ใจหายใจคว่ำ! หนุ่มเพี้ยนเบลเยียมใส่เข็มขัดระเบิดพลีชีพขู่ ที่แท้ขนมบิสกิต

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เกิดเหตุการณ์ระทึกใจกลางกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ช่วงเช้า 06.30 น.  มีชายผู้ต้องสงสัยสวมเสื้อคล้ายเข็มขัดระเบิดพลีชีพ ทำให้ตำรวจนำกำลังเข้าปิดล้อมอย่างตึงเครียด ก่อนรวบตัวชายคนดังกล่าวได้ พบว่าเป็นมีปัญหาทางจิต และใส่เสื้อเกราะที่มีเกลือและขนมบิสกิตไว้ลวงเฉยๆ ส่วนการตรวจค้นในห้างสรรพสินค้าและบริเวณใกล้เคียงยังไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด

 เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความระทึกขวัญให้ชาวเบลเยียม เพราะเพิ่งประสบเหตุก่อการร้ายเมื่อเดือนมีนาคมจนมีผู้เสียชีวิต 32 รายทั้งสะท้อนว่ามีสมาชิกสายสุดโต่งซ่องสุมอยู่ และยังเกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังทางการเบลเยียมตั้งข้อหาผู้ถูกจับกุม 3 คน ในข้อหาพยายามก่อเหตุฆ่าผู้อื่นที่เป็นการก่อการร้าย นายชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว และหน่วยงานความมั่นคงยังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังต่อไป

ด้านความคืบหน้าคดีมือมีดสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย นอกกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับนายลารอสซี อับบัลเลาะห์ ผู้ก่อเหตุ ได้อีก 3 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้คอยจับตาและรายงานความเคลื่อนไหวของตำรวจ

อัยการเผยว่า จากการสอบปากคำชายคนดังกล่าว นามสมมติว่า เจ.บี. อายุ 26 ปี อ้างว่าตนเองเคยเข้าร่วมกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอสในซีเรีย ขโมยรถมาและไปจอดที่ห้างซิตี้ 2 โดยพกเข็มขัดระเบิดพลีชีพมาด้วย เมื่อตรวจประวัติแล้ว เจ้าหน้าที่พบว่าเคยก่อเหตุปั่นป่วนมาหลายครั้ง เพราะมีปัญหาสภาพทางจิตผิดปกติ แต่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างจริงจังว่า นายเจ.บี.ติดต่อเชื่อมโยงถึงกลุ่มก่อการร้ายด้วยหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด

เข้าโค้งสุดท้าย ระทึกประชามติอังกฤษ อยู่ต่อหรือตีจาก “อียู”

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เอเอฟพีรายงานว่า บรรดานักลงทุนในตลาดโลกพากันระทึกขวัญกับการลงประชามติของประชาชนในเกาะอังกฤษ ว่าสหราชอาณาจักรจะคงสมาชิกภาพในสหภาพยุโรปหรืออียูต่อไปหรือไม่ ในการลงประชามติวันที่ 23 มิ.ย.นี้ เนื่องจากหากผลออกมาว่าต้องการแยกจากอียูจริง จะส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจของยุโรปและโลกอย่างแน่นอน ขณะที่โพลหลายสำนักสำรวจผลออกมาสูสีมากจนมองไม่ออก แต่เว็บไซต์ของบริษัทรับแทงพนันชื่อดัง 6 แห่งที่มีผู้ร่วมเดิมพันอย่างคึกคัก ต่างเทไปว่ายังอยู่กับอียูต่อไปในอัตราสูงถึงเกือบร้อยละ 80 โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่นางโจ ค็อกซ์ ส.ส.หญิงผู้รณรงค์ให้อังกฤษอยู่กับอียูต่อไป ถูกชายคนร้ายคลั่งชาติยิงและแทงเสียชีวิต วันเดียวกัน นายลี กาชิง หรือลี่จาเฉิง มหาเศรษฐีฮ่องกง ผู้รั้งตำแหน่งหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของเอเชีย ร่วมเรียกร้องให้ชาวอังกฤษลงประชามติให้สหราชอาณาจักรคงสถานภาพการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียูต่อไป เพราะหากออกไป จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อทั้งยุโรป

เสียงเรียกร้องนี้ตรงกับนายจอร์จ โซรอส เศรษฐีนักลงทุนชื่อดังของโลกที่เตือนว่า อังกฤษอาจพบกับปรากฏการณ์ตลาดหุ้นล่มสลายเหมือนในปี 2535 อีกครั้งหากออกจากอียู

ส่วนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวอ้อนวอนชาวสหราชอาณาจักรอีกครั้งให้ลงประชามติให้ประเทศอยู่เป็นสมาชิกอียูต่อไป เพื่อเห็นแก่ลูกหลาน และสถานะทางเศรษฐกิจของตนเอง เพราะการออกจากอียู จะทำให้ความเสี่ยงตกอยู่กับอังกฤษ ครอบครัวของชาวอังกฤษ และการมีงานทำของชาวอังกฤษ

“ท่านคิดถึงความหวังและความฝันของลูกๆ หลานๆ ของท่านหรือไม่ ถ้าเราโหวตให้ออกจากอียู มันจะแก้ไขอะไรไม่ได้อีก  เราจะออกจากยุโรปตามใจเรา แต่คนรุ่นต่อไปต้องอยู่กับผลลัพธ์ที่ตามมากระนั้นหรือ”  นายคาเมรอนกล่าว ด้านบีบีซีส่งท้ายการรรงค์โค้งสุดท้ายด้วยการจัดโต้วาทีระหว่างฝ่ายที่อยากให้ออก (leave) นำโดยนายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนกับฝ่ายที่อยากให้คงอยู่เป็นสมาชิกอียูต่อไป (remain) นำโดยนายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนคนปัจจุบัน ที่หอการแสดงเวมบลีย์ อารีนา มีผู้เข้าฟังกว่า 6,000 คน มีนายเดวิด ดิมเบิลบี เป็นพิธีกร

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยศพสภาพสมบูรณ์ หนูน้อย 2 ขวบถูกไอ้เข้ลากลงทะเลสาบดิสนีย์ ในฟลอริดา

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าการค้นหาร่างเด็กชาย อายุ 2 ขวบ ทราบชื่อภายหลังว่า เลน เกรฟส์ ที่ถูกจระเข้ตีนเป็ด หรือ แอลลิเกเตอร์ลากลงทะเลสาบไปในรีสอร์ตดิสนีย์แลนด์ ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อหน้าต่อตาครอบครัวที่เดินทางมาพักผ่อน ว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างของหนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายแล้วในสภาพสมบูรณ์ นับเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกในรอบ 45 ปี ของประวัติศาสตร์ของดีสนีย์แลนด์ แจร์รี เดมมิงส์ ผู้บังคับการตำรวจเมืองออร์แลนโด ระบุว่า เด็กน่าจะเสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยศพของเด็กถูกพบอยู่ไม่ห่างจากจุดที่จระเข้คาบไป ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวน้ำลึกราว 1.8 เมตร ขณะที่ทางดิสนีย์แลนด์แสดงความเสียใจ และสั่งปิดรีสอร์ต สวนน้ำของดิสนีย์ทั้งหมดในรัฐฟลอริดา เพื่อความปลอดภัย การค้นหาดังกล่าวส่งผลให้มีจระเข้ถูกจับตัวและฆ่าทิ้งไปแล้ว 5 ตัว เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า จระเข้ 1 ใน 5 ตัวนี้ เป็นตัวที่โจมตีเด็กน้อยคนดังกล่าว ขณะที่รายงานระบุว่า จระเข้เป็นสัตว์น้ำที่พบได้ตามธรรมชาติในฟลอริดา โดยทะเลสาบของดิสีย์นั้นเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำในธรรมชาติ ทำให้จระเข้ว่ายน้ำเข้ามาได้

ในเหตุดังกล่าว เด็กชายเลน เกรฟส์ จากรัฐเนบราสกา กำลังเดินเล่นริมทะเลสาบก่อนถูกจระเข้บุกขึ้นมาโจมตี พ่อของเด็กชายรุดลงไปสู้กับจระเข้เพื่อช่วยลูกจนบาดเจ็บแต่ไม่สามารถช่วยลูกขึ้นมาได้ ขณะที่ผู้เป็นแม่ลงน้ำไปหาลูกเช่นกัน

นายเจอร์รี ดีมิงส์ นายอำเภอเขตออเรนจ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีรายงานเกี่ยวกับการรบกวนของจระเข้ในพื้นที่นี้บ่อยนักในช่วงนี้ แต่ก็เป็นเรื่องปกติของรัฐฟลอริดาที่จะพบจระเข้พวกนี้ โดยคาดจระเข้ตัวที่ขึ้นมาทำร้ายเด็กมีความยาวประมาณ 1-2 เมตร

ที่มา>>>ข่าวสด

เผย ด.ช.ญี่ปุ่น รอดตาย! กินน้ำก๊อกประทังชีวิต หลงป่า 6 คืนก่อนทหารมาเจอ

เด็กชายญี่ปุ่นวัย 7 ขวบ หลงป่านานถึง 6 คืนก่อนทหารมาพบ เผย กินน้ำก๊อกประทังชีวิต และนอนหลับอยู่ในอาคารแห่งหนึ่งตั้งแต่คืนแรกที่พลัดหลงในป่า แพทย์ตรวจร่างกาย ชมเด็กชายจิตใจเข้มแข็งมาก ดูนิ่งสงบ ไม่มีอาการตื่นตระหนก หวาดกลัวให้เห็น

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.59 สำนักข่าวท้องถิ่นในญี่ปุ่นและสื่อต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ที่สร้างความดีใจอย่างยิ่ง ทหารญี่ปุ่นพบเด็กชายยามาโตะ ทาโนะโอกะ วัย 7 ขวบ ที่อาคารหลังหนึ่งในค่ายทหาร กลางป่า เมื่อเช้าวันที่ 3 มิ.ย. หลังจากเด็กชายได้พลัด หลงป่า ในเขต จ.ฮอกไกโด และหายไปอย่างไร้วี่แววนานถึง 6 วันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 พ.ค.59 เนื่องจากถูกพ่อทำโทษ ปล่อยทิ้งไว้ในป่า แต่เมื่อขับรถยนต์กลับมายังจุดที่ทิ้งลูกไว้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ปรากฏว่าไม่พบแล้ว จึงได้แจ้งทางการและมีการระดมส่งตำรวจ อาสาสมัครและทหารช่วยกันค้นหาในช่วงหลายวันนั้น

จากการเปิดเผยของนายแพทย์ ซึ่งเป็นผู้ตรวจเช็กร่างกายของเด็กชายทาโนะโอกะ ซึ่งถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ มาส่งโรงพยาบาลในเมืองฮาโกดาเตะ ในเวลาต่อมาทันทีว่า เด็กชายวัย 7 ขวบผู้นี้ ดูนิ่งสงบอย่างไม่น่าเชื่อ และไม่แสดงความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวใดๆ ออกมาเลย ขณะที่ แพทย์ยังได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เด็กชายทาโนะโอกะ ปลอดภัยดี ไม่มีร่องรอยได้รับบาดเจ็บ เพียงแต่มีความดันโลหิตต่ำ และต้องค้างคืนที่โรงพยาบาล เพื่อติดตามดูอาการจนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัยดีแล้วอาคารในค่ายทหารที่เมืองชิกาเบะ ซึ่งเด็กชายวัย 7 ขวบ มาพักหลับนอนค้างคืนที่นี่ถึง 6คืนหลังหลงป่า

ภายในอาคาร มีฟูกที่นอนอยู่ด้วย

ข่าวแจ้งว่า ทหารกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นได้พบเด็กชายทาโนะโอกะที่อาคารแห่งหนึ่งในค่ายทหาร ระหว่างออกฝึกซ้อมในตอนเช้า โดยเมื่อทหารนายนี้เปิดประตูอาคาร ก็เห็นเด็กชาย วัยประมาณ 7 ขวบอยู่ข้างในนั้น จึงถามว่า หนูใช่เด็กชายยามาโตะหรือเปล่า? เด็กชายตอบกลับมาว่า ใช่ครับ โดยเด็กชายยามาโตะ ทาโนะโอกะบอกทหารว่า รู้สึกหิว ทหารจึงให้กินน้ำ ขนมปัง และข้าวปั้นแก่เด็ก พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบเด็กชายที่หลงป่าแล้วกลุ่มนักข่าวไปยังค่ายทหารในเมืองชิกาเบะ

สื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น รายงานว่า ทหารได้พบเด็กชายทาโนะโอกะ ในค่ายทหารในเมืองชิกาเบะ ของจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งค่ายแห่งนี้อยู่ห่างจากจุดที่พ่อทิ้งเด็กชายประมาณ 5 กม. หรือหากเดินเท้าเข้าป่าก็เป็นระยะทาง 7 กม. โดยเด็กชายยังเปิดเผยว่า ตนได้กินน้ำก๊อกที่ด้านนอกอาคาร ซึ่งมีอยู่ก๊อกเดียว ประทังชีวิต เนื่องจากไม่มีอาหารเลยนายทากายูกิ ทาโนะโอกะ พ่อของเด็กชายวัย 7 ขวบ แถลงข่าวที่โรงพยาบาลในเมืองชิกาเบะ หลับพบบุตรชาย

ขณะที่ นายทากายูกิ ทาโนะโอกะ วัย 44 ปี ได้ออกมาพบกับนักข่าวที่ด้านนอกอาคารของโรงพยาบาลชิกาเบะ หลังพบลูกชาย โดยกล่าวขอโทษ ที่การกระทำของตนทำให้เกิดความทรงจำที่น่ากลัวกับลูกชาย และตนรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมกับขอโทษครูอาจารย์ของโรงเรียนที่ลูกชายเรียนอยู่ ทีมค้นหา และทุกๆ คนที่เป็นกำลังใจในการค้นหาบุตรชาย และสิ่งสำคัญที่สุด คือ ตนรู้สึกโล่งอกมากที่ลูกชายรอดชีวิต

ที่มา>>>Thairath

สุดระทึก! บินโดยสารโคเรียน แอร์ ไฟไหม้ปีกซ้าย กำลังทะยานออกจากโตเกียว

อพยพผู้โดยสารจ้าละหวั่น… เครื่องบินโดยสารของสายการบินโคเรียน แอร์ เกิดไฟลุกไหม้ที่ปีกด้านซ้ายของเครื่องบิน ขณะกำลังจะทะยานออกจากสนามบินในกรุงโตเกียว ระดมพนักงานดับเพลิง-กู้ภัยกว่า 100 ดับไฟ อพยพผู้โดยสารกว่า 300 คนลงจากเครื่องบิน

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.59 สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ รายงานอ้างแถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ ว่าเกิดเหตุระทึก กับเครื่องบินโดยสารของสายการบินโคเรียน แอร์ เนื่องจากเกิดไฟลุกไหม้ที่ปีกด้านซ้าย ก่อนนักบินจะนำเครื่องบินทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานในกรุงโตเกียว เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พ.ค. เดชะบุญ ไม่มีรายงานมีผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บ

BKQKpJhBdRpUtlXJFhUAV0DaYaSaFIBHgyFwqC5ovgBTA28b5pq1H

ยอนฮัพ แจ้งว่า ตามรายงานของสำนักข่าวเกียวโด และสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น ระบุว่า เครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 777 -300 ของสายการบินโคเรียน แอร์ เกิดไฟลุกไหม้ที่ปีกด้านซ้าย ก่อนจะทะยานออกจากสนามบินฮาเนดะ มุ่งหน้าสู่กรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้ โดยผู้โดยสาร และลูกเรือรวมทั้งหมด 319 คน ได้รับการอพยพออกจากเครื่องบินอย่างปลอดภัยปีกซ้ายเครื่องบิน เกิดไฟไหม้ ขณะกำลังจะทะยานขึ้นจากสนามบินในกรุงโตเกียว

ด้านกองบรรเทาสาธารณภัยด้านอัคคีภัยในกรุงโตเกียว ระบุว่า เครื่องบินโดยสารของสายการบินโคเรียนแอร์ ได้เกิดไฟไหม้เมื่อเวลา 0.44 น. ของรุ่งเช้าวันที่ 27 พ.ค. โดยทางการได้ระดมส่งพนักงานดับเพลิงและทีมกู้ภัยกว่า 100 คน ช่วยกันดับไฟที่ลุกไหม้ปีกเครื่องบินและอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องBKQKpJhBdRpUtlXJFhUAV0DaYaSaFGQXRoRipJHDwc7HXE6FpGr80

ที่มา>>>Thairath

สื่อนอกอาลัย ช้างฮานาโกะตายแล้ว! หลังเกิดกระแสเรียกร้องปรับปรุงที่อยู่

(ช้างฮานาโกะ)

สื่อต่างชาติ รายงานข่าวเศร้า คุณยายฮานาโกะ ช้างไทยเสียชีวิตไกลบ้าน ในวัย 69 ปี หลังต้องใช้ชีวิตเดียวดายลำพัง มานานหลายปี ในคอกซีเมนต์ของสวนสัตว์ในกรุงโตเกียว จนก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องจากผู้คนทั่วโลกให้ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของคอกช้างฮานาโกะ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศและสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น รายงานข่าวเศร้าถึงการเสียชีวิตของ ‘ฮานาโกะ’ ช้างไทยเพศเมีย ในวัย 69 ปี ที่สวนสัตว์ อิโนะคะชิระ ในกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลไทยได้ส่ง ช้างฮานาโกะไปให้แก่ทางการญี่ปุ่น ในฐานะเป็น ‘ของขวัญ’ หรือทูตสันถวไมตรี ตั้งแต่ อายุเพียง 2 ปี ในปี พ.ศ.2492 จนถือเป็นช้างไทยตัวแรกที่เดินทางมาญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว

สำนักข่าวบีบีซี สื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ รวมทั้งสื่อต่างชาติ หลายสำนัก ได้ชูประเด็นกรณีการตายของช้างฮานาโกะ ว่า ตั้งแต่ปีที่แล้ว (2558) ผู้คนทั่วโลกได้ร่วมรณรงค์เรียกร้อง ให้มีการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของที่พักหรือคอกของช้างฮานาโกะ ที่สวนสัตว์อิโนะคะชิระ ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากเห็นว่า ช้างฮานาโกะ ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างเดียวดายลำพังในคอกที่เป็นปูนซีเมนต์ ขณะที่ สื่อต่างชาติบางสำนัก ชี้ว่า ช้างฮานาโกะ เป็นสัตว์ที่เศร้าที่สุดในโลกช้างฮานาโกะ ใช้ชีวิตลำพังตัวเดียวในคอกที่สวนสัตว์ในกรุงโตเกียว มานานหลายปี

บีบีซี ชี้ว่า ช้าง ฮานาโกะ ซึ่งเป็นชื่อภาษาญี่ปุ่น มีความหมาย ‘ดอกไม้เด็กน้อย’ มีชื่อเดิมว่า ช้างพังคชา ก่อนส่งไปให้ญี่ปุ่นนั้น เป็นสัตว์ที่ดึงดูดให้ผู้คนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมสวนสัตว์แห่งนี้อย่างมาก แต่ ช้าง เป็นสัตว์สังคม ที่ต้องอยู่รวมกันเป็นฝูง เกิดในป่า ทว่าช้างฮานาโกะกลับต้องมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในคอก และอยู่ลำพังในสภาพคอกที่ปิดกั้น มีเพียงหญ้าเขียวๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อปีที่แล้ว บล็อกเกอร์ชาวแคนาดาคนหนึ่งได้เขียนบทความ เกี่ยวกับการที่ช้างฮานาโกะ ต้องมีชีวิตอยู่ในคอกที่ปิดล้อมเช่นนี้ว่า ฮานาโกะ อยู่ใน ‘คุกคอนกรีต’ จนทำให้ผู้คนทั่วโลกที่รับทราบเรื่องนี้ออกมาร่วมรณรงค์เรียกร้องให้ทางสวนสัตว์อิโนะคะชิระปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของช้างฮานาโกะให้ดีขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ก็ได้จัดหาของเล่นใหม่ๆ และมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงที่อยู่ของช้างฮานาโกะหลายอย่างตามคำเรียกร้อง

อย่างไรก็ตาม ทางสวนสัตว์อิโนะคะชิระ ให้เหตุผลว่า ช้างฮานาโกะแก่เกินไปที่จะถูกย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าในสหรัฐฯ กล่าวว่า หากนำช้างฮานาโกะไปอยู่รวมกับช้างอื่นๆ อาจสร้างความงงงวยให้แก่ ‘ฮานาโกะ’ ได้ เนื่องจากได้ใช้ชีวิตอยู่ลำพังตัวเดียวมาเป็นเวลาหลายปี

ที่มา>>>Thairath

ช็อก ฉลามยักษ์มา ! ตัวยาวกว่า 3 ม. ว่ายเข้าใกล้ชายหาดสเปน (ชมคลิป)

 (ภาพจากยูทูบ:First Video)

นักท่องเที่ยวบนเกาะมายอร์กา ของสเปน ตะลึงกันสุดๆ เห็นฉลามยักษ์ตัวเบ้อเร่อ ว่ายมาถึงใกล้ชายหาด จนต้องรีบแจ้ง ตร.ให้รีบมาจัดการพาออกไปโดยด่วน คาดเป็นฉลามสีน้ำเงิน ลำตัวยาวกว่า 3 เมตร

เมื่อ 13 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ระทึก นักท่องเที่ยวต้องกรี๊ดลั่น เห็นฉลามตัวใหญ่ยักษ์ ชูครีบเหนือผิวน้ำ สัญลักษณ์ ‘เพชฌฆาตแห่งท้องทะเล’ แหวกว่ายตรงดิ่งเข้ามาใกล้ชายหาดบริเวณท่าเรือปัลมา ของเกาะมายอร์กา หรือเกาะมาร์จอกา เกาะท่องเที่ยวชื่อดังของสเปน ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อ 12 พ.ค. จนผู้คนที่เห็นเหตุการณ์พอดี พากันช็อกตกตะลึง ไม่อยากเชื่อ จะมีฉลามใหญ่ขนาดนี้ว่ายเข้ามาใกล้ชายหาด และเคราะห์ดีที่ไม่มีใครลงเล่นน้ำทะเลในขณะนั้น

เดอะ มิร์เรอร์ แจ้งว่า ได้มีการโทรเรียกตำรวจให้มาทันที และเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีใช้บ่วงคล้องคอลากฉลามยักษ์ตัวนี้ออกไปจากบริเวณดังกล่าว แต่มีโฆษกในสำนักงานตำรวจบนเกาะมายอร์กา เปิดเผยว่า ตำรวจไม่สามารถนำฉลามออกไปยังนอกเขตทะเลได้

ด้านสำนักงานเกษตรและประมงบนเกาะมายอร์กา เชื่อว่า ฉลามตัวนี้ เป็น ‘ฉลามสีน้ำเงิน’ (Blue shark) มีลำตัวยาวถึง 3.5 เมตร มักชอบกินปลา อย่างปลาแฮร์ริ่ง ปลาทูน่า เหมือนฉลามพันธุ์อื่น และปกติแล้ว ไม่กินมนุษย์ แม้ในช่วงปี 2543-2547 มีรายงานฉลามสีน้ำเงินทำร้ายคนที่ว่ายน้ำในทะเลบริเวณเกาะมายอร์กา 15 ครั้ง.

ชมคลิป ที่นี่

ที่มา>>>Thairath

อเมริกาชักจะยุ่ง! ทรัมป์ เจอม็อบต้านเดือดที่แคลิฟอร์เนีย สกัดหาเสียง

โดนัลด์ ทรัมป์ เจอม็อบชาวอเมริกันต้านรุนแรงแล้ว.. กลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนค้านนโยบายของทรัมป์ เผชิญหน้าตำรวจปราบจลาจล ถึงขั้นลุกฮือฝ่าแนวแท่งแบริเออร์ปาไข่ใส่ ตร.และกรูเข้าไปในบริเวณด้านหน้าโรงแรมในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทรัมป์จะมาปราศรัยหาเสียง

เมื่อ 30 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดม็อบชาวอเมริกันต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯขึ้นแล้ว เมื่อกลุ่มผู้ต่อต้านจำนวนหลายร้อยคนได้รวมพลังชุมนุมต่อต้านทรัมป์ มหาเศรษฐีจากนิวยอร์กที่จะมาหาเสียงที่ โรงแรมไฮแอต รีเจนซี ในเมืองเบอร์ลินเกม รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เม.ย. โดยนอกจากจะเผชิญหน้ากับตำรวจปราบจลาจลแล้ว มีบางส่วนยังได้กรูฝ่าแนวแท่งแบริเออร์ที่ตำรวจนำมากั้นบริเวณทางเข้าโรงแรม ขว้างปาไข่ใส่ตำรวจและเข้าไปใช้ทุบทำลายหน้าโรงแรมด้วยความไม่พอใจ

การชุมนุมประท้วงที่ด้านนอกโรงแรม ทำให้การปราศรัยหาเสียงของทรัมป์ต้องเลื่อนล่าช้าออกไป หลังจากเขาและทีมงานได้ขึ้นเฮลิคอปตอร์ มาลงบริเวณใกล้กับโรงแรมและเข้าไปในโรงแรมโดยใช้ประตูด้านข้าง โดยระหว่างกล่าวหาเสียงกับผู้สนับสนุนที่ห้องประชุมในโรงแรมไฮแอต รีเจนซี โดนัลด์ ทรมป์ ยังพูดติดตลกถึงความยากลำบากกว่าที่จะได้เข้ามาในโรงแรมแห่งนี้ว่า ถือเป็นทางเข้าที่ไม่ง่ายที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา และทำให้รู้สึกเหมือนกำลังข้ามชายแดนยังไงยังงั้น

ประท้วงต้านโดนัลด์ ทรัมป์ 

ข่าวแจ้งว่า ระหว่างที่ทรัมป์ หาเสียงอยู่นั้น กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านโดนัลด์ ทรัมป์ จำนวนมาก ยังคงปักหลักประท้วงที่ด้านนอกโรงแรม ต่อต้านจุดยืนของทรัมป์เกี่ยวกับนโยบายคนเข้าเมืองที่จะสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนระหว่างสหรัฐฯกับเม็กซิโก ซึ่งรัฐบาลเม็กซิโกจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ ในฐานะที่ชาวเม็กซิโกที่ลักลอบเข้าเมืองได้เข้ามาก่อคดีอาชญากรรมและนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศสหรัฐฯ

เผชิญตำรวจปราบจลาจล 

ทุบกระจกด้านหน้าโรงแรม

ทั้งนี้ จากนโยบายด้านคนเข้าเมืองของทรัมป์ ทำให้เขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวอเมริกันเชื้อสายลาติน ขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นรัฐที่มีประชากรชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิโกจำนวนมาก จึงคาดว่าการประท้วงต่อต้านทรัมป์ในรัฐแคลิฟอร์เนียจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย วันที่ 7 เดือนมิถุนายน ขณะที่ การเลือกตั้งขั้นต้นในหลายๆ รัฐที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้สมัครของพรรครีพับลิกันที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุด จนทำให้ทรัมป์กล้าจะเรียกตัวเองว่า น่าจะได้เป็นตัวแทนของพรรคไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯปลายปีนี้

ที่มา>>>Thairath

พนง.รัสเซียขับแบ็กโฮทำลายเครื่องบิน เชื่อแค้นถูกไล่ออก (ชมคลิป)

(ภาพ: Youtube/ WorldStarHiPhOpVideos)

สื่อต่างประเทศเผยแพร่คลิปวิดีโอ แสดงให้เห็นรถแบ็กโฮคันหนึ่งกำลังทุบทำลายเครื่องบินโดยสารของสายการบินของรัสเซีย โดยเชื่อว่าเป็นการกระทำของพนักงานที่ต้องการแก้แค้นที่ถูกไล่ออก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พนักงานของสนามบินแห่งหนึ่งในประเทศรัสเซีย ก่อเหตุใช้รถแบ็กโฮขนาดใหญ่ทุบทำลายเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก รุ่น ‘ยัค-40’ ของ ‘ยูทีแอร์’ (UTair) สายการบินสัญชาติรัสเซียจนพังเสียหาย โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่รายงานเบื้องต้นระบุว่า เขาแค้นใจที่ถูกไล่ออกจากยูทีแอร์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพช่วงเวลาเกิดเหตุเอาไว้ได้ โดยภาพแสดงให้เห็นรถแบ็กโฮขนาดใหญ่กำลังทุบทำลายเครื่องบิน ทำให้เกิดรูขนาดใหญ่บนตัวเครื่อง

อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นหนึ่งในผู้ที่โพสต์เอาไว้ใต้คลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ระบุว่า การทำลายเครื่องบินที่เห็นนั้น เป็นการทำลายเครื่องบินที่ใช้การไม่ได้แล้วตามแผนการที่วางเอาไว้ และตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ดูเหมือนเครื่องยนต์ของเครื่องบินจะถูกถอดไปแล้วด้วย

ชมคลิปที่นี่

ที่มา>>>Thairath

[wpdevart_like_box profile_id=”504378419709527″ connections=”show” width=”300″ height=”550″ header=”small” cover_photo=”show” locale=”en_US”]

ไฟไหม้สยองสวนน้ำไต้หวันปีกลาย! ศาลลงดาบแล้ว จำคุกเจ้าของงาน 4ปี10 เดือน

ศาลไต้หวันลงดาบ ตัดสินจำคุก เจ้าขององค์กรจัดอีเวนต์ ‘ปาร์ตี้สี’ เป็นเวลา 4ปี 10เดือน โทษฐานละเลยความปลอดภัย จนนำไปสู่การเกิดไฟไหม้สยอง สวนน้ำฟอร์โมซา วอเตอร์ พาร์ค กลายเป็นทะเลเพลิง กลางปีก่อน ดับสลด 15 เจ็บระนาวกว่า 500

เมื่อ 26 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศาลไต้หวันตัดสินจำคุกนายหลู ชุง ฉี เจ้าขององค์กรจัดอีเวนต์ ปาร์ตี้สี ‘คัลเลอร์ เพลย์ เอเชีย’ ที่สวนน้ำ ฟอร์โมซา วอเตอร์ พาร์ค ชานกรุงไทเป เป็นเวลา 4 ปี กับ 10 เดือน โทษฐานละเลยความปลอดภัย จนนำไปสู่การเกิดเหตุไฟไหม้สุดสะเทือนขวัญ มีผู้เสียชีวิตสลด 15 ราย และบาดเจ็บกว่า 500 คนเมื่อ 27 มิ.ย. ปีที่ผ่านมา

สำหรับเหตุเพลิงไหม้ในงานปาร์ตี้สีที่สวนน้ำ ฟอร์โมซา วอเตอร์ พาร์ค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิว ไทเป เกิดจากฝุ่นสีที่กระจายอยู่ในอากาศ เนื่องจากถูกโปรยลงมาเพื่อให้ตรงกับคอนเซปต์ ปาร์ตี้สีนั้น เกิดการระเบิดขึ้นหลังเกิดปฏิกิริยากับความร้อนจากแสงไฟสปอร์ตไลต์หน้าเวที ขณะผู้คนที่มาเที่ยวสวนน้ำ ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มคนสาวก็กำลังเต้นรำ สนุกสนานกันสุดเหวี่ยง ส่งเสียงเชียร์กันดังลั่นเมื่อมีฝุ่นสีทั้งเขียวและเหลืองถูกโปรยลงมาใส่ตัวพวกเขา แต่แล้วทันใดนั้น กลับเกิดไฟลุกไหม้ กลายเป็นทะเลเพลิงโดยไม่มีใครคาดคิด และคนหนุ่มคนสาวเหล่านั้นไม่มีทางที่จะหลบหนี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นสื่อไต้หวัน รายงานว่า นายหลู ชุง ฉี เจ้าขององค์กรจัดอีเวนต์ ปาร์ตี้สี จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลต่อไปผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ไม่คาดฝัน

สภาพความเสียหายหลังเหตุเพลิงไหม้สยอง

ที่มา>>>Thairath