ชาวสวนลำพูน ครวญ พิษแล้งทำลิ้นจี่ลูกเล็ก เสียง่าย ขายไม่ดี

ภัยแล้งกระทบหนักรอบ 50 ปี! สวนลิ้นจี่เมืองลำพูน ขาดน้ำหล่อเลี้ยง ทำผลผลิตลูกเล็ก เสียง่าย แม่ค้าครวญ ราคาถูกลงกว่าทุกปี แถมขายไม่ดี เนื่องจากขนาดไม่ได้มาตรฐาน …

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 59 ที่บริเวณริมถนนหน้าวัดดอยติ ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำพูน ได้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า นำเอาลิ้นจี่พันธุ์ต่างๆ มาวางขายเป็นจำนวนมาก โดยตั้งเป็นซุ้มขายกันริมถนน เพื่อให้ลูกค้าที่ขับขี่รถผ่านไปมาได้แวะซื้อไปรับประทาน

นางสาวอรุณี ผดุงศักดิ์ แม่ค้าขายลิ้นจี่ริมถนน กล่าวว่า ราคาลิ้นจี่ปีนี้ค่อนข้างจะถูกกว่าปีก่อน เพราะผลผลิตมีน้อย แต่ตรงกันข้ามราคาลิ้นจี่กลับมีราคาถูกลง ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง น้ำในลำห้วยหนอง คลองบึงที่ชาวสวนลิ้นจี่ใช้รดน้ำต้นลิ้นจี่ไม่เพียงพอ ทำให้ผลผลิตออกมาไม่ดีไม่ได้มาตรฐาน ทั้งพันธุ์ฮวงฮวย พันธุ์จักรพรรดิ์ กิมเจง ได้รับผลกระทบหมดลูกเล็ก อีกทั้งร่วงเสียหายง่ายด้วย บางวันเก็บตอนเช้า พอโดนแดดแรงเพียง 1-2 วัน สีของลิ้นจี่ จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ำดูเหมือนเสีย แต่ไม่ได้เสีย ข้างในสุก หอมอร่อยปกติ เพียงแต่โดนแดดทำให้ดูข้างนอกเสียเท่านั้นร้านขายลิ้นจี่ริมถนนหน้าวัดดอยติ ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำพูน

สอบถามชาวสวน เกี่ยวกับปัญหาของภัยแล้ง พอจะทราบว่า ภัยแล้งในปีนี้ รุนแรงมากที่สุดในรอบ 50 ปี น้ำที่ขุดเจาะไว้สำหรับเลี้ยงต้นไม้ทั้ง ลำไย ลิ้นจี่ ได้รับผลกระทบหมด น้ำไม่เพียงพอ

ขณะที่ ชาวสวน ในพื้นที่ อ.บ้านธิ อ.บ้านโฮ่ง และ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน โอดครวญว่า เจอภัยแล้งรุนแรงมาก จนต้องถอดใจปล่อยให้ต้นลิ้นจี่ ลำไย เป็นไปตามยถากรรม บางสวนยืนต้นตาย บางสวนเริ่มแห้งเหี่ยว รอเพียงฝนตกลงมาเท่านั้นจึงจะสามารถยื้อชีวิตได้.

ที่มา>>>Thairath

ร้านสุกี้-ผัดไทย ตลาดสิงหนคร สงขลา กุ้ง-หมึก จัดเต็มขายถูกสวนเศรษฐกิจ

ชาวสงขลา ยกนิ้วให้! สุกี้-ผัดไทย “โกเกียรติ” อิ่มละ 40 บาท เน้นกุ้ง-ปลาหมึก สดๆ ตัวโตๆ จากท่าแพ วันต่อวัน ร้านเล็กๆ แต่อร่อยเด็ดดวง ในตลาดสิหนคร ปรุงสูตรลับเฉพาะอร่อยโดนใจนักชิม ‘คุณแอ๊ะ’ เผย ยอมขายราคาถูก ไม่ซ้ำเติมเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวจังหวัดสงขลา รายงานว่า เมื่อช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ได้ฟังนักชิม และประชาชนภายใน จ.สงขลา พูดถึงร้าน สุกี้-ผัดไทย “โกเกียรติ” ซึ่งตั้งอยู่ภายในตลาด อ.สิงหนคร จ.สงขลา จุดเด่นของร้าน “โกเกียรติ” ด้วยปริมาณอาหารทะเลสดๆ กุ้ง หอย ปู ปลาจากท่าแพ อัดแน่นล้นจาน ขายในราคาเพียง 40 บาท ลูกค้าแห่อุดหนุนจนเป็นที่กล่าวขานถึงเรื่องสุดยอดความอร่อย  ร้านขายสุกี้ – ผัดไทย ร้านเล็กๆ ภายในตลาดหน้าเมือง อ.สิงหนคร จ.สงขลา

เมื่อเดินทางไปถึงภายในตลาดสิงหนคร เป็นตลาดต่างอำเภอที่ค่อนข้างมีของกินของใช้ให้เลือกซื้อหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือร้าน ผัดไทย-สุกี้ “โกเกียรติ” จัดตั้งเป็นแผงร้านเล็กๆ ป้ายสีเหลืองสด เห็นเด่นชัด จากนั้นได้พบกับเจ้าของร้านผู้คิดค้นสูตรความอร่อย กำลังยืนหน้ากระทะ นางพรทิพย์ รัตนะ อายุ 37 ขะมักเขม้นผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ตามออเดอร์ที่ลูกค้าโทรสั่งกว่า 100 กล่อง ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มอัธยาศัยดี

นางพรทิพย์ รัตนะ อายุ 37 ปี หรือแอ๊ะ ชาวอำเภอ สิงหนคร เปิดเผยว่า ร้านแห่งนี้เปิดมาได้เพียง 1 ปีเศษ ค่อนข้างมีเสียงตอบรับจากลูกค้าพอสมควร โดยการพูดถึงจากปากต่อปาก เราจะเน้นความสดใหม่ของ กุ้ง-หอย-ปลาหมึก นำขึ้นจากทะเลสดๆ วันต่อวัน เพราะท่าแพอยู่ใกล้ๆ บ้าน คัดเลือกเฉพาะตัวใหญ่ๆ เมื่อนำมาผสมผสานกับสูตรลับพิเศษ ที่ได้คิดค้นเอง ประกอบกับเส้นผัดไทยที่เหนียวนุ่ม จะสามารถเพิ่มความอร่อยให้รสชาติผัดไทยได้มากยิ่งขึ้น ประกอบกับราคา เพียง 40 บาท พิเศษ 50 บาท ต่อจาน ซ้ำยังมีบริการส่งถึงที่ทั่วจังหวัดสงขลา  คนสงขลา ยกนิ้วให้ ! ผัดไทยร้านนี้อร่อยจริงๆ

“ถ้าถามว่าลูกค้าชอบทานอะไรมากกว่า ระหว่างสุกี้กับผัดไทย ดิฉันคิดว่าขายดีพอๆ กัน ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของลูกค้าด้วย จุดเด่นของสุกี้ คือเราทำน้ำจิ้มเอง คิดสูตรเองหมด ลูกค้าท่านไหนทานแล้วติดใจก็จะขอแบ่งซื้อแค่เฉพาะน้ำจิ้ม เอาไปทานเองที่บ้าน ยิ่งลูกค้าที่เดินทางมาจากในเมือง ต้องสั่งออเดอร์ไว้ก่อน เพราะเราต้องทำเตรียมเพิ่มไว้นอกเหนือจากที่ขายหน้าร้าน ในส่วนจุดเด่นของผัดไทย เน้นตรงเส้นที่ต้องผัดให้เหนียวนุ่มคลุกเคล้ากับไข่ในกระทะ ใช้ไฟแรงพอเหมาะ ใส่เต้าหู้ทอดปรุงแต่งรสชาติด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา ถั่วลิสง ถั่วงอก-ผักกุยช่าย ก็ต้องสดๆ ไม่เคยเก็บค้างคืน ทำให้รสชาติออกมาอร่อยถูกใจลูกค้า” เจ้าของร้านผัดไทย-สุกี้ โกเกียรติ กล่าว

นางพรทิพย์ กล่าวต่อว่า คนในครอบครัวชอบทำอาหารทุกคน ก่อนหน้านี้ก็ทำธุรกิจหลายอย่าง กระทั่งเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนประหยัดเงินมากขึ้น เลยมานั่งคิดกับว่าควรจะหาธุรกิจเล็กๆ ที่คนซื้อได้ทุกวัน เจาะจงไว้เลยว่าต้องเป็นของกิน กระทั่งสรุปว่าขาย ผัดไทย-สุกี้ เพราะเราได้ต้นทุนสูตรลับความอร่อยมาจากคุณแม่ และคุณยาย ค่อนข้างได้เปรียบกว่าขายของกินประเภทอื่นๆ ส่วนชื่อร้านก็เอาชื่อจริงของสามีมาตั้ง เพราะเขาเป็นคนช่วยลงทุน สั่งใส่ห่อก็ขายดีไม่แพ้มากินที่ร้าน

“ที่ร้านมีทั้งขาจร และลูกค้าประจำ แต่มากที่สุดคงจะเป็นออเดอร์โทรมาสั่งทีละมากๆ เพราะเรารับจัดทำส่งตามงานต่างๆ ในสงขลาด้วย บางทีลูกค้าจากในเมือง โทรมาสั่ง พอมาถึงก็รับกลับไปทานที่บ้าน ส่วนลูกค้าที่มานั่งทานในร้าน จะเป็นลูกค้าละแวกใกล้เคียง ทั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณลูกค้าที่ชื่นชมในความอร่อย พูดกันปากต่อปาก จนกระทั่งแนะนำให้ทาง “ไทยรัฐออนไลน์” มาพิสูจน์ความอร่อยด้วยตัวเอง ยุคข้าวยากหมากแพง แบบนี้เราเป็นคนไทยก็ต้องช่วยๆ กัน ขายของไม่เอากำไรมาก ขอแค่เพียงพออยู่ได้ ตัวเองก็หกล้มเพราะธุรกิจมาบ้าง จะลงทุนทำอะไรอยากจะระมัดระวัง ไม่คิดการใหญ่ ของไปแบบนกน้อยสร้างรังแต่พอตัว ค่อยๆ ขยับขยายพัฒนากันไป” เจ้าของร้านผัดไทย-สุกี้ โกเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย.

ที่มา>>>Thairath

สงขลา จัดงานใหญ่ ‘เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์’

สงขลา เตรียมจัดงานใหญ่ “เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17″ และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม-6 มิถุนายน 2559 ณ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา

วันที่ 6 พ.ค. 59 ที่ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ อ.เมือง จ.สงขลา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “อาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17” และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ประจำปี 2559 โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากสงขลา เตรียมจัดงานใหญ่ “เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17”

นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผยว่า เทศบาลนครสงขลา ร่วมกับจังหวัดสงขลา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และหน่วยงานภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17” ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม-6 มิถุนายน 2559 ณ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การประกวดนางสาวสมิหลา การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล อาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทะเล สินค้าโอทอป สินค้าชุมชน ฯลฯ และการแสดงบนเวทีจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ต่าย อรทัย, เดช อิสระ วงพัทลุง, กัน เดอะสตาร์, เป้ อารักษ์ และ ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี การแสดงพื้นบ้านทางภาคใต้ การแข่งขันปรุงอาหารทะเล สาธิตการปรุงอาหารจาก “แม่ช้อยนางรำ” ฯลฯ

ทั้งนี้ ยังได้กำหนดจัดงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-26 พฤษภาคม 2559 ณ บริเวณโรงไฟฟ้าเก่า ถนนสายบุรี อ.เมือง จ.สงขลา อีกด้วย เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งมีพิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีลุยไฟ พิธีประทับทรง ขบวนแห่พระรอบเมือง และการประมูลวัตถุมงคลหน้าองค์พระ ฯลฯ ด้วยแถลงข่าวการจัดงาน “อาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17” และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ประจำปี 2559

ด้านนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าฯ สงขลา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการกระจายรายได้ และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาเพื่อประชาสัมพันธ์อาหารทะเล อาหารพื้นบ้านของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันดีงามในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสงขลา ซึ่งถือเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่าย กระจายรายได้ พร้อมสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ภายใต้กลไกประชารัฐ ขับเคลื่อนแคมเปญ “สงขลามหาสนุก สุขทั้งปีที่สงขลา” โดยนำจุดเด่นเมือง 2 ทะเลของสงขลา ทั้งทะเลสาบ ทะเลหลวง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ การแปรรูปอาหารทะเล มาเป็นสิ่งที่ดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอำเภอเมืองสงขลา

ที่มา>>>Thairath

ภัยแล้งชัยนาทขยายวง ทำมะนาวออกผลน้อย ดันราคาพุ่งเฉียดลูกละ 10 บ.

สถานการณ์ภัยแล้ง จ.ชัยนาท ยังขยายวงกว้าง กระทบพืชผลเกษตรพาเหรดขึ้นราคา ขณะที่ มะนาวออกผลน้อย ปรับขึ้นราคาเฉียด 10 บาทต่อลูก ด้าน แม่ค้าตลาดสดภาษีซุง เผย มีโอกาสแตะลูกละ 15 ส่วนน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เหลือใช้อีกประมาณ 100 กว่าวันเท่านั้น …

วันที่ 22 เม.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาล่าสุด ตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้นอยู่ที่ 14.11 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา จากการคาดการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยานั้นสามารถใช้ได้อีกประมาณ 100 กว่าวันเท่านั้นภัยแล้งชัยนาท หนัก ทำมะนาวออกผลน้อย ดันราคา เฉียดลูกละ10บาท

ขณะที่ ผลกระทบของภัยแล้งยังขยายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมีราคาที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับมะนาว ที่ติดผลลดลง ทำให้มีมะนาวป้อนเข้าตลาดเป็นจำนวนน้อย และเริ่มขาดตลาด ราคาขายจึงปรับขึ้นในทุกขนาด โดยขนาดใหญ่หรือจัมโบ้ ราคาขายหน้าร้านขยับจากลูกละ 5 บาท เป็น 8 บาท ขนาดกลางปรับขึ้นเป็นลูกละ 6 บาท และขนาดเล็กราคาขายอยู่ที่ลูกละ 4 บาทน้ำน้อย แล้งทำมะนาวราคาพุ่ง!

ด้าน นางอรทัย ปานศรี แม่ค้ามะนาวสดภายในตลาดสดภาษีซุง เปิดเผยว่า ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ที่อากาศทวีความร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนหาซื้อมะนาวไปทำเครื่องดื่ม ไปผสมเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อความสดชื่น ทำให้มีความต้องการใช้มะนาวมากขึ้น ราคามะนาวมีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปถึงลูกละ 15 บาท เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา ที่เคยถีบตัวสูงขึ้นจนน่าตกใจ หรืออาจจะแพงกว่าปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ เพราะผลผลิตช่วงภัยแล้งมีน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด.

ที่มา>>>Thairath

พร้อมรบไม่มีเอาต์! เจาะ ‘ปืนฉีดน้ำ’ รุ่นไหนใหม่ฮิตสงกรานต์ 2559 ต้องมี

วันสงกรานต์แบบนี้ ถ้าไม่พูดถึงอาวุธที่มาพร้อมกับวันสงกรานต์อย่าง ‘ปืนฉีดน้ำ‘ ก็คงจะไม่ได้ 1 ปี มีแค่ 3 วัน ที่เราจะได้เล่นน้ำกันให้ฉ่ำปอด อยากจะเล่นน้ำวันสงกรานต์ก็ต้องมีอุปกรณ์เล่นน้ำเท่ๆ มาประดับกายกันหน่อยแล้ว ซึ่งก็คงหนีไม่พ้น ปืนฉีดน้ำ หลากสีหลายรุ่น ที่แต่ละปีก็มีการดีไซน์รูปลักษณ์แปลกใหม่ออกมาให้เลือกซื้อกันทุกปี…

ไทยรัฐออนไลน์ ไม่รอช้าขอไปสำรวจตลาดสำเพ็ง รวมปืนฉีดน้ำยอดฮิตในวันสงกรานต์นี้ พร้อมแล้วอย่ารีรอไปหาซื้อมาเล่นกัน

1. ปืนฉีดน้ำแบบสูบดาบปืนฉีดน้ำแบบสูบดาบ

แบบแรกขายดีกันสุดๆ ราคาถูกและแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร แถมยังเอาใจคนงบน้อยด้วยราคาสุดประหยัด สนนราคาอยู่ที่ 50-80 บาท ราคาถูกแบบนี้เอาออกมาตั้งขายเมื่อไร หมดลงในพริบตาเดียว เมื่อก่อนจะเป็นลักษณะท่อแป๊บที่เอามาผลิตและมีการยกเลิกให้ใช้ เพราะแรงเกินไป แต่ปัจจุบันได้นำพลาสติกมาดัดแปลงให้เป็นรูปทรงต่างๆ เช่น ดาบและกระบอง ทำให้แรงอัดน้อยลง จึงทำให้ได้มีการวางขายกันอีกครั้ง

2. ปืนฉีดน้ำตุ๊กตาแบบเป้สะพายหลังปืนฉีดน้ำตุ๊กตาแบบเป้สะพายหลัง

ฮิตสุดๆ สำหรับเด็กๆ หรือวัยรุ่นสายแบ๊ว กับปืนฉีดน้ำตุ๊กตาสะพายหลัง บอกเลยรุ่นนี้ฮิตคุ้มค่าเพราะกักเก็บน้ำไว้ด้านหลังได้เยอะพอสมควร ไม่ต้องเติมน้ำบ่อยๆ มีทั้งแบบกระเป๋าใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และกระเป๋าเล็กสำหรับเด็ก มีตุ๊กตามากมายหลายลาย มีตั้งแต่ราคา 200 บาทขึ้นไป อาจจะแพงไปนิด แต่ก็ตุนน้ำไว้ได้ ใครมีงบเยอะหน่อยปืนฉีดน้ำประเภทนี้ก็ถือว่าเป็นทางเลือกได้เป็นอย่างดี

3. ปืนฉีดน้ำ LINEปืนฉีดน้ำ LINE

น่ารัก อินเทรนด์กันสุดๆ กับปืนฉีดน้ำตุ๊กตา LINE ยกกันมาทั้งครอบครัว Brown Cony Moon Nameko มีหลายแบบให้ได้เลือกสรรทั้งแบบสะพายหลัง แบบสูบฉีดธรรมดา แบบหัวตุ๊กตา น่ารักจนเราอยากจะซื้อมาซะทุกแบบเลยแหละ ราคาก็มีหลากหลายตั้งแต่ 100-400 บาท

4. กระบอกฉีดน้ำแรงดันสูงกระบอกฉีดน้ำแรงดันสูงอันนี้ประหยัดสุดๆ เก๋ไก๋ บวกกับการดีไอวายด้วยการเอาขวดน้ำมาทำเองยังได้เลยค่ะทุกคน บอกเลยว่าเป็นทางเลือกให้กับคนงบน้อยได้เป็นอย่างมาก ราคาเพียง 59 บาทเท่านั้น แต่ได้ถึงสองหัวด้วยกัน ทั้งหัวเล่นน้ำสงกรานต์ นอกจากนั้นยังมีหัวฉีดที่สามารถนำไปรดน้ำต้นไม้ พ่นปุ๋ย พ่นยาฆ่าแมลง ฉีดล้างรถ ล้างแอร์ ฉีดไล่นก ฉีดไล่แมว ยิ่งปีนี้มีการรณรงค์ให้ประหยัดน้ำ หัวเล่นน้ำแบบนี้ตอบโจทย์ดีทีเดียว

5. ปืนฉีดน้ำทีมฟุตบอลสะพายหลังปืนฉีดน้ำทีมฟุตบอลสะพายหลัง

สาวกทีมฟุตบอลต้องปลาบปลื้มปืนฉีดน้ำสะพายหลังแบบนี้อย่างแน่นอน บอกเลยว่ามีให้เลือกกันหลายทีมไม่ว่าจะเป็น แมนฯยู ลิเวอร์พูล และอีกมากมาย ราคาอยู่ที่ 200-500 บาท ดูเหมือนจะแพง แต่บอกว่าคุ้มค่าสุดๆ สามารถใช้งานได้หลายปีอีกด้วยนะเออ

6. ปืนฉีดน้ำหัวการ์ตูนแบบหัวตุ๊กตา

น่ารัก แบ๊วๆ ปืนฉีดน้ำที่เหมาะกับเด็กและคุณผู้หญิงทั้งหลาย ถ้าคุณไม่อยากแบกปืนฉีดน้ำอันใหญ่ให้หนัก เราแนะนำแบบหัวการ์ตูนอันเล็ก ทั้งน่ารักและพกพาสะดวก ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย ไปซื้อกันด่วนๆ เลยจ้า ราคาตั้งแต่ 100-200 บาท

7. ปืนฉีดน้ำแบบลูกสูบแรงดันสูงลายการ์ตูนต่างๆปืนฉีดน้ำแบบลูกสูบแรงดันสูงลายการ์ตูนต่างๆ

ปืนฉีดน้ำที่มีแรงดันสูงและสามารถใว่น้ำได้เยอะ สีสันสดใสเหมาะกับเทศกาลสงกรานต์ รุ่นนี้เป็นที่สุดของความฮิตในบรรดาปืนฉีดน้ำทั้งหลาย ราคาขึ้นอยู่กับขนาดของปืน ตั้งแต่ 200-500 บาท

8. ปืนฉีดน้ำเลียนแบบปืนทหารปืนฉีดน้ำแบบปืนทหาร

ปืนฉีดน้ำที่เท่ไม่เบาเลย รับรองถูกใจหนุ่มๆ แน่นอน รูปทรงจะมีกระบอกใส่น้ำอยู่ข้างบนตัวปืน และมีลักษณะคล้ายกับปืนของทหาร ราคาอยู่ที่ 140-200 บาท ไปหาซื้อมาเล่นกันได้ในวันสงกรานต์เรารับรองความเท่ มีให้เลือกมากมาย

สแกนปืนฉีดน้ำกันแล้ว เราขอเตือนกันสักนิดว่า ผู้ใช้ควรเล่นอย่างระมัดระวัง อย่าฉีดใส่หน้าคนอื่น เพราะอาจเกิดอันตรายได้ถ้าใช้แบบผิดๆ และประมาท ยังไงถ้าใครจะซื้อปืนฉีดน้ำรุ่นไหนก็ต้องเล่นอย่างระมัดระวังกันด้วยนะจ๊ะ สนุกสนานแบบพอดีๆ ใช้น้ำอย่างประหยัด จะได้เล่นสงกรานต์กันอย่างสนุก ปลอดภัย ไร้กังวล

ที่มา>>>Thairath

เหลือเพียบ! แม่ค้าโคราช-อ่างทองครวญ ลอตเตอรี่งวดนี้ขายไม่ดี

เงียบเหงา!! บรรยากาศวันหวยออก แผงค้าลอตเตอรี่ทั้ง จ.โคราช-จ.อ่างทอง แห่ลดราคาให้ลูกค้า แม่ค้าบ่นขายไม่ดี เหลือเพียบ ขณะที่เลขดังทะเบียนรถนายกฯ ประยุทธ์ กลับขายดีเกลี้ยงทุกแผง…

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอรี่ ตั้งแต่ช่วงเช้าบรรยากาศตามที่บริเวณถนนจอมพล ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด มีกว่า 100 แผง พบว่าหลายแผงยังคงมีสลากเหลือในแผงอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผู้ค้าสลากส่วนใหญ่หลายรายยังคงติดป้ายราคาอยู่ที่ 80 บาท แต่ถ้าซื้อ 2 ใบได้รับลดราคาเหลือจำนวน 150 บาท และมีเพียง 10 รายที่ต้องพากันติดป้ายลดราคาสลากเหลือฉบับละ 75 บาท ทำให้ขายดิบขายดีใกล้จะหมดแผงเร็วกว่าแผงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าเตรียมป้ายราคา 70-75 บาท ไว้ในช่วงบ่ายก่อนจะออกรางวัล เนื่องจากรู้ดีว่าลอตเตอรี่ในงวดนี้เหลือมากกว่าทุกงวด

ชาวบ้านซื้อลอตเตอรี่ในวันหวย ออก 1 เม.ย. 2559

ส่วนเลขดังเป็นเลขป้ายทะเบียนรถเบนซ์ 2 คันของนายกรัฐมนตรี คือ เลข 29 ปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชนแห่ไปถามหากันจ้าละหวั่น หมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว ขณะนี้ทุกแผงไม่มีหลงเหลือแล้ว นอกจากนี้ เป็นช่วงเงินเดือนออกมีพี่น้องประชาชนมาเสี่ยงโชคกันคึกคัก และเป็นช่วงเทศกาลเชงเม้งการกราบไหว้บรรพบุรุษตามสุสานต่างๆ ใน จ.นครราชสีมา เช่น สุสานมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ้ง สว่างเมตตาธรรมสถาน และมูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายลอตเตอรี่ไปจำหน่ายให้ถึงที่ในราคา 80 บาท แต่มีการขอหน้าตาเฉยว่า ขอค่าเดินค่าเหนื่อยค่าน้ำดื่มเพิ่ม 10 บาท ซึ่งประชาชนที่กำลังเซ่นไหว้ก็ซื้อเลขหลุมของบรรพบุรุษกันคึกคัก ขณะที่ผู้ค้าบางส่วนก็ยอมรับว่า ที่ขายไม่หมดจะเก็บไว้ลุ้นรางวัลเองส่วนหนึ่ง ซึ่งจากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าขายสลากหลายรายบอกว่า ตามปกติจะขายสลากได้หมดก่อนวันหวยออก แต่งวดนี้เหลือมากกว่า 3-4 งวดแล้วที่พ่อค้าแม่ค้าขายสลากไม่หมด ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าสลากเชื่อว่า สาเหตุที่ทำให้ลอตเตอรี่เหลือจำนวนมาก เป็นเพราะรัฐบาลเพิ่มจำนวนมาก

ลอตเตอรี่เหลือเป็นจำนวนมาก พ่อค้า-แม่ค้า คาดขาดทุนแน่

 ขณะที่ จ.อ่างทอง บรรยากาศการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอ่างทอง ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในจังหวัด และตามร้านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในตลาด ก่อนที่จะมีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลในช่วงบ่ายของวันนี้ พบว่าประชาชนเริ่มทยอยกันมาเลือกชมเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อหวังนำไปเสี่ยงดวงกันอย่างบางตา

แม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลหลายรายกล่าวว่า งวดนี้สลากกินแบ่งรัฐบาลคงจะขายไม่ออก เหลือเหมือนกับงวดที่ผ่านมา แม่ค้าฉลากหลายรายเหลือที่แผงกว่า 100 ใบ ต้องแบกภาระเก็บเอาไว้เสี่ยงดวงกันเอง หากจะลดราคาขายลงมา ก็เกรงว่าจะกระทบกับผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยกันเอง แต่ก็ยังหวังว่าจะจำหน่ายสลากกินแบ่งหมดก่อนที่จะออกรางวัล

แม่ค้าบ่นเป็นเสียงเดียวกัน ขายลอตเตอรี่งวดนี้ไม่คึกคัก

ด้าน น.ส.ขันธาฐนิดา ท้ายเงิน อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/36 ถนนเทศบาล 10 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง แม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกว่าการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนี้จะดีกว่างวดที่ผ่านมา เนื่องจากงวดที่ผ่านมามีลูกค้าหลายรายซื้อไปแล้ว ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 3 ตัวหน้า ได้รับเงินไปหลายแสนบาท เมื่อลูกค้ารู้จึงแห่มาซื้อที่แผงของตนเองเป็นจำนวนมาก หรือลูกค้าคนใดต้องการที่จะเหมาตนเองก็ยินดีที่จะขายให้ในราคาใบละ 75 บาท ซึ่งคาดว่าก่อนที่จะออกรางวัลคงจะขายหมดอย่างแน่นอน.

ที่มา>>>Thairath

ทองเปิดตลาดคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,800

ราคาทอง

ราคาทองวันที่ 25 มี.ค. 2559 เปิดตลาดยังคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,300 ขายออกบาทละ 20,400 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,011.20 ขายออกบาทละ 20,800…

วันที่ 25 มี.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.17 น. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,300.00 บาท ขายออกบาทละ 20,400.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,011.20 บาท ขายออกบาทละ 20,800.00 บาท.

ที่มา>>>Thairath

‘โต้ง’ โต้ ‘ปลัดคลัง’ มั่ว ปิดบัญชีข้าว โยนบาป รบ.ยิ่งลักษณ์

โต้ง

“โต้ง” โต้ “ปลัดคลัง” ปรักปรำตัวเลขปิดบัญชีข้าว เจ๊งสูงเกือบแสนล้าน ซัดคณะอนุกรรมการปิดบัญชี สร้างมูลหนี้ดึงตัวเลขรัฐบาลก่อนๆมารวม ตั้งข้อสมมุติการเสื่อมสภาพตามอำเภอใจ โยนบาปให้ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ทั้งที่จัดงบคืนหนี้คงค้างหมดสิ้นแล้ว…

วันที่ 11 มี.ค.59 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณี นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงข่าวถึงตัวเลขความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวปี 2558 ว่า มีการขาดทุนเพิ่มจากปี 2557 เกือบแสนล้านบาท ว่า อยากตั้งข้อสังเกตใน 2 ประการ คือ 1. การรายงานตัวเลขความเสียหายยังคงเป็นรายงานตัวเลขทางบัญชี โดยนำตัวเลขที่เกิดขึ้นจากของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลก่อนๆ ตั้งแต่ปี 2547 มารวมไว้ด้วยกัน ซึ่งโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลก่อนๆ เกือบทั้งหมดไม่มีข้าวในสต๊อกคงเหลือและไม่มีหนี้คงค้าง โดยโครงการเหล่านั้น รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้จัดสรรงบประมาณจำนวนมากไปคืนหนี้ย้อนหลังอย่างต่อเนื่องจนหนี้คงค้างหมดสิ้น

“จึงมีข้อสังเกตว่าทำไมคณะอนุกรรมการปิดบัญชีข้าว จึงนำตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการเก่าของรัฐบาลก่อนหน้านั้นมารวมไว้ในบัญชีความเสียของโครงการที่เป็นคดีความอยู่ในขณะนี้ อาจทำให้เข้าใจได้ว่าคณะอนุกรรมการปิดบัญชีข้าว ต้องการให้ตัวเลขความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ดูสูงกว่าปกติเพื่อปรักปรำและสร้างความเสื่อมเสียให้กับโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ในปี 2554-2557 ซึ่งไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ทั้งยังทำให้คนติดตามข่าวตกใจกับตัวเลขทางบัญชีที่ทบเข้ามาอีกนับแสนล้านบาท หากจงใจจะให้เป็นเช่นนั้นก็ควรจะชี้แจงให้ประชาชนทราบด้วยว่าความเสียหายที่เกิดจากโครงการก่อนนี้ รัฐบาลอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ได้ตั้งงบประมาณชำระหนี้ไปหมดแล้ว”

2. ตัวเลขทางบัญชีที่นำมาแถลงว่าขาดทุนมีข้อสมมติสำคัญ คือ การประเมินราคาสินค้าคงคลัง ที่ขึ้นอยู่ความสามารถในการขายให้ได้ราคาที่ดีหรือไม่ดี และข้อสมมติในเรื่องการเสื่อมสภาพของข้าวที่กำหนดกันขึ้นมาเอง ซึ่งก็ควรระบุให้สื่อมวลชน ได้ทราบข้อสมมติด้านราคา และการเสื่อมสภาพข้าวให้ชัดเจน สาธารณชนจะได้ไม่คลางแคลงใจ เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่มีการดำเนินการขายที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เหมาะสมจนข้าวที่ขายได้ราคาถูกทั้งๆ ที่หลายฝ่ายมาทักท้วง รวมทั้งการไม่เอาจริงเอาจังกับการเร่งขายข้าวและมีการขายแบบราคาถูกและล่าช้า ทั้งๆที่กระทรวงพาณิชย์เคยประกาศยุทธศาสตร์การระบายข้าวเอาไว้หลังการรัฐประหารใหม่ๆ ซึ่งหากเร่งดำเนินการตามที่ประกาศไว้จริงก็จะสามารถระบายข้าวในสต๊อคได้เกือบทั้งหมด และนำเงินไปลดเงินหมุนเวียนที่กู้มาดำเนินการจนเหลือน้อยทั้งต้นทั้งดอก ตั้งข้อสมมุติการเสื่อมสภาพกันตามอำเภอใจ ค่าใช้จ่ายทางบัญชีจึงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเหมือนกับเป็นการจงใจที่จะให้ตัวเลขความเสียหายเพิ่มขึ้น

“ที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะหวังดีกับ ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ไม่อยากเห็น ดร.สมชัย ถูกใครมองว่ากำลังตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดทั้งสิ้น”.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์