พร้อมรบไม่มีเอาต์! เจาะ ‘ปืนฉีดน้ำ’ รุ่นไหนใหม่ฮิตสงกรานต์ 2559 ต้องมี

วันสงกรานต์แบบนี้ ถ้าไม่พูดถึงอาวุธที่มาพร้อมกับวันสงกรานต์อย่าง ‘ปืนฉีดน้ำ‘ ก็คงจะไม่ได้ 1 ปี มีแค่ 3 วัน ที่เราจะได้เล่นน้ำกันให้ฉ่ำปอด อยากจะเล่นน้ำวันสงกรานต์ก็ต้องมีอุปกรณ์เล่นน้ำเท่ๆ มาประดับกายกันหน่อยแล้ว ซึ่งก็คงหนีไม่พ้น ปืนฉีดน้ำ หลากสีหลายรุ่น ที่แต่ละปีก็มีการดีไซน์รูปลักษณ์แปลกใหม่ออกมาให้เลือกซื้อกันทุกปี…

ไทยรัฐออนไลน์ ไม่รอช้าขอไปสำรวจตลาดสำเพ็ง รวมปืนฉีดน้ำยอดฮิตในวันสงกรานต์นี้ พร้อมแล้วอย่ารีรอไปหาซื้อมาเล่นกัน

1. ปืนฉีดน้ำแบบสูบดาบปืนฉีดน้ำแบบสูบดาบ

แบบแรกขายดีกันสุดๆ ราคาถูกและแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร แถมยังเอาใจคนงบน้อยด้วยราคาสุดประหยัด สนนราคาอยู่ที่ 50-80 บาท ราคาถูกแบบนี้เอาออกมาตั้งขายเมื่อไร หมดลงในพริบตาเดียว เมื่อก่อนจะเป็นลักษณะท่อแป๊บที่เอามาผลิตและมีการยกเลิกให้ใช้ เพราะแรงเกินไป แต่ปัจจุบันได้นำพลาสติกมาดัดแปลงให้เป็นรูปทรงต่างๆ เช่น ดาบและกระบอง ทำให้แรงอัดน้อยลง จึงทำให้ได้มีการวางขายกันอีกครั้ง

2. ปืนฉีดน้ำตุ๊กตาแบบเป้สะพายหลังปืนฉีดน้ำตุ๊กตาแบบเป้สะพายหลัง

ฮิตสุดๆ สำหรับเด็กๆ หรือวัยรุ่นสายแบ๊ว กับปืนฉีดน้ำตุ๊กตาสะพายหลัง บอกเลยรุ่นนี้ฮิตคุ้มค่าเพราะกักเก็บน้ำไว้ด้านหลังได้เยอะพอสมควร ไม่ต้องเติมน้ำบ่อยๆ มีทั้งแบบกระเป๋าใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และกระเป๋าเล็กสำหรับเด็ก มีตุ๊กตามากมายหลายลาย มีตั้งแต่ราคา 200 บาทขึ้นไป อาจจะแพงไปนิด แต่ก็ตุนน้ำไว้ได้ ใครมีงบเยอะหน่อยปืนฉีดน้ำประเภทนี้ก็ถือว่าเป็นทางเลือกได้เป็นอย่างดี

3. ปืนฉีดน้ำ LINEปืนฉีดน้ำ LINE

น่ารัก อินเทรนด์กันสุดๆ กับปืนฉีดน้ำตุ๊กตา LINE ยกกันมาทั้งครอบครัว Brown Cony Moon Nameko มีหลายแบบให้ได้เลือกสรรทั้งแบบสะพายหลัง แบบสูบฉีดธรรมดา แบบหัวตุ๊กตา น่ารักจนเราอยากจะซื้อมาซะทุกแบบเลยแหละ ราคาก็มีหลากหลายตั้งแต่ 100-400 บาท

4. กระบอกฉีดน้ำแรงดันสูงกระบอกฉีดน้ำแรงดันสูงอันนี้ประหยัดสุดๆ เก๋ไก๋ บวกกับการดีไอวายด้วยการเอาขวดน้ำมาทำเองยังได้เลยค่ะทุกคน บอกเลยว่าเป็นทางเลือกให้กับคนงบน้อยได้เป็นอย่างมาก ราคาเพียง 59 บาทเท่านั้น แต่ได้ถึงสองหัวด้วยกัน ทั้งหัวเล่นน้ำสงกรานต์ นอกจากนั้นยังมีหัวฉีดที่สามารถนำไปรดน้ำต้นไม้ พ่นปุ๋ย พ่นยาฆ่าแมลง ฉีดล้างรถ ล้างแอร์ ฉีดไล่นก ฉีดไล่แมว ยิ่งปีนี้มีการรณรงค์ให้ประหยัดน้ำ หัวเล่นน้ำแบบนี้ตอบโจทย์ดีทีเดียว

5. ปืนฉีดน้ำทีมฟุตบอลสะพายหลังปืนฉีดน้ำทีมฟุตบอลสะพายหลัง

สาวกทีมฟุตบอลต้องปลาบปลื้มปืนฉีดน้ำสะพายหลังแบบนี้อย่างแน่นอน บอกเลยว่ามีให้เลือกกันหลายทีมไม่ว่าจะเป็น แมนฯยู ลิเวอร์พูล และอีกมากมาย ราคาอยู่ที่ 200-500 บาท ดูเหมือนจะแพง แต่บอกว่าคุ้มค่าสุดๆ สามารถใช้งานได้หลายปีอีกด้วยนะเออ

6. ปืนฉีดน้ำหัวการ์ตูนแบบหัวตุ๊กตา

น่ารัก แบ๊วๆ ปืนฉีดน้ำที่เหมาะกับเด็กและคุณผู้หญิงทั้งหลาย ถ้าคุณไม่อยากแบกปืนฉีดน้ำอันใหญ่ให้หนัก เราแนะนำแบบหัวการ์ตูนอันเล็ก ทั้งน่ารักและพกพาสะดวก ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย ไปซื้อกันด่วนๆ เลยจ้า ราคาตั้งแต่ 100-200 บาท

7. ปืนฉีดน้ำแบบลูกสูบแรงดันสูงลายการ์ตูนต่างๆปืนฉีดน้ำแบบลูกสูบแรงดันสูงลายการ์ตูนต่างๆ

ปืนฉีดน้ำที่มีแรงดันสูงและสามารถใว่น้ำได้เยอะ สีสันสดใสเหมาะกับเทศกาลสงกรานต์ รุ่นนี้เป็นที่สุดของความฮิตในบรรดาปืนฉีดน้ำทั้งหลาย ราคาขึ้นอยู่กับขนาดของปืน ตั้งแต่ 200-500 บาท

8. ปืนฉีดน้ำเลียนแบบปืนทหารปืนฉีดน้ำแบบปืนทหาร

ปืนฉีดน้ำที่เท่ไม่เบาเลย รับรองถูกใจหนุ่มๆ แน่นอน รูปทรงจะมีกระบอกใส่น้ำอยู่ข้างบนตัวปืน และมีลักษณะคล้ายกับปืนของทหาร ราคาอยู่ที่ 140-200 บาท ไปหาซื้อมาเล่นกันได้ในวันสงกรานต์เรารับรองความเท่ มีให้เลือกมากมาย

สแกนปืนฉีดน้ำกันแล้ว เราขอเตือนกันสักนิดว่า ผู้ใช้ควรเล่นอย่างระมัดระวัง อย่าฉีดใส่หน้าคนอื่น เพราะอาจเกิดอันตรายได้ถ้าใช้แบบผิดๆ และประมาท ยังไงถ้าใครจะซื้อปืนฉีดน้ำรุ่นไหนก็ต้องเล่นอย่างระมัดระวังกันด้วยนะจ๊ะ สนุกสนานแบบพอดีๆ ใช้น้ำอย่างประหยัด จะได้เล่นสงกรานต์กันอย่างสนุก ปลอดภัย ไร้กังวล

ที่มา>>>Thairath

‘สามารถ’ ซัด ส.ว.ลากตั้ง เป็นเครื่องมือสืบอำนาจ

“สามารถ” ซัดคำถามพ่วงประชามติ ไม่เป็นธรรม ปมให้ ส.ว.ลากตั้ง กำหนดคนเป็นนายกฯ จวกเหมือนให้อำนาจอื่นอยู่เหนืออำนาจประชาชน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.59 นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบคำถามพ่วงการทำประชามติ โดยให้ ส.ว.สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นประเด็นที่ทำให้การทำประชามติผ่านได้ยาก เพราะส่อเจตนาชัดเจนว่าเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ขอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) แล้วไม่ให้ จึงใช้วิธีถามพ่วงประชามติไปเลย ถ้าประชาชนเอาด้วย กรธ.ก็ต้องแก้ไขตาม ทั้งนี้ เมื่อดูโดยหลักการแล้วถือว่าไม่เป็นธรรมที่จะใช้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง มาเป็นเครื่องมือกำหนดว่าใครจะมาเป็นนายกฯ ไม่ถูกต้อง จะปล่อยให้อำนาจอื่นอยู่เหนืออำนาจประชาชนได้อย่างไร

-

นายสามารถ กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะออกมานั้น ตนเชื่อว่าหากพูดอะไรก็อาจเข้าข่ายผิดมาตรา 62 ของร่าง พ.ร.บ.นี้ได้ ทั้งที่ควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงปัญหาและข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการส่งสัญญาณกับประชาชนแล้ว หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของประชาชนที่จะต้องคิดและพิจารณาให้ถี่ถ้วน.

ที่มา>>>Thairath

โรงงานถล่ม ที่ท่าม่วง! หลังคาเหล็กทับคนงาน ดับ 1 สาหัส 1

(เครดิตภาพจากมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ประจำจังหวัดกาญจนบุรี)

โครงเหล็กอาคารโรงงานผลิตปลั๊กไฟฟ้า ที่ อ.ท่าม่วง กาญจนบุรี พลังถล่มลงมาขณะก่อสร้าง ทับคนงานชายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ผวจ.สั่งนอภ.นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว…

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 เม.ย. 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง พร้อม มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ประจำจังหวัดกาญจนบุรี รุดไปที่โรงงาน เอสทีเอส(STS) โลจิสติก จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 9 ต.พงตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นโรงงานผลิตปลั๊กไฟฟ้าสภาพศพผู้เสียชีวิตที่ถูกหลังคาถล่มทับ

พบว่าอาคารในโรงงาน ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างขึ้นโครงเหล็ก ได้พังถล่มลงมา เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นคนงานในก่อสร้าง เพศชาย สภาพสวมเสื้อแขนยาวสีเทา กางเกงยีน ถูกโครงเหล็กหล่นลงมาทับบริเวณสะโพกด้านขวา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ยังไม่ทราบชื่อ

หลังทราบเหตุ นายศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้ นายยงยุทธ สุโนภักดิ์ ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่พร้อม ปภ.จว. และนายอดิเทพ กมลเวชช์ นายอำเภอท่าม่วง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ รายละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป.หลังคาหล่นทับคนงาน มีทั้งตายและบาดเจ็บ ที่ท่าม่วง กาญจนบุรีหลังคาโรงงานถล่มดับ1 เจ็บ1

ที่มา>>>Thairath

ผัวแทบจะช็อก! เมียไปเลี้ยงวัวนาน พบอีกครั้งถูกยิงดับ

สาวใหญ่เมืองน่าน ออกจากบ้านไปดูวัว สามีสงสัยหายไปนาน ออกไปตาม เจอภรรยาถูกปืนลูกซองยิงเสียชีวิตในป่าละเมาะ ด้าน ตร.สภ.เวียงสา ส่งชุดสืบสวนล่าตัวคนร้ายแล้ว

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 59 ร.ต.ท.ปิยพงษ์ กัญชนะ พงส.สภ.เวียงสา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เมื่อกลางดึกว่า มีคนถูกยิงเสียชีวิตที่ป่าละเมาะข้างทาง ถนนสายแพร่-น่าน บ้านปางมอญ หมู่ 7 ต.อ่ายนาไลย อ.เวียงสา จ.น่าน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.อ่ายนาไลย แพทย์เวร รพ.เวียงสา พฐ.น่าน และชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุพบศพ นางเหวียน สวนคำ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 29/5 บ้านห้วยน้ำอุ่น ต.อ่ายนาไลย อ.เวียงสา จ.น่าน สภาพศพนอนหงาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ด้านหลัง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นดรีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่

จากการสอบถาม นายสว่าน สวนคำ สามี ทราบว่าเมื่อประมาณ 16.30 น. ผู้ตายออกจากบ้านเพื่อจะไปดูวัวที่เลี้ยงไว้ 19 ตัว ในสวนห่างจากบ้านประมาณ 2 กม. จนเมื่อเวลา 21.00 น. ยังไม่กลับบ้านจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกมาตามหา กลับพบว่าเสียชีวิต จึงรีบแจ้งตำรวจ

ร.ต.ท.ปิยพงษ์ กล่าวว่า ภายหลังชันสูตรเบื้องต้น และให้ พฐ. ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ได้สั่งให้ชุดสืบสวน สภ.เวียงสา ออกล่าตัวมือปืนมาดำเนินคดี ทั้งนี้ ญาติติดใจการเสียชีวิต จึงส่งไปที่ รพ.ลำปาง เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath

ตร.ชัยภูมิ จับกัญชากว่า 107 กก. คาด หวังปล่อยของช่วงสงกรานต์

ตร.สภ.ลาดใหญ่ ชัยภูมิ ตั้งด่าน จับกัญชากว่า 107 กก. มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ซุกถุงดำขนาดใหญ่ไว้ในกระท่อม ข้างทุ่งนา หวังปล่อยของช่วงสงกรานต์ จ่อขยายผลหาแก๊งคนร้าย

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.59 เวลา 02.30 น. พ.ต.อ.เชษฐา เชยชุ่ม ผกก.สภ.ลาดใหญ่ รับแจ้งจาก นายสำเนียง หาญกุดตุ้ม กำนันหมู่ 4 ต.กุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ ว่า มีชาวบ้านพบรถกระบะสีดำ ไม่ใส่แผ่นป้ายทะเบียน มีผู้ชาย 2 คน ได้นำถุงดำขนาดใหญ่มาซุกไว้ใต้กระท่อม บริเวณข้างลำห้วยกุดเชือก ห่างจากถนนลาดยาง สายกุดตุ้ม-บ้านค่าย หลัก กม.ที่ 6-7 ประมาณ 1 กม. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.กิตติพัฒน์ คำรังษี สว. สอบสวน สภ.ลาดใหญ่ ร.ต.ท.ปราโมทย์ โฉมหาญ รอง สว.ป สภ.ลาดใหญ่ และชุดสืบสวนนำกำลังสนธิกับฝ่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านชุด ชรบ. กุดตุ้ม เข้าพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด พบเป็นกัญชาอัดแท่งจำนวนมาก อยู่ในสภาพมีถุงดำพลาสติกห่อถุงกระสอบ และมีสกอตช์เทปพันไว้อย่างแน่นหนา จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ และนำไปเก็บรักษาเพื่อตรวจสอบขยายผลหาตัวผู้ร้ายรายนี้

ด้าน พ.ต.อ.เชษฐา เชยชุ่ม ผกก.สภ.ลาดใหญ่ กล่าวว่า ในช่วงนี้จังหวัดชัยภูมิ ได้ปล่อยแถวระดมกวาดล้างช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงมีการตั้งด่านเพื่อตรวจค้นผู้ที่จะฉวยโอกาสนำสิ่งผิดกฎหมายหรือยาเสพติดแอบเข้ามาในพื้นที่ โดยกรณีนี้ถือว่า เป็นผลงานประสบความสำเร็จ โดยน่าจะเป็นพ่อค้ารายใหญ่ที่ได้นำของผ่านมา แต่เจอด่าน สภ.ลาดใหญ่ จึงได้นำของมาพักเก็บไว้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบของกลางพบเป็นกัญชาอัดแท่ง จำนวนแท่งละ 1 กก. กว่า 107 แท่ง น้ำหนักรวม 107 กก. มูลค่าจำนวนกว่า 1,600,000 บาท โดยการสืบสวนต่อไปก็จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกเส้นทางที่ใช้สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวนี้ด้วย และจะประสานทาง ตร. ปปส. เพื่อช่วยหาข้อมูล หลักฐานในเชิงลึกที่เกี่ยวพันกับกลุ่มคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ประกาศภัยแล้ง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ผวจ. สั่งตามสถานการณ์-ช่วยเหลือ

จ.นครศรีธรรมราช ประกาศพื้นที่ภัยแล้งแล้ว 1 อำเภอ มีพื้นที่ประสบภัย 2 ตำบล ด้านพ่อเมือง สั่งติดตามสถานการณ์พื้นที่แล้งซ้ำซากและให้ความช่วยเหลือ พร้อมระดม จนท. ประชาชน ร่วมสร้างฝายชะลอ บริหารจัดการน้ำต้นทุน

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 59 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังจากไม่มีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำตามคลองต่างๆ ตลอดจนแหล่งน้ำธรรมชาติมีระดับลดลง จ.นครศรีธรรมราช จึงได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จำนวน 1 อำเภอ คือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ประสบภัย 2 ตำบล คือ ต.ท่าเรือ และ ต.นาเคียน การให้ความช่วยเหลือขณะนี้ คือการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภค

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดได้กำหนดพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เกิดภัยแล้งซ้ำซากอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 15 อำเภอ คือ อ.หัวไทร อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.พรหมคีรี อ.พิปูน อ.ลานสกา อ.ชะอวด อ.นาบอน อ.พระพรหม อ.นบพิตำ อ.ถ้ำพรรณรา อ.ปากพนัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งสง และ อ.เชียรใหญ่ ซึ่งขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งประจำปี 59 แล้ว พร้อมมีการมอบหมายภารกิจแก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ 8 ด้าน

นอกจากนี้ ยังระดมเจ้าหน้าที่ของที่ทำการปกครองอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ชุมชน ประชาชนในพื้นที่ และอาสาสมัคร สร้างฝายชะลอน้ำ ทำนบกั้นน้ำ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ การขุดบ่อน้ำตื้น ขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อการบริหารจัดการน้ำต้นทุน โดยจังหวัดสนับสนุนงบประมาณและใช้งบประมาณบางส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง.

ที่มา>>>Thairath

ชาวไทยเชื้อสายจีนเบตงไหว้บรรพบุรุษช่วงเทศกาลเชงเม้ง

เบตง ชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก นำลูกหลานกราบไหว้บรรพบุรุษ ในช่วงเทศกาลเชงเม้ง สุสานจีนคึกคัก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้มงวด

วันที่ 4 เม.ย. ที่สุสานจีนบ้าน กม.4 หมู่ 2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ในช่วงเทศกาลเชงเม้ง บรรยากาศการไหว้บรรพบุรุษของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งใน อ.เบตง และญาติพี่น้องจากต่างจังหวัด ทยอยเดินทางมายังสุสานเพื่อมาทำความสะอาดสุสาน และนำเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ เช่น อาหารคาวหวาน พร้อมทั้งเผากระดาษเงิน กระดาษทอง มากราบไหว้บรรพบุรุษที่บริเวณหน้าหลุมฝังศพ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วตามประเพณีของชาวจีน

โดยปกติทุกปีวันเชงเม้งจะเงียบเหงา เพราะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดความไม่สงบ ทำให้ทุกคนเกิดความหวาดระแวง หวาดกลัว ไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ปีนี้กลับคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา เพราะลูกหลานชาวอำเภอเบตงเชื้อสายจีนที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ เดินทางกลับมากราบไหว้บรรพบุรุษ และพบปะญาติพี่น้องกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพราะอำเภอเบตงสงบประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่มากขึ้น

ด้านการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เบตง ทหารพราน33 อส.อำเภอเบตง ได้จัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตามสุสานจีนต่างๆ ถนนหนทาง แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำร้อน สวนไม้ดอกเมืองหนาว และร้านอาหาร ที่มีคนไทยเชื้อสายจีนเดินทางไปท่องเที่ยว และ รับประทานอาหารกันแบบครอบครัว หลังจากกราบไหว้บรรพบุรุษเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นวันพบปะญาติพี่น้องในรอบหนึ่งปีด้วย

ที่มา>>>Thairath

พระมรณภาพคากุฏิ บ่นอาพาธหลายโรค คาดหัวใจวาย

พระสงฆ์เมืองหนองบัวลำภู คว่ำหน้ามรณภาพในกุฏิ พบมีการอาเจียนบนพื้น คาดหัวใจล้มเหลว ด้านพระกุฏิข้างเคียงเผย บ่นอาพาธหลายโรคก่อนแยกย้ายจำวัด

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 เม.ย. 59 พ.ต.ต.นิรันดร์ ปัสสาโท สว.สส.สภ.เมืองหนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า พบพระสงฆ์มรณภาพอยู่ในกุฏิ วัดมหาชัย ต.ลำภู อ.เมืองหนองบัวลำภู จึงประสานแพทย์เวร รพ.หนองบัวลำภู กู้ภัยคุณธรรมหนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่กุฏิ 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องเก็บของ ชั้นล่างเป็นห้องเกิดเหตุ พบ พระเผด็จ กันตธรรมโม อายุ 58 ปี ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 38 หมู่ 1 ต.ชมภูพร อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ นอนคว่ำหน้ามรณภาพในกุฏิ ปัสสาวะเปื้อนสบง และมีร่องรอยการอาเจียนบนพื้น ตรวจร่างกายไม่พบบาดแผลหรือถูกทำร้าย สภาพกุฏิไม่มีร่องรอยการรื้อค้น ปิดหน้าต่างมิดชิด แต่เปิดพัดลมและโทรทัศน์ทิ้งไว้

จากการสอบถาม พระเจด็จ พุทธสาโร อายุ 40 ปี ซึ่งพักอยู่ในกุฏิใกล้กัน ให้การว่า เมื่อหัวค่ำวันที่ 3 เม.ย. ยังได้พูดคุยกันที่หน้ากุฏิของ พระเผด็จ ซึ่ง พระเผด็จ บ่นเรื่องอาพาธ มีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งความดัน เบาหวาน จากนั้นเวลาประมาณ 20.00 น. แยกย้ายกันจำวัด ต่อมาเวลา 04.00 น. เตรียมตัวไปบิณฑบาต แต่ไม่พบ พระเผด็จ จึงได้ไปสรงน้ำรอ กระทั่งเวลา 05.00 น. ก็ยังไม่เห็น เรียกหลายครั้งไม่มีเสียงตอบจึงส่องรูหน้าต่างดู พบว่านอนคว่ำหน้าอยู่จึงรีบงัดประตูกุฏิเข้าไป จนทราบว่า พระเผด็จ มรณภาพแล้ว จากนั้นแจ้งเจ้าอาวาส และโทรศัพท์แจ้งตำรวจดังกล่าว

เบื้องต้น เชื่อว่า พระเผด็จ มรณภาพจากอาการหัวใจล้มเหลว โดยจะเก็บร่างไว้ที่ วัดมหาชัย เพื่อแจ้งญาติของ พระเผด็จ ให้ทราบ และดำเนินการตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

อันดามันประกาศปิดอ่าววันแรก เข้าสู่ฤดูสัตว์น้ำวางไข่

อันดามันประกาศปิดอ่าววันแรก เข้าสู่ฤดูสัตว์น้ำวางไข่ เรือใหญ่จอดขึ้นปลาที่ท่าตามปกติ ส่วนเรืออวนครอบปลากะตักขนาดเล็ก ทยอยจอดลอยลำ เจ้าของเรือโอดต้องกู้หนี้เพิ่ม อุ้มแรงงานช่วงหยุดเรือ

จากกรณีที่มีการประกาศใช้มาตรการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำ ในฤดูปลาที่มีไข่และวางไข่เลี้ยงลูก ประกาศปิดอ่าวฝั่งอันดามัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.ในอาณาเขตพื้นที่ 4,696 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนใน 4 จังหวัด คือ จ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.กระบี่ และ จ.ตรัง ซึ่งกำหนดห้ามใช้เครื่องมือในการทำประมงบางชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาทู ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับบรรยากาศวันแรก ในการประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวบริเวณท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลาภูเก็ต ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 พบว่า ยังมีเรือประมงจำนวนมาก เข้าจอดเทียบท่า นำปลาขึ้นยังท่าตามปกติ ขณะเดียวกันพบว่า มีเรือประมงขนาดเล็กเข้าจอดลอยลำในท่าเพิ่มมากขึ้น

จากการสอบถาม นางกาญจนา หลิมพานิชย์ ผู้ประกอบการเรือประมงอวนดำ กล่าวว่า จากมาตรการดังกล่าวนั้น ไม่กระทบกับเรือประมงขนาดใหญ่ เพราะออกไปจับปลาบริเวณนอกอ่าวในจุดที่น้ำลึก และเห็นด้วยที่ออกมาตรการนี้มา ซึ่งเป็นผลดีต่อการวางไข่ของปลา แต่มีเรือเล็กจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบ เพราะหาปลาในบริเวณน้ำตื้น ของตนเองมีเรือขนาดเล็กก็นำจอดเข้าฝั่งไม่ออกจับปลาตามมาตรการ

ด้านนายสมชาย แก้วสีเหลือง อายุ 50 ปี ผู้ประกอบการเรือประมงอวนครอบปลากะตัก กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ชาวประมงหลายราย ที่มีเรือประมงอวนครอบปลากะตักขนาดเล็ก ขนาด 20-30 ตันกรอส นั้นได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถจับปลาในบริเวณใกล้อ่าวได้ ต้องหยุดเรือและนำเข้าจอดลอยลำ เนื่องจากเรือขนาดเล็กนั้นไม่สามารถออกไปบริเวณน้ำลึกได้นาน เพราะหากมีคลื่นลมแรง จะไม่สามารถจับปลาได้ ทั้งนี้ ในส่วนของทะเลอันดามันนั้น มีน้ำลึกและคลื่นลมแปรปรวนกว่าฝั่งอ่าวไทย ทำให้มีหลายรายที่ต้องหยุดทำประมง ไม่มีรายได้ แต่ก็ต้องเคารพในมาตรการของทางภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการประมงหลายประเภทยังกังวล เรื่องมาตรการใหม่ที่ภาครัฐเพิ่งออก และเริ่มบังคับใช้ ทั้งในส่วนของการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ที่ประกอบอาชีพประมง 2 ปี ซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายค่าขึ้นทะเบียนแรงงานเกือบ 7 พันบาท ต่อแรงงาน 1 คน แต่แรงงานที่ขึ้นทะเบียนมักละเมิดหรือผิดสัญญา หนีงาน ไม่สามารถออกเรือจับปลาได้ และอีก 1 มาตรการที่กังวล คือ มาตรการควบคุมเรือที่ออกทำประมงได้ไม่เกิน 205 วันต่อปี ซึ่งเฉลี่ยเดือนละ 13 วัน ทำให้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านแรงงานสูง เกิดการกู้หนี้ยืมสินมาหมุนเวียนจนรายได้ติดลบ อยากให้ทางภาครัฐเข้ามาดูแลเยียวยา ก่อนที่ผู้ประกอบการจะแบกรับภาระไม่ไหวจนต้องขายเรือทิ้ง.

ที่มา>>>Thairath

เหลือเพียบ! แม่ค้าโคราช-อ่างทองครวญ ลอตเตอรี่งวดนี้ขายไม่ดี

เงียบเหงา!! บรรยากาศวันหวยออก แผงค้าลอตเตอรี่ทั้ง จ.โคราช-จ.อ่างทอง แห่ลดราคาให้ลูกค้า แม่ค้าบ่นขายไม่ดี เหลือเพียบ ขณะที่เลขดังทะเบียนรถนายกฯ ประยุทธ์ กลับขายดีเกลี้ยงทุกแผง…

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอรี่ ตั้งแต่ช่วงเช้าบรรยากาศตามที่บริเวณถนนจอมพล ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด มีกว่า 100 แผง พบว่าหลายแผงยังคงมีสลากเหลือในแผงอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผู้ค้าสลากส่วนใหญ่หลายรายยังคงติดป้ายราคาอยู่ที่ 80 บาท แต่ถ้าซื้อ 2 ใบได้รับลดราคาเหลือจำนวน 150 บาท และมีเพียง 10 รายที่ต้องพากันติดป้ายลดราคาสลากเหลือฉบับละ 75 บาท ทำให้ขายดิบขายดีใกล้จะหมดแผงเร็วกว่าแผงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าเตรียมป้ายราคา 70-75 บาท ไว้ในช่วงบ่ายก่อนจะออกรางวัล เนื่องจากรู้ดีว่าลอตเตอรี่ในงวดนี้เหลือมากกว่าทุกงวด

ชาวบ้านซื้อลอตเตอรี่ในวันหวย ออก 1 เม.ย. 2559

ส่วนเลขดังเป็นเลขป้ายทะเบียนรถเบนซ์ 2 คันของนายกรัฐมนตรี คือ เลข 29 ปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชนแห่ไปถามหากันจ้าละหวั่น หมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว ขณะนี้ทุกแผงไม่มีหลงเหลือแล้ว นอกจากนี้ เป็นช่วงเงินเดือนออกมีพี่น้องประชาชนมาเสี่ยงโชคกันคึกคัก และเป็นช่วงเทศกาลเชงเม้งการกราบไหว้บรรพบุรุษตามสุสานต่างๆ ใน จ.นครราชสีมา เช่น สุสานมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ้ง สว่างเมตตาธรรมสถาน และมูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายลอตเตอรี่ไปจำหน่ายให้ถึงที่ในราคา 80 บาท แต่มีการขอหน้าตาเฉยว่า ขอค่าเดินค่าเหนื่อยค่าน้ำดื่มเพิ่ม 10 บาท ซึ่งประชาชนที่กำลังเซ่นไหว้ก็ซื้อเลขหลุมของบรรพบุรุษกันคึกคัก ขณะที่ผู้ค้าบางส่วนก็ยอมรับว่า ที่ขายไม่หมดจะเก็บไว้ลุ้นรางวัลเองส่วนหนึ่ง ซึ่งจากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าขายสลากหลายรายบอกว่า ตามปกติจะขายสลากได้หมดก่อนวันหวยออก แต่งวดนี้เหลือมากกว่า 3-4 งวดแล้วที่พ่อค้าแม่ค้าขายสลากไม่หมด ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าสลากเชื่อว่า สาเหตุที่ทำให้ลอตเตอรี่เหลือจำนวนมาก เป็นเพราะรัฐบาลเพิ่มจำนวนมาก

ลอตเตอรี่เหลือเป็นจำนวนมาก พ่อค้า-แม่ค้า คาดขาดทุนแน่

 ขณะที่ จ.อ่างทอง บรรยากาศการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอ่างทอง ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในจังหวัด และตามร้านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในตลาด ก่อนที่จะมีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลในช่วงบ่ายของวันนี้ พบว่าประชาชนเริ่มทยอยกันมาเลือกชมเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อหวังนำไปเสี่ยงดวงกันอย่างบางตา

แม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลหลายรายกล่าวว่า งวดนี้สลากกินแบ่งรัฐบาลคงจะขายไม่ออก เหลือเหมือนกับงวดที่ผ่านมา แม่ค้าฉลากหลายรายเหลือที่แผงกว่า 100 ใบ ต้องแบกภาระเก็บเอาไว้เสี่ยงดวงกันเอง หากจะลดราคาขายลงมา ก็เกรงว่าจะกระทบกับผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยกันเอง แต่ก็ยังหวังว่าจะจำหน่ายสลากกินแบ่งหมดก่อนที่จะออกรางวัล

แม่ค้าบ่นเป็นเสียงเดียวกัน ขายลอตเตอรี่งวดนี้ไม่คึกคัก

ด้าน น.ส.ขันธาฐนิดา ท้ายเงิน อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/36 ถนนเทศบาล 10 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง แม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกว่าการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนี้จะดีกว่างวดที่ผ่านมา เนื่องจากงวดที่ผ่านมามีลูกค้าหลายรายซื้อไปแล้ว ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 3 ตัวหน้า ได้รับเงินไปหลายแสนบาท เมื่อลูกค้ารู้จึงแห่มาซื้อที่แผงของตนเองเป็นจำนวนมาก หรือลูกค้าคนใดต้องการที่จะเหมาตนเองก็ยินดีที่จะขายให้ในราคาใบละ 75 บาท ซึ่งคาดว่าก่อนที่จะออกรางวัลคงจะขายหมดอย่างแน่นอน.

ที่มา>>>Thairath