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นของนางสุวรรณา พรหมกา ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิตในพื้นที่อำเภอระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา และคนร้ายได้นำรถจยย.หลบหนีไปด้วย โดยมีการเปลี่ยนสีรถจยย. จากสีขาวแดง-ดำ เป็นสีดำ-แดง เพื่อหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่201609271102366-20050625124732อย่างไรก็ตามการเข้าตรวจสอบในพื้นที่เป้าหมายครั้งนี้ พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผบ.ฉก.ทพ.45 กล่าวขอบคุณประชาชนในพื้นที่ที่มีการแจ้งเบาะแส จนเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ตรงจุด สามารถลดการก่อเหตุจากกลุ่มก่อความไม่สงบได้ ลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงเข้ากลางอก!! เมียนั่งตายสยองคาบ้าน ผัวหึงเล่นเฟซบุ๊ก แม่สุดช็อกเห็นลูกสาวถูกฆ่าต่อหน้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท.อุทัย ยอดราช รอง สว.(สอบสวน) สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตาย 1 ศพ บาดเจ็บ 1 คน ที่บ้าน หมู่ 6 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล รับแจ้งแล้ว จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก. พ.ต.ท.ปรัชญา จันทร์สมวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุชาติ มีชัย สวป.  แพทย์เวร รพ.สิชล และหน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ้งสิชลรีบรุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงบ้านดังกล่าวในห้องโถงเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ นางปิยะภรณ์ ธรรมมิกะกุล อายุ 33 ปี อยู่บ้านที่เกิดเหตุ นั่งพิงตู้โชว์เลือดท่วมตัว อยู่ในชุดนุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อยืดคอปกสีชมพู สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. เข้ากลางหน้าอก 1 นัด ใกล้กันพบร่างนายพรชัย ธรรมมิกะกุล อายุ 35 ปี สามีของผู้ตาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าศีรษะจำนวน 1 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงรีบนำส่ง รพ.สิชล เพื่อช่วยชีวิต

 ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ตกอยู่บนพื้นบ้าน จำนวน 1 กระบอก มีร่องรอยยิงไปแล้วจำนวน 2 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยมีนางอัตรา ช่างทอง มารดาของนางปิยะภรณ์ อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุการณ์และอยู่ในอาการตกใจสุดขีด

จากการสอบปากคำนางอัตรา ให้การว่า ทราบว่า นายพรชัย ลูกเขย ทำงานเป็นช่างเชื่อมรับทำหลังคาโครงเหล็กรายใหญ่ใน อ.สิชล ส่วนนางปิยะภรณ์ ลูกสาวเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าที่ตลาดสำเพ็งสิชล ใน อ.สิชล อยู่กินกันมานานหลายปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุขณะที่นางปิยะภรณ์ ผู้ตายเตรียมตัวจะออกจากบ้านไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดสำเพ็งสิชล ปรากฏว่านายพรชัย สามีได้มาหาแล้วเข้ามาพูดคุย หาว่านางปิยะภรณ์ มีชายอื่นมาติดพัน ทำให้ทั้ง 2 มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนนายพรชัย ซึ่งอยู่ในอาการหึงหวง และโกรธจัดได้ชักอาวุธปืนที่พกมายิงใส่นางปิยะภรณ์ เข้าหน้าอก 1 นัด ตายคาที่ ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองจนฟุบได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบในเวลาต่อมา

ด้าน พ.ต.อ.โชคดี เผยว่า สาเหตุ มาจากความหึงหวง ซึ่งนายพรชัย ระแวงว่านางปิยะภรณ์ ผู้ตายไปมีชายอื่น และเคยมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ ครั้งล่าสุดด้วยความหึงหวงมาหลายครั้งแล้ว นายพรชัย กับนางปิยะภรณ์ ผู้ตายมีปากเสียงกันเรื่องที่ผู้ตายเล่นเฟซบุ๊กคุยกับชายคนหนึ่ง ก่อนนายพรชัย จับได้และทำลายโทรศัพท์มือถือของนางปิยะภรณ์ พังไป 1 เครื่อง เพราะความหึงหวง กระทั่งมาก่อเหตุสยองดังกล่าว

อย่างไรก็ตามอาการของนายพรชัย ยังสาหัส อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางตำรวจได้อายัดตัวไว้ดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว ส่วนศพผู้ตายหลังจากชันสูตรเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก! ไฟสายไฟฟ้าหน้าตลาดหนองบัว ชาวบ้านวิ่งหนีอลหม่าน

เมื่อเวลา 10.37 น. วันที่ 26 ก.ย. เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ที่บริเวณสี่แยกตลาดหนองบัว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำรถดับเพลิงของเทศบาลนครอุบลราชธานี จำนวน 2 คัน เข้าตรวจสอบพบเพลิงไฟกำลังลุกไหม้สายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่ระโยงระยางไปมาบนบริเวณเสาไฟฟ้า ที่สี่แยกไฟแดงฝั่งตลาดหนองบัว14433092_1074181339371836_9086846383150432100_n-1จุดที่ไฟไหม้สูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร และยังอยู่เหนือตู้ยามของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรแค่ 1.50 เมตรเท่านั้น พนักงานที่ร้านจำหน่ายแว่นตาแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุแค่ 5 เมตร และผู้ใช้รถที่กำลังสัญจรไปมาต่างแตกตื่นวิ่งหนีกันอลม่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองอุบลราชธานีได้ปิดเส้นทางจราจร 1 เลน และกันรถออกห่างจากจุดไฟไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลา 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ14469547_1074181409371829_4081778758429129077_nด้านเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอุบลราชธานี ได้เข้าตรวจสอบพบว่าจุดที่เกิดไฟฟ้าลัดลงจร เนื่องจากจุดดังกล่าวมีสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลจำนวนมากพันกันอยู่ ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากสายไฟบางเส้นมีสภาพที่เก่าและเกิดการชำรุดจึงเกิดไฟฟ้าลัดวงจรนขึ้นมา14441034_1089912744455197_1574900691711070863_nจากการสอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมาได้เห็นว่าจุดดังกล่าวเกิดไฟฟ้าช็อร์ต มีตะกอนสีขาวหล่นลงมา และก็หายไปจึงไม่ได้สนใจอะไร แต่จุดนี้ถือว่ามีความเสี่ยงเนื่องจากมีสายไฟต่างๆจำนวนมากพันกันไม่เป็นระเบียบ

ที่มา>>>ข่าวสด

จอดปิกอัพ-จยย.ล้างกันกลาง”น้ำตกโบกลึก”แหล่งท่องเที่ยวดังอุบลฯ

เพจ อุบลวันนี้ รายงานว่า ที่นี่ อ.ศรีเมืองใหม่ สถานที่เที่ยว ใกล้ น้ำตกโบกลึก ที่นี่ คือ #เเก่งสาวน้อยอาบน้ำ แต่ภาพที่ไม่น่าดูคือ มีรถยนต์ เเละรถมอไซค์ ลงไปล้าง14424857_1074224302700873_5598251261464909889_oทำให้คนที่จะลงเล่นไม่กล้าเล่นเลย มีคนไปเล่นเยอะ เเต่ก็ทำเฉย ไม่ขยับรถออก ฝากด้วยครับผม คือไม่อยากให้สถานที่ท่องเที่ยวมาเป็นที่ล้างรถ14409597_1074224279367542_2807860741136138281_oสำหรับน้ำตกโบกลึก ตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงหมายเลข 2135 เพียง 2 กิโลเมตร พื้นที่น้ำตกตั้งอยู่ในบริเวณบ้านใหม่ดงสำโรง ตำบลนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่ ทั้งนี้น้ำตกโบกลึกเกิดจากลำห้วยสูบที่ไหลมาจากภูสูบไหลลดหลั่นลงมาชั้นๆ เกิดการกัดกร่อนของกระแสน้ำจึงทำให้เกิดโบกขนาดใหญ่

ที่มา>>>ข่าวสด