โจ๋วัย 18 มือแทงนร.ช่างดับ นั่งกราบขอขมา แม่เหยื่อร่ำไห้บอกอย่าไปฆ่าใครอีก

จากกรณีนายวิศรุต โสภะบุญ อายุ 16 ปี เป็นนักเรียนชั้นปีที่ 2 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ใต้ราวนมด้านขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส ตรงข้ามโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ถ.เลียบวารีขาออก แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ก่อนถูกนำตัวส่งรพ. เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 24 ก.ค. ต่อมานายวิศรุตได้เสียชีวิตลงที่รพ.เวชการุณย์รัศมิ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมพล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.อัครพล สว่างวงศ์ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม รอง ผกบ.น.3 พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.หนองจอก พ.ต.อ.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์ ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.ท.คำแหง กัณฑวงศ์ รองผกก.สส.สน.หนองจอก พ.ต.ท.พิทยา สิงห์จานุสงค์สว.สส.สน.หนองจอก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก กก.สส.บกน.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี  จ.ชุมพร ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดีนี้ โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย นายอัสลาม หรือราม กำมะหยี่ อายุ 18 ปี และนายเต้ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันพกพาอาวุธมีดติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ จ.761/2559 ลง 25 ก.ค.59 และตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง (สาขาจังหวัดมีนบุรี)ที่ 54 /2559 ลง 25 ก.ค.2559 โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่หน่วยบริการประชาชนตู้ยามนาโพธิ์ หมู่ที่ 7 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายวิศรุตได้ขับรถจักรยายนต์รอเพื่อนอีกสองคนที่จอดรถ จยย.รอคิวเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนเลียบวารี ปรากฏว่าพบผู้ก่อเหตุ 2 คน กำลังเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์อยู่เช่นกัน โดยมีการมองหน้ากัน จากนั้นผู้ต้องหา 2 ได้ขับขี่รถจยย.ออกไป แล้วใช้มือแสดงสัญลักษณ์ “เรือใบ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนเทคโนบางกะปิ ต่อมานายวิศรุต ผู้ตาย ได้ขับขี่รถจยย.ออกจากปั๊มน้ำมัน ย้อนศรมุ่งหน้าแยกหน้าเขตหนองจอก มาจอดบนฟุตบาทห่างจากปั๊มประมาณ 50 เมตร และพบกับผู้ต้องหา 2 คนขับขี่รถจยย. มาจอดและได้ใช้อาวุธมีดแทงนายวิศรุตเสียชีวิต จากการสืบสวนได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและสอบพยานบุคคลจนทราบว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน คือนายอัสลาม และนายเต้  จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวนขอหมายจับจากจ.มีนบุรี ก่อนออกติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ตามหมายจับจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย กำลังหลบหนีลงสู่ภาคใต้ เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี จ.ชุมพร จนสามารถร่วมกันจับกุมตัวไว้ได้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

นายอัสลาม มือแทง กล่าวว่า ที่ตนทำไปนั้นเนื่องตนเคยถูกไล่ยิงจากสถาบันคู่อริมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งยี่ห้อรถและหน้าตาผู้ตายคล้ายกับผู้ที่เคยก่อเหตุในครั้งก่อน จากนั้นตนได้ขับไปบริเวณหน้าปั๊มก่อนที่ นายเต้ (คนซ้อน) จะแสดงสัญลักษณ์ของโรงเรียนเทคโนบางกะปิ ก่อนจะขับรถจยย.ออกไปจากนอกปั๊ม จากนั้นตนได้ขับรถจยย. กลับมาที่บริเวณหน้าปั๊ม และได้สวนทางกันกับผู้ตาย ซึ่งผู้ตายได้ขันรถจยย.ย้อนศรมา และได้ชูนิ้วกลางใส่ตน จากนั้นก็มีการปะทะกันก่อนที่ตนจะใช่มีแทงผู้ตาย ก่อนที่นายเต้จะใช้อาวุธมีดฟันซ้ำจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว ต่อมาแม่ของนายวิศรุต ผู้ตาย และญาติพี่น้อง ได้เดินทางเข้าขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและมอบดอกไม้ เพื่อแสดงการขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่สามารถตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และจะดำเนินการจนถึงที่สุดกับเหตุการที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงให้ผู้ต้องหา นายอัสลามกราบขอขมาแม่ผู้เสียชีวิต โดยแม่ของนายวิศรุตร่ำไห้กล่าวว่า ขออยากให้ไปก่อเหตุแบบกับใครอีก เพราะหัวอกคนเป็นแม่เสียใจมาก ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง หากเกิดขึ้นกับครอบครัวแล้วจะรู้สึกอย่างไร  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้มีประชาชนให้ความสนใจมาสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หนองจอก และอาสาสมัคร จำนวนกว่า 100 คนดูแลความเรียบร้อยในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้ด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงแล้วเสร็จก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายอัสลาม ไปควบคุมต่อที่สน.หนองจอก

ทั้งนี้พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ยังได้เชิญนางนาตญา กำมะหยี่ อายุ 48 ปี มารดาของนายอัสลาม ผู้ต้องหาและ นายชลอ ไทรงาม หัวหน้างานปกครองวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร มาพูดคุยทำความเข้าใจและอ่านเข้าคำสั่งคสช. ที่30/2559

นางนาถตยา  กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และคงไม่มีใครอยากให้เกิด การทะเลาะวิวาทนี้ส่งผลให้พ่อแม่เดือดร้อน หากไม่คิดถึงพ่อแม่ก็ให้คิดถึงอนาคตตัวเอง คนเป็นพ่อแม่ลูกจะทำผิดก็พร้อมจะอยู่เคียงข้าง

นายชลอ ไทรงาม หัวหน้างานปกครองวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร กล่าวว่า คำสั่ง คสช. ที่ 30/2559 มีประโยชน์อย่างมากในการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนกลุ่มอาชีวะ โดยในทุกเช้าทางโรงเรียนมีการปลูกฝังหน้าเสาธงตอนเข้าแถวทุกวัน และพยายามให้เลิกเรียนไม่ตรงเวลากับต่างสถาบันเพื่อลดการเผชิญหน้ากัน คำสั่งคสช.ที่30/2559 ข้อที่ 3 นั้นระบุชัดเจนว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นกัน

ที่มา>>>ข่าวสด