เผยภาพเก๋งเช่า 2 นศ.ไทยในสหรัฐฯ ก้นเหวลึก จมน้ำครึ่งคัน คาดเริ่มกู้ซากอีกไม่ช้า

จากกรณีเหตุการณ์ 2 นักศึกษาไทย เช่ารถไปเที่ยวแต่เกิดอุบัติเหตุรถตกเหวและยังไม่สามารถกู้ขึ้นได้นั้น ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่เชื่อว่ามีผู้โดยสารเป็นนักศึกษาไทย 2 คนตกหน้าผาบริเวณถนน Freeway 180 เส้นทางมุ่งหน้าไปยังอุทยาน Kings Canyon National Park มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อลงไปกู้ซากรถดังกล่าว โดยเพจ SiamTownUS ได้เผยแพร่ภาพสถานที่เกิดเหตุ และพบว่า มีรถสีแดงอยู่บริเวณก้นเหวลึกลักษณะจมน้ำอยู่ครึ่งคัน พร้อมกับระบุว่า น่าจะมีการกู้ซากรถใน 2-3 วันนี้


ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

หนุ่มโหดลวงข่มขืนดญ.12 ขวบ ก่อนโยนร่างทิ้งเหมืองแร่ลึก 100 เมตรจนเสียชีวิต!

เว็บไซต์ไซบีเรียนไทมส์ของรัสเซียรายงานคดีเขย่าขวัญว่า ตำรวจพบศพ ด.ญ.วิกตอเรีย เรย์เมอร์ อายุ 12 ขวบ ตกอยู่ใต้เหมืองแร่ลึกกว่า 100 เมตร ที่เมืองโนโวคุซเนียตสก์ เขตไซบีเรีย หลังจากหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย คือ นายเยฟกีนี บูฮาริน อายุ 40 ปี หลังตรวจพบคราบเลือดของด.ญ.เรย์เมอร์บนรถเจ็ตสกีหิมะของนายบูฮาริน สอบสวนทราบว่า นายบูฮารินขับรถชนด.ญ.เรย์เมอร์โดยไม่ได้เจตนา และกลัวความผิด จึงซ่อนศพเด็กหญิง ก่อนจะโยนลงเหมืองแร่ แต่ผลวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ว่า คำให้การของนาบูฮารินขัดแย้งกันนายเยฟกีนี บูฮาริน (เอ็นเค-ทีวี)

แหล่งข่าวระบุว่า นายบูฮารินขับรถเจ็ตสกีหิมะ และเห็นด.ญ.เรย์เมอร์ยืนรอป้ายรถเมล์เพื่อเดินทางไปบ้านพี่สาว จึงอาสาไปส่งให้ แต่กลับพาไปที่บ้านของตัวเอง และข่มขืนด.ญ.เรย์เมอร์ จากนั้นโยนเด็กหญิงลงไปในเหมืองแร่ภาพ: เอ็นเค-ทีวี

ผลวิเคราะห์ชี้ว่า ด.ญ.เรย์เมอร์ยังไม่เสียชีวิตตอนตกลงไปในเหมืองแร่ โดยเสียชีวิตเนื่องจากกะโหลกศีรษะแตก คอหัก และหน้าอกเป็นแผลประกาศตามหาด.ญ.เรย์เมอร์ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.

รายงานระบุว่า นายบูฮารินเป็นเพื่อนของพ่อของด.ญ.เรย์เมอร์ ที่ทำงานด้วยกัน แต่เสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุเหมืองแร่ และรู้จักกับแม่ของด.ญ.เรย์เมอร์ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ซิลิโคนทำพิษ! สาวจีนฉีดเสริมอกอึ๋ม สุดท้าย”นม”แฟบ แต่ไปบวมที่ท้องแทน

เว็บไซต์ เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนรายงานว่า สาววัยกลางคนที่มีแซ่ว่า “หวัง” เดินทางไปโรงพยาบาล หลังไปฉีดเสริมหน้าอกที่คลินิกศัลยกรรมเมื่อ 2-3 ปีก่อน แต่มาตอนนี้หน้าอกค่อยๆ เล็กลง แต่หน้าท้องค่อยๆ ใหญ่ขึ้นstomach_breasts2น.ส.หวังเดินทางไปตรวจความผิดปกติที่โรงพยาบาล พบว่ามีสารเคมี “อะเมซิ่งเจล” ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ทางการจีนประกาศห้ามตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว และมีคุณสมบัติเคลื่อนที่ได้ จึงทำให้เจลจากหน้าอก ไหลลงหน้าท้องและใต้วงแขนจนบวมเป่งออกมาstomach_breasts3ขณะนี้ทีมแพทย์ทำการผ่าตัดอะเมซิ่งเจลออกจากร่างกายของน.ส.หวังแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะวางแผนทำอะไรต่อไปstomach_breasts4

ที่มา>>>ข่าวสด

“สมเด็จสีหมุนี-พระราชมารดา” เสด็จฯ ถวายพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

วันที่ 18 ต.ค. พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีนโรดม มุนีนาถ สีหนุ พระราชมารดา ไปที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ เพื่อทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ โดยมีเอกอัครราชทูตพร้อมข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต เฝ้าฯ รับเสด็จฯ14702462_1798118790457249_8818797361094162696_nทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เคยเสด็จฯ เยือนประเทศไทย เพื่อทรงร่วมในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเดือนมิถุนายน 254914695507_1798118787123916_5617057458318011977_n14606368_1798118760457252_6349648510202242264_n14670751_1798118733790588_1950503319455779721_n14732255_1798118920457236_4009377563675576506_nimg_1502

ที่มา>>>ข่าวสด

“ทูตสหรัฐ” ร่วมใจถวายพระพรชัยมงคลแด่ “ในหลวง”

เอกอัครราชทูตเดวีส์ พร้อมด้วยพนักงานชาวไทยและชาวอเมริกันของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยร่วมใจถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรมด้วยพระเมตตาและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกรมาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี เหล่าข้าพระพุทธเจ้าขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรงและพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดประทับใจ! การเคารพครั้งสุดท้ายแก่นายแพทย์ผู้เสียสละจนนาทีสุดท้ายของชีวิต

CCTVNews ได้เผยแพร่เรื่องราวที่น่าเศร้าและน่าประทับใจไปในคราวเดียวกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นกับแพทย์ชาวจีน ซึ่งเสียชีวิตระหว่างไปเป็นอาสาสมัครในประเทศทิเบต ในวัยเพียง 41 ปี โดยเช่า จู ได้อาสาไปทำงานที่เขตปกครองตนเองทิเบตกับกลุ่มแพทย์อื่น ๆ ประมาณ 2 เดือน แต่ระหว่างที่เป็นอาสานั้น เขาเกิดมีอาการเวียนหัว ปวดศรีษะขึ้น เกิดเส้นเลือดในสมองแตก และเสียชีวิตลง
ครอบครัวของเขา เคารพความปรารถนาสุดท้าย ในการบริจาคอวัยวะ ไตตับและกระจกตา ซึ่งคุณพ่อของเขาระบุว่า “ลูกชายของผมเป็นหมอและมักจะทำสิ่งที่ช่วยเหลือคนอื่นให้หายเจ็บป่วยและมักจะทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกับผู้อื่เสมอ”14480768_1359450730762410_2971078956528893780_oโดยภาพชุดดังกล่าว เป็นการทำความเคารพครั้งสุดท้ายของเพื่อนแพทย์ ในเมืองเหอเฟย มณฑลอานฮุย โดยภาพดังกล่าวเผยแพร่ไปในสื่อออนไลน์อย่างรวดเร็ว เพื่อแสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนและเสียสละเพื่อผู้อื่น14444637_1359451590762324_389806440484820344_o14468294_1359450870762396_8657603225679612629_o14444824_1359451797428970_8024562480438795475_o

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ้าสาวไม่กลัวฝน”นั่งเรือฝ่าน้ำท่วม ปีนขึ้นบ้านเจ้าบ่าว เข้าพิธีวิวาห์ชื่นมื่น

เพจ อ้ายจง รายงานว่า ในโลกออนไลน์ของจีน มีการแชร์เรื่องราวของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งที่จัดงานแต่งงานในวันที่ 28 กันยายน ที่อำเภอเหลียนเจียง เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนัก แต่บ่าวสาวคู่นี้ก็ไม่หวั่น แม้น้ำจะมามาก

คู่บ่าวสาวได้นั่งเรือลุยน้ำ ด้วยการช่วยเหลือของครอบครัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาว …แม้ที่บ้านพัก สถานที่จัดพิธีแต่งงานจะถูกน้ำท่วม แต่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ไม่กลัว…ทั้งคู่ได้ปีนขึ้นชั้นสองของที่พัก จนฝ่าฟันอุปสรรคไต้ฝุ่น เข้าพิธีแต่งงานได้สำเร็จ

ที่มา>>>ข่าวสด

ตำรวจจีนรวบยกแก๊ง ลอบขนไอโฟน 7 เกือบ 200 เครื่อง วิธีเดิมๆซุกไว้รอบตัว

เว็บไซต์ ไชน่าพลัส ของจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของจีน จับกุมผู้ต้องสงสัย 7 คน พร้อมยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 7 และไอโฟน 7 พลัส รวมแล้ว 190 เครื่อง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ของกลางที่ยึดได้คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านหยวน (15,643,950 บาท) จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยจะสอบไอโฟนรอยข้อมือและข้อเท้า เพื่อลักลอบเข้าไปในจีน ได้รับการว่าจ้าง 200-300 หยวน (1,042- 1,564 บาท) ต่อการลักลอบ 20-30 เครื่อง14370096_745484815592231_7046403702049443360_n

ที่มา>>>ข่าวสด

บึ้มตลาดเมืองดาเวา บ้านเกิดผู้นำปินส์ เหยื่อดับ 12 เจ็บ 24

 สำนักข่าวเอพีรายงาน เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่าเกิดเหตุวางระเบิดในตลาดช่วงกลางคืนของเมืองดาเวา บ้านเกิดของประธานาธิบดีรอดริโก ดูแตร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ ทางภาคใต้ของประเทศ พบผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 12 ราย บาดเจ็บอีก 24 ราย พลโทเรย์ ลีโอนาร์โด แกร์เรโร ผู้บัญชาการภาค กล่าวว่า ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการระเบิดในพื้นที่ส่วนที่จัดเป็นบริการนวดในตลาด  อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า เหตุเกิดขึ้นในช่วงที่พื้นที่ภาคใต้ตรึงกำลังหนาแน่นอนขึ้น เนื่องจากทหารในกองทัพเปิดฉากรุกไล่กลุ่มกบฏอาบู ไซยาฟ และสังหารไปแล้ว 30 ราย ทำให้อาบูไซยาฟเคียดแค้นและประกาศจะเอาคืน

ที่มา>>>ข่าวสด

ญี่ปุ่นระทึกเหตุยิง ลูกเจ้าของบริษัทฆ่าคนงาน หนีตำรวจวุ่น 18 ช.ม.

วันที่ 31 ส.ค. สำนักข่าวอาซาฮีของญี่ปุ่นรายงานคดีอาชญากรรมระทึกจากการใช้ปืนที่แทบไม่ปรากฏในญี่ปุ่น เมื่อตำรวจต้องเจรจากล่อมนายยาสุฮิเดะ มิโซบาตะ อายุ 45 ปี ผู้ต้องสงสัยยิงลูกจ้างที่เป็นคนงานก่อสร้างเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 3 คน นานเกือบ 18 ชั่วโมง ที่เมืองวากายามะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 450 ก.ม.

ผู้ต้องสงสัยเป็นลูกเจ้าของบริษัทก่อสร้างวาได โกเงียว หลบหนีการติดตามตัวของตำรวจไปอยู่ในอาคารพักอาศัย จนต้องอพยพคนวุ่นวาย ชายคนนี้ยังยิงท้องของตนเองก่อนถูกตำรวจรวบตัวได้ในที่สุด นายมิโซบาตะก่อเหตุฆ่าและทำร้ายลูกจ้างของตนเองที่สำนักงานของบริษัท เมื่อวันที่ 29 ส.ค. จากนั้นหลบหนีไป จนกระทั่ง เวลา 9.10 วันที่ 30 ส.ค. อดีตลูกจ้างบริษัทแจ้งตำรวจหลังเห็นนายมิโซบาตะขี่จักรยานใกล้สำนักงานบริษัท ตำรวจจึงนำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุและตามไล่จับ แต่นายมิโซบิตะยิงตอบโต้ตำรวจ 4 นัดเข้าที่รถตรวจการ จนเศษกระจกรถแตกกระจาย จากนั้นคลาดสายตาจากเจ้าหน้าที่ไปอีก จนกระทั่งต่อมาช่วงบ่ายได้รับรายงานว่าหนีเข้าไปยังอาคารที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปและอพยพผู้อยู่อาศัยในอาคารออกมา พร้อมพยายามเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวจนถึงช่วงดึกของวันที่ 31 ส.ค. ระหว่างสถานการณ์ตึงเครียด นายมิโซบาตะจึงยิงตัวเองที่ท้อง เมื่อตำรวจได้ยินเสียงปืนจึงบุกเข้าไปทันที จากนั้นมีเจ้าหน้าที่แบกผู้ต้องสงสัยขึ้นรถพยาบาลไป

จากการสืบประวัติพบว่านายมิโซบาตะมีกำหนดต้องไปเข้าคุกในวันที่ 26 ส.ค.ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ที่มา>>>ข่าวสด