“จ๋า”นำศพ”น้องจูน”มุ่งหน้าไปห้างดัง เพื่อทำพิธีเชิญวิญญาณตรงจุดโดดตึก

จากเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อ”น้องจูน”กอปรบุญ หรือจูน ทองมี อายุ 32 ปี น้องสาวของวีเจสาวชื่อดัง “จ๋า”ณัฐฐาวีรนุช ทองมี กระโดดลานจอดรถอาคารที่ 3  ชั้น 10 บริเวณห้างสรรพสินค้า เมเจอร์รัชโยธิน กทม. เสียชีวิต เมื่อบ่ายวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่พบจดหมายลาตายและทรัพย์สินของผู้ตายวางไว้ที่จุดเกิดเหตุ  ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่นิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ “จ๋าณัฐฐาวีรนุช พร้อมด้วยคุณพ่อ และญาติพี่น้องได้เดินทางไปรับศพ “จูนกอปรบุญ น้องสาวที่เสียชีวิต โดย “จ๋า”ณัฐฐาวีรนุช พร้อมด้วยคุณพ่อได้เข้าไปไหว้ศาลพระพรหมด้านหน้า ซึ่ง “จ๋า”ณัฐฐาวีรนุช ได้ร้องไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า จนคุณพ่อต้องเข้าไปโอบปลอบ จากนั้นทั้งหมดได้ไปรอรับศพ “จูน”กอปรบุญ  โดยญาติพี่น้องจะนำศพ “จูน”กอปรบุญ  ไปตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน) ศาลา 15 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่แต่งหน้าศพน้องจูนแล้ว จ๋าพร้อมด้วยพ่อและแม่เข้าไปดูหน้าน้องสาวก่อนบรรจุลงโลงศพ ซึ่งจ๋าร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ จากนั้นได้เคลื่อนศพน้องจูนขึ้นรถตู้ เดินทางไปที่ห้างเมเจอร์รัชโยธิน ไปจุดที่น้องจูนกระโดดอาคารจอดรถเสียชีวิต เพื่อทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ ก่อนนำศพไป “จูน”ไปตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน) ศาลา 15 

ที่มา>>>ข่าวสด

หวาดเสียว! โคมไฟถ.ศรีนครินทร์ห้อยโตงเตงอันตราย หวั่นหล่นใส่รถวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไข

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เส้นทางบนถนนศรีนครินทร์ ทั้งขาเข้า-ออก พบเห็นโคมไฟส่องสว่างชำรุด ช่วงทางแยกออกถนนพระราม 9 ก่อนถึงรพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ มีโคมไฟส่องสว่างที่อยู่เกาะกลางถนน ห้อยลงมาทั้ง 2 ฝั่ง เป็นที่น่าหวาดเสียวของผู้ใช้ถนน เกรงว่าตกลงมาถูกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่แล่นผ่าน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน เพราะปริมาณการใช้รถบนถนนเส้นนี้ในแต่ละวันนับหมื่นคัน

ที่มา>>>ข่าวสด

เหยื่อแผ่นดินไหวอิตาลีพุ่ง 159 ศพแล้ว เจ็บเกือบ 400 เร่งกู้ชีวิตคนติดใต้ซาก

   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.2 แมกนิจูดทางตอนกลางของอิตาลี ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างใน 3 แคว้นคืออุมเบรีย ลาซิโอ และมาร์เกว่าล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงถึง 159 ศพและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 368 ราย โดยพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 86 รายที่เมืองอามาตริเซ จังหวัดริเตอิ แคว้นลาซิโอ ซึ่งนายเซอร์จิโอ ปิรอซซี นายกเทศมนตรีเมืองอามาตริเซ ระบุว่าพื้นที่ 3 ใน 4 ของเมืองถูกทำลายลงทั้งหมด ทั้งนี้ เชื่อว่ายังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ถูกฝังอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง ขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้ที่ยังอาจจะรอดชีวิตโดยมีการระดมกำลังทั้งเครื่องมือยกสิ่งของขนาดใหญ่และขุดค้นด้วยมือเปล่าตลอดทั้งคืนด้านนายกรัฐมนตรีอิตาลีออกมาให้สัญญาว่าจะไม่มีครอบครัวใดและเมืองใดๆ ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ที่มา>>>ข่าวสด

สงสัยดญ.ป.6 วิ่งตอนเที่ยงทุกวัน-หอบข้าวโรงเรียนกลับบ้าน ครูตามไปดูอึ้ง!!

 โชคชะตาชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณอย่างพ่อแม่ได้ อย่างที่จังหวัดอุดรธานี พบชีวิตสุดรันทด น้องวิม วัย 12 ขวบ เด็กหญิงยอดกตัญญู ชีวิตเหมือนหนังดังเรื่องวัลลี ต้องขอกับข้าวโรงเรียนไปให้แม่กินและคอยดูแลแม่ที่ป่วยเป็นโรคความดัน เบาหวานขึ้นตาและไตวาย เช้า กลางวัน เย็น ต้องวิ่งกลับบ้านไปฟอกไตให้แม่ เจ้าตัวไม่ท้อโชคชะตาฝันอยากเป็นพยาบาลมาดูแลแม่ที่ป่วย วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

ชีวิตสุดรันทดเด็กหญิงยอดกตัญญู น้องวิม วัลลี  ไปโรงเรียนต้องขอกับข้าวโรงเรียนและกลับมาดูแลแม่ที่ป่วยสารพัดโรค วันๆ หนึ่งต้องวิ่งกลับบ้านไปฟอกไตให้แม่ถึง 4 ครั้ง ครูไปเยี่ยมบ้านถึงกับอึ้งภาระเกินวัยวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ โดยเรื่องราวของเด็กหญิงยอดกตัญญูเหมือนหนังดังวัลลี ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุดรธานีว่า มีเด็กน้อยยอดกตัญญูที่ต้องดูแลแม่ป่วยสารพัดโรค จึงได้เดินทางไปที่โรงเรียนชุมชนบ้านหนองเม็ก ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โดยที่ห้องชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบกับ ด.ญ.วิมพ์วิภา ดาลพงษ์ อายุ 12 ขวบ หรือ น้องวิม กำลังเรียนหนังสือกับเพื่อนๆ ภายในห้องเรียน และวันนี้เพื่อนๆ ต่างใส่ชุดดลูกเสือเนตรนารีมา แต่น้องวิมไม่ได้ใส่ เพราะกระโปรงชุดเนตรนารีขาดและมีตัวเดียว

โดยน้องวิม บอกว่า แม่ป่วยเป็นโรคไตวาย ต้องให้ยา 4 ครั้งต่อวัน หกโมงเช้า เที่ยง ห้าโมงเย็น และรอบสุดท้าย สี่ทุ่ม เป็นหน้าที่ของพ่อและคอยช่วยเหลือเมื่อแม่เรียก แต่ก็ไม่ขาดเรียน เวลาไปเรียนหนังสือตอนเที่ยงต้องกลับมาให้ยาฟอกไตให้แม่ หากไม่มีเงินก็จะขอคุณครูขอกับข้าวที่โรงอาหารมาให้แม่ด้วย บางวันก็ไม่ได้นอน เมื่อแม่มีอาการกำเริบของโรคทั้งโรคเบาหวานขึ้นตาและไตวาย แต่ก็ไม่ท้อชีวิตมีความฝันโตขึ้นอยากเป็นพยาบาลเพื่อมาดูแลแม่

สำหรับเรื่องราวของน้องวิมได้รับการเปิดเผยขึ้นจากคุณครูบุญเลี้ยง ขันตี ครูประจำชั้นป.6 โรงเรียนบ้านหนองเม็ก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า โรงเรียนได้เริ่มจัดโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนโดยแต่ละเดือนจะหมุนเวียนไปเยี่ยมบ้านของนักเรียนแต่ละชั้น เพื่อถามสารทุกข์สุกดิบและสภาพความเป็นอยู่ และเมื่อมาถึงบ้านของน้องวิม ก็พบว่าอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ แต่พ่อเป็นชาวกัมพูชาถือบัตรสีชมพูมีอาชีพขายไส้กรอกเลี้ยงครอบครัว แต่ละวันต้องออกไปขายไส้กรอกตั้งแต่เช้ากลับบ้านก็เกือบห้าทุ่ม มีรายได้เพียงวันละไม่ถึง 300 บาท เพื่อมาเลี้ยงครอบครัว ส่วนแม่ของน้องวิม คือ นางวริชย์ ดาลพงษ์ อายุ 43 ปี ป่วยหลายโรคทั้งโรคความดัน เบาหวานขึ้นตา และโรคไตวาย อยู่บ้านคนเดียว บางวันลูกศิษย์มาโรงเรียนสาย บางวันก็ไม่มีเงินมาโรงเรียน ต้องขอกับข้าวโรงเรียนไปให้แม่ตอนเที่ยง และต้องคอยปรนนิบัติในการป้อนข้าว เข้ายาฟอกไตให้แม่วันๆ หนึ่ง จะทำ 4 ครั้ง คือ ตอนเช้าก่อนมาโรงเรียน ตอนเที่ยง ตอนเย็น และตอน 4 ทุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นภาระที่หนักอึ้ง สำหรับเด็กหญิงตัวแค่นี้ เห็นแล้วน่าสงสาร เพราะน้องวิมมีความประพฤติที่ชอบช่วยงานกิจกรรมโรงเรียน และมีความกตัญญูแม่ การเรียนอยู่ในระดับดี สนใจการเรียน

แต่เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจนและมีลูกสาวคนเดียว จึงต้องไปคอยดูแลแม่ที่ป่วยสารพัดโรค เห็นความฝันของน้องและความประพฤติที่เป็นเด็กดี จึงอยากให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือครอบครัวและเรื่องการศึกษาในอนาคต สำหรับผู้ใจบุญ หากต้องการช่วยเหลือน้องวิม สามารถบริจาคเงินได้ที่บัญชีธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 020138854052 บัญชี ด.ญ.วิมพ์วิภา ดาลพงษ์ หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่ โรงเรียนชุมชนบ้านหนองเม็ก โทร 042 239028

ที่มา>>>ข่าวสด

ภาพชุดจุใจ! พระเอกหนังจีน”เจ้าเหวินจั๋ว”ควงเมียท้องแก่เปลื้องผ้าถ่ายนู้ดสุดแซ่บ

เว็บไซต์ ซีนา ของฮ่องกงรายงานว่า เจ้า เหวินจั๋ว พระเอกหนังจีนกำลังภายในวัย 44 ปี และจาง ตันลู่ ภรรยาวัย 36 ปี ที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอด ควงคู่ถ่ายรูปนู้ดต้อนรับลูกคนที่ 3 ซึ่งจะคลอดกลางเดือนก.ย.นี้ หลังจากทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อปี 2549 โดยมีลูกสาววัย 9 ขวบ และลูกชายวัย 5 ขวบเป็นพยานรัก 

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดพ่อญี่ปุ่นแทงลูกชายวัย 12 ดับ โกรธไม่ยอมไปติวสอบเข้าโรงเรียนชั้นนำ

เอเอฟพีรายงานวันที่ 23 ส.ค. ว่า  ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมนายเคนโงะ ซาตาเกะ พนักงานขับรถบรรทุก วัย 48 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำครัวแทงถูกหน้าอก ด.ช.เรียวตะ ลูกชายวัย 12 ขวบ จนเสียชีวิต หลังจากด่าว่าลูกไม่ไปเรียนติวเข้มเพื่อสอบเข้าศึกษาในโรงเรียนแห่งใหม่ที่เป็นโรงเรียนชั้นนำของเอกชนภาพจาก news.nifty.com

เหตุเกิดวันที่ 21 ส.ค. ที่เมือนาโงยะ จังหวัดไอจิ  นายซาตาเกะให้ปากคำกับตำรวจว่า ทะเลาะกับลูกชายที่ไม่เรียนติวเข้ม ทั้งที่ใกล้ถึงวันสอบเข้าโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จึงบันดาลโทสะ และพลั้งมือ เด็กถูกนำส่งโรงพยาบาลจากนั้น แต่ไม่ทันการเพราะเสียเลือดมาก รายงานระบุว่า ในช่วงเกิดเหตุแม่เด็กอยู่ที่ทำงาน ส่วนเพื่อนบ้านเผยว่า ได้ยินเสียงพ่อของของครอบครัวนี้มักดุด่าเรื่องการเรียนของลูกชายเป็นประจำ

ทั้งนี้ การแข่งขันเข้าเรียนในโรงเรียนชั้นนำในญี่ปุ่นนั้นเข้มข้นและตึงเครียด เพราะคนเชื่อว่าการได้เข้าโรงเรียนดีๆ จะมีผลต่ออนาคตของเด็ก

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวนักกีต้าร์อนาคตไกล ประกาศขายกีต้าร์ทุกตัวระดมทุนหาเงินรักษาแม่ป่วยหนัก

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์เรื่องราวทั้งเศร้าและประทับใจในคราวเดียวกัน เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก Irin Prechanvinit หรือ พิว ไอริณ ปรีชาญวินิจ ซึ่งเธอเป็นสาวนักดนตรีประเภทกีต้าร์คลาสสิกแนวแทมโพลารี่ เริ่มเล่นกีต้าร์มาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ หลังจากนั้นก็เดินทางสายดนตรีมาตลอด ก่อนได้ทุนไปศึกษาต่อที่ยุโรป และเธอได้รับการติดต่อเพื่อเซ็นสัญญากับค่ายเพลงในประเทศอังกฤษแต่ความฝันที่จะเดินทางไปทัวร์รอบโลกพร้อมกับคุณแม่กับพังทลายลงเมื่อครอบครัวทราบว่า คุณแม่ของเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดชนิดพิเศษที่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เรื่องราวของเธอถูกโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมกับการประกาศขายกีต้าร์ทุกตัวที่มี เพื่อหาทุนรักษาคุณแม่ โดยเธอระบุว่า “ขายกีตาร์ทุกตัวค่ะ รอมมิค/ซาโตะ/อีไม/ยามาฮ่าเเกรนด์คอนเสิร์ต/เฟนเดอร์เทเลคาสเตอร์ ระดมทุนซื้อยารักษาเเม่ สนใจตัวไหนติดต่ออินบ๊อกมาได้เลยนะคะ มาลองที่บ้านได้เลยค่ะ รักมากๆโดยเฉพาะรอมมิคกับซาโตะ ผ่านอะไรกันมาเยอะเหลือเกิน เเต่ว่าไม่เสียดายเพราะว่ากีตาร์ใหม่หาซื้อได้เเม่ใหม่หาซื้อไม่ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”

 

ที่มา>>>ข่าวสด

“เพรียงทะเล”ในไม้โกงกาง ว่ากันว่าอร่อยกว่าหอยนางรม กินเป็นยาโด๊ป

แชร์ว่อนภาพ”เพรียง“ที่ว่ากันว่าอร่อยกว่าหอยนางรม โดยเป็นภาพที่แชร์โดยคุณชนากานต์ มณีขัติย์ เป็นภาพขณะชาวบ้านผ่าไม้โกงกางแล้วพบตัวเพรียงทะเล โผล่ออกมาจากภายในท่อนไม้เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าของภาพระบุว่า “เขาว่าอร่อยกว่าหอยนางรม ตัวเพรียง อาศัยตามไม้โกงกาง” สำพรับ เพรียง หรือ Shipwarm ลักษณะพิเศษ เพรียงเป็นสัตว์ประเภทหอยสองฝาที่เจาะไชไม้ และอาศัยอยู่ในเนื้อไม้ ลำตัวสีค่อนข้างขาวขุ่น เปลือกมี 2 ฝา สีขาว ขนาดสั้นกว่าลำตัวมาก จึงคลุมเฉพาะส่วนต้นของลำตัวที่เหลือเป็นหลอดเป็นหินปูนบาง ๆ หุ้มไว้บริเวณผิว เนื้อไม้จะมีรูปเป็นรูรีเล็ก ๆ จะมีท่อน้ำ และ Pattet โผล่มาเหนือรูเป็นทางน้ำเข้าออก (ชาวบ้านจะมองรูที่เป็นทางน้ำเข้าออกนี้เองเป็นสัญลักษณ์ว่าไม้ท่อนนั้นมีเพรียงอาศัยอยู่) เพรียงอาศัยอยู่ทั้งน้ำเค็มและน้ำกร่อย พบทั่วไปทั้ง 2 ฝั่งอ่าวไทย เช่น ตราด จันทบุรี และสงขลา พบมากในไม้โกงกาง และไม้ตะบูน ซึ่งอยู่บริเวณป่าชายเลน (ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://kanchanapisek.or.th/) โดยที่จันทบุรีมีการเพาะเลี้ยงเพรียงทะเลขาย มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 800-1,000 บาท ชาวบ้านนิยมนำบริโภคกันสดๆ เพราะเชื่อว่าเป็นยาโด๊ป ทำให้ร่างกายแข็งแรง ส่วนพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อจะนิยมนำไปทำอาหารจานโปรด เช่น ทอดกรอบ ผัดเผ็ด หรือลวกจิ้มขายตามร้านอาหาร สำหรับวิธีการเลี้ยงเพรียงทะเล ตัดไม้เก่า เช่น ไม้โกงกาง ไปวางแช่น้ำยังจุดที่มีน้ำทะเลท่วมถึง ตัวเพรียงก็จะเข้ามาอาศัยเจาะรูกินเนื้อไม้เป็นอาหาร เมื่ออายุประมาณ 1 ปี ตัวเพรียงก็จะโตเต็มที่ และเก็บขายได้ โดยไม้ 1 ท่อน จะได้เพรียงทะเล 10-20 กิโลกรัม

ที่มา>>>ข่าวสด

ตะลึง! ต้นกร่างยักษ์ปกคลุมศาลเจ้าอายุ 300 ปีที่ท่ามะกา มีรากรูปร่างคล้ายช้าง”โผล่กลางต้น

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายสมศักดิ์ วงษ์ศีล อายุ 57 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหวายเหนียว หมู่ 1 ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี แจ้งว่า รากของต้นกร่างยักษ์อายุหลายร้อยปี ที่ขึ้นปกคลุมศาลเจ้าตึกในโพรงไม้ มีลักษณะคล้ายหัวลูกช้างน้อย มีงวง ตา ปาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ  พบต้นกร่างดังกล่าวมีลำต้นขนาดใหญ่วัดรอบได้ 22 เมตร ประมาณ 17 คนโอบ ลำต้นสูงประมาณ 3 เมตร มีกิ่งก้านสาขาขนาดใหญ่แผ่คลุมพื้นที่กว้างประมาณ 1 ไร่ ใต้ฐานของรากต้นกร่างเป็นศาลเจ้าตึก สิ่งศักดิ์ที่ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวตำบลหวายเหนียว และจังหวัดกาญจนบุรี โครงสร้างทำด้วยอิฐมอญ ซึ่งคาดว่าสร้างขึ้นมาจากฝีมือของพ่อค้าชาวจีน ในยุคสมัยก่อน ชาวบ้านเชื่อว่ามีอายุไม่น้อยกว่า 300 ปี  โดยรากของต้นกร่างหล่อหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับศาลเจ้าตึกในโพรงไม้จนแยกออกจากกันไม่ได้ สำหรับศาลเจ้าหน้าที่ถูกสร้างให้หันหน้าไปทางทิศเหนือติดกับแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งบรรยากาศร่มรื่นเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับการมาไหว้ศาลเจ้าและนั่งพักผ่อนริมแม่น้ำแม่กลองเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ชาวบ้านในพื้นที่รวมทั้งเด็กๆนักเรียน ได้อาศัยช่วงวัดหยุดสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเก็บกวาดเพื่อความสะอาด

อีกทั้งยังพบว่ามีบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำอาหารและผักผลไม้มากราบไหว้บนบานศาลเจ้าตึกอย่างต่อเนื่อง สำหรับศาลเจ้าตึกในโพรงไม้แห่งนี้มีชาวบ้านมาขอพรเพื่อให้ตนเองและครอบครัวมีโชคลาภ  ซึ่งก็สมหวังกันแทบทุกราย ยิ่งทำให้ศาลเจ้าตึกในโพรงไม้มีชื่อเสียงโด่งดังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  แต่สิ่งที่ชาวบ้านไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนคือรากของต้นกร่างยักษ์ที่ขึ้นปกคลุมศาลเจ้าตึกที่อยู่ทางทิศใต้ หรือด้านหลังศาลเจ้าตึก มีอยู่หลายรากด้วยกัน ซึ่ง 1 ในนั้นมีลักษณะคล้ายกับหัวของลูกช้างน้อยที่โผล่ออกมาให้เห็นได้อย่างเด่นชัด โดยมีทั้งส่วนของหัว ส่วนของงวงที่ยื่นออกมารวมทั้งดวงตาขนาดเล็ก และปาก ยิ่งใช้สายตาจ้องนานเท่าไหร่ รากดังกล่าวก็ยิ่งเหมือนช้างมากขึ้นไปทุกที

นายสมศักดิ์ วงษ์ศีล สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหวายเหนียว หมู่ 1 และเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าตึกในโพรงไม้ กล่าวว่า ตนดูแลศาลเจ้าตึกแห่งนี้มานานหลายปี แต่ไม่เคยสังเกตดูรากของต้นกร่างมาก่อนเลย และเมื่อไม่นานมานี้เอง ขณะที่ตนกำลังเดินเล่นอยู่นั้น สายตาก็ได้ไปสะดุดกับรากต้นกร่างลักษณะแปลกตา จึงหยุดนิ่งแล้วมองจ้องเข้าไปที่รากแบบไม่กระพริบตา จึงรู้ว่ามีลักษณะเหมือนหัวของลูกช้างน้อยที่โผล่ออกมาจากศาลเจ้าตึก หลังจากชาวบ้านทราบข่าวก็ได้เดินทางมาดูกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่นได้ถ่ายภาพเอาไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย จุดนี้ตนมองว่า จะสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และหากหน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุน จะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้จากการขายพืชผลทางการเกษตรได้อีกทางหนึ่งด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

โผล่อีก!อดีตหนุ่มโรงงานป่วยโรคประหลาด แมลงผุดออกจากผิวหนังทั่วตัววอนหมอช่วยรักษา

 เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายบุญหนา กันหาเขียว อายุ 59 ปี และนางบุญรวม กันหาเขียว อายุ 56 ปี ว่าลูกชายซึ่งเป็นอดีตพนักงานโรงงานป่วยเป็นโรคประหลาด มีแมลงโผล่ออกมาตามผิวหนังเป็นตุ่มใส่ๆ ทั่วร่างกาย จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านเลขที่ 231 บ้านผือ หมู่ 17 ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ พบนายสุวัฒน์ชัย กันหาเขียว อายุ 36 ปี อดีตหนุ่มโรงงานป่วยโรคประหลาดรายนี้ นายบุญหนา บิดานายสุวัฒน์ชัย กล่าวว่า หลังจากที่นายสุวัฒน์ชัย ไปทำงานรับจ้างอยู่โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ดังแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี มานานกว่า 15 ปี และปัจจุบันออกจากงานกลับมาอยู่ บ้านที่จ.ชัยภูมิ ซึ่งเมื่อช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดมีอาการล้มป่วยเป็นโรคประหลาด มีตุ่มใสโผล่ขึ้นไปทั่วตามร่างกาย และจะมีแมลงตัวเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็ม ทั้งสีขาวและดำ จำนวนมากโผล่ออกมาจากผิวหนังตามร่างกายไปทั่ว และจะมีอาการทรมานทั้งเจ็บและคันอย่างรุนแรง เมื่อเวลาแมลงดิ้นอยู่ภายในผิวหนังตามร่างกายตาม และโผล่ออกมาต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ตนจึงพาลูกชายไปหาหมอเพื่อจะช่วยรักษาไปทั่วทั้งเจ้าหน้าที่อนามัยประจำตำบล และรพ.ชัยภูมิ ก็บอกเพียงว่าเป็นโรคผิวหนังและภูมิแพ้เท่านั้น ก็ได้แค่ให้ยามาทาแก้คันไม่หายขาด ซึ่งปัจจุบันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี ตั้งแต่เกิดมาพึ่งเคยเห็นโรคประเภทนี้ จึงอยากฝากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางจังหวัด หรือมีหน่วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคประเภทนี้ ช่วยหาแนวทางรักษาโรคประหลาดที่ลูกชายเป็นในครั้งนี้โดยด่วน ซึ่งเห็นลูกเป็นโรคประหลาดเช่นนี้ และมีอาการทรมานมาอย่างต่อเนื่องแล้วกลัวว่าโรคนี้ต่อไปอาจจะระบาดไปติดต่อคนใกล้ชิด หรือคนทั่วในหมู่บ้าน

ที่มา>>>ข่าวสด