iPhone 7 Plus หลุดอีกแล้ว โชว์โมดูลกล้องคู่ พร้อมหน่วยความจำภายในสูงสุด 256 GB

หลุดรายวันกันจริงๆครับกับสมาร์ทโฟนที่กระแสแรงไม่มีตกอย่าง iPhone 7 และล่าสุดก็มีข่าวหลุดมาอีกแล้ว โดยในครั้งนี้เป็นภาพหลุดที่เผยให้เห็นว่า iPhone 7 Plus จะมาพร้อมกล้องคู่ และความจุภายในขนาดสูงสุดถึง 256 GB เลยทีเดียวครับ

ภาพหลุดชุดดังกล่าวถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ Weibo และถูกนำไปเผยแพร่ต่อใน Twitter โดย @OnLeaks เจ้าเก่า โดยเป็นภาพโมดูลกล้องคู่ dual-camera วางคู่กับชิปหน่วยความจำภายในยี่ห้อ SanDisk ประเภท NAND ความจุ 16 GB, 64 GB และ 256 GB โดยชิ้นส่วนทั้งสองชิ้นเชื่อว่าเป็นของ iPhone 7 Plus ซึ่งหากข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริง นั่นหมายความว่า iPhone 7 Plus จะมาพร้อมกล้องคู่ และหน่วยความจำภายในสูงสุดถึง 256 GB ซึ่งมากกว่าจำนวนสูงสุดที่ Apple เคยให้มาตลอด คือ 128 GB ถึง 2 เท่า

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากล้องของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะมาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่น (OIS) อีกด้วย ซึ่งในขณะนี้ ระบบ OIS มีเฉพาะใน iPhone รุ่น Plus เท่านั้น ได้แก่ iPhone 6 Plus และ 6S Plus

ในส่วนของฮาร์ดแวร์ Apple ได้มอบหมายให้ LG กับ Sony เป็นผู้ผลิตโมดูลกล้องคู่สำหรับ iPhone 7 Plus แต่ล่าสุดมีรายงานว่า Sony ไม่สามารถผลิตกล้องได้ทันตามกำหนดการของ Apple เนื่องจากโรงงานผลิตในจังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดย LG จะเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชดเชยยอดที่ขาดไปบางส่วน

 

ที่มา : phonearena.com

5 วิธีรับมือกับการใช้โน้ตบุ๊ค สำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ไม่ให้พังก่อนวัยอันควร

กรมอุตุนิยมวิทยาย้ำแล้วย้ำอีกว่าอากาศในบ้านเราเดี๋ยวก็ร้อน ขึ้น ร้อนขึ้น แล้วก็ร้อนขึ้นทำลายสถิตินู่นนี่นั่นบ้าง พระอาทิตย์ตั้งช้างบ้างอะไรบ้าง ยิ่งถ้าได้ลองลองเดินออกนอกชายคาบ้านสักช่วง 11 โมงขี้นไปก็เรียกได้ว่าร้อนนรกแตกอารมณ์ประมาณผิวไหม้กันเลยทีเดียวละครับ

เห็นมั้ยละว่าคนยังแทบไหม้แล้วโน้ตบุ๊คจะเหลืออะไร ยิ่งเมื่อใช้งานหนักๆ และไม่ได้รับการระบายความร้อน หรือบรรยากาศในการใช้งานที่ดีเข้ามาช่วย ก็อาจทำให้เครื่องโน้ตบุ๊กร้อนเร็วขึ้น จนส่งผลให้มีอาการเอ๋อ หน่วง กระตุก แถมมาเจอความร้อนประเทศไทยปี 2016 แบบนี้แล้วละก็อาจจะมีลาโลกก่อนวัยอันควร

ซึ่งบทความนี้ ADBIG จะมาแนะนำ 5 วิธีรับมือกับการใช้โน้ตบุ๊ค สำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ไม่ให้พังก่อนวัยอันควร กันแบบชิวๆ สบายๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับไปดูกัน!!!

1 หา Cooling Pad มาใช้งาน

เป็นวิธีดับร้อนโน้ตบุ๊กแบบพื้นๆ เบๆ ที่หลายๆ คนคงใช้วิธีนี้กันอยู่บ้างแล้ว แต่จะให้ดี Cooling Pad ที่ใช้ก็ควรจะมีคุณภาพดีกันสักนิดนึงนะครับ เพราะในตัวถูก(หรือแพงบางตัว) พัดลมที่แถมมานั้นลมก็เบ้าเบา แถมเสียง่ายมากๆ แถมเสียงดังอีกต่างหาก อย่างยี่ห้อที่มีคุณภาพแต่ไม่แพงมากก็จะมีอยู่หลายยี่ห้อเเหมือนกันนะครับ อย่างเช่น Belkin และ Cooler Master เป็นต้น นอกจากพวกนี้จะทนทานแล้ว ตัวพัดลมที่ติดมากับเครื่องนั้นก็จะมีรอบพัดลมที่สูง ปรับมุมการจัดวางให้ตรงกับช่องดูดลมได้ และเสียงรบกวนน้อยอีกด้วยครับ แถมยังช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าของจีนที่เป็นขาพลาสติกเยอะเลยละ สำหรับราคาก็มีตั้งแต่ร้อยบาท ไปถึงหลักพันบาททีเดียว ที่นอกเหนือจะช่วยลดความร้อนให้ตัวเครื่องโน้ตบุ๊คได้แล้ว ยังจะช่วยเพิ่มความลาดเอียง ทำให้เวลาพิมพ์งานสะดวกมากขึ้น และทำให้ไม่ล้าบริเวณข้อมือ และข้อพับ รวมถึงหน้าจอก็จะถูกยกระดับให้สูงขึ้นพอดีกับสายตาอีกด้วยนะครับจะบอกให้maxresdefault

2 หาอะไรมารองโน้ตบุ๊กสักหน่อย

สำหรับคนที่งบน้อย หรือสำหรับบางคนที่ยังหา Cooling Pad ที่หน้าต้องตาโดนใจไม่ได้เลย ผมมีอีกวิธีนึงที่สามารถใช้ได้ดีไม่แพ้กันในการช่วยระบายความร้อนโน้ตบุ๊ค นั่นก็คือการหาอะไรมารองบริเวณด้านล่างของเครื่อง ให้เครื่องสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อย ซึ่งก็จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลให้ช่วยลดความร้อนได้เป็นอย่างดีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาฮาตาริ ฮิตาชิมาช่วยเป่าอัดควบคู่ไปด้วยอีกแรงละก็ Cooling Pad เป็นหมันกันเลยละ ที่รองนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่งบประมาณครับ อาจจะใช้เป็นยางลบก่อนละ 5 บาท 10 บาท สองก้อนมาวางก็ได้ จะเป็นไม้อัด เป็นก้อนยาง หรือจะเอาทองแท่งมาวางก็ไม่ว่ากันนะครับ ขอแค่ยกตัวเครื่องให้สูงไว้เป็นพอ!!506a363adbd0cb3085001211._w.1500_s.fit_

3 ทำความสะอาดภายในตัวเครื่อง

ถ้าเครื่องเพื่อนๆ เป็นเครื่องแบบ Old School เริ่มที่จะเก๋าใช้งานานต่อเนื่องกันแทบวันต่อวันช่องระบายความร้อน หรือแม้แต่ซอกหลืบต่างๆ ก็อาจะมีเจ้าฝุ่นแสนซนสุดกวนโอ้ยเข้าไปเกาะติด หนึบหนับ อัดแน่นได้ ที่นอกจากจะทำสกปรกแล้ว จะทำให้ระบายความร้อน โดยเฉพาะกับการดูดลม และเป่าลมออกโดยพัดลมระบายความร้อนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพแล้ว ซึ่งเจ้าฝุ่นเจ้ากรรมนี้เองอาจจะไปเกาะที่มอเตอร์พัดลมมากๆ เข้า อาจทำให้พัดลมระบายความร้อนมีปัญหาได้ ซึ่งวิธีแก้ปัญหานั้นก็ไม่ยากครับเพียงแค่เปิดฝาเครื่องด้านล่างออกมาปัด ฝุ่น ใช้โบวเวอร์เป่าลมสักหน่อยก็จำทำให้ระบบระบายความร้อนของเครื่องทำงานได้ดี ขึ้น หรือถ้าเปิดฝาเครื่องด้วยตัวเองไม่ได้จริงๆ ก็สามารถยกเข้าศูนย์ให้เขาช่วยปัดฝุ่นให้ได้เหมือนกันครับ แต่อาจจะมีค่าบริการสักเล็กน้อย แต่ช่วยลดความร้อนได้ก็ถือว่าคุ้มนะจ๊ะIMG_2391

4 เปลี่ยนซิลิโคนการ์ดจอและซีพียู

วิธีนี้เป็นวิธีที่บ้าบิ่นสำหรับพาวเวอร์ยูเซอร์กันสักหน่อยครับ สำหรับผู้ที่ใจกล้ากันเลยทีเดียว เป็นวิธีที่ต่อยอดมาจากการทำความสะอาดภายในตัวเครื่องข้อข้างบน ซึ่งวิธีทำนั้นก็ง่ายๆ คือขัน(สกรูตัวเครื่อง) แกะ(ฝาเครื่อง) ขัน(สกรูที่ล็อคชุดระบายความร้อน) แกะ(ชุดระบายความร้อน) เช็ด(ซิลิโคนเก่า) และ ทา(ซิลิโคน) ครับ โดยวิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ส่งผ่านระหว่างตัวชิ ปต่างๆ ไปยังชุดระบายความร้อยได้ดีขี้น และเห็นผลได้มากทีเดียวครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้ซิลิโคนระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการ โอเวอร์คล๊อกมาใช้ ความร้อนลดไปได้หลัก 10-20 องศาเลยนะครับ แต่ต้องถ้าให้ถูกหลักแบบไม่หนาเกินไปกันด้วยไม่งั้นจากที่จะเย็นจะไปร้อน กว่าเดิมนะเออ

ซึ่งขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าวิธีนี้ เหมาะสำหรับคนที่มีวิชาพอตัวนะครับ ไม่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่เพราะอุปกรณ์ภายในเครื่องอาจเสียหายได้ครับ แต่ถ้าใครมีโน้ตบุ๊คที่เสียแล้ว หรือไม่ได้ใช้งาน ก็ลองเอามาลองซ้อมมือกันได้นะครับ ในส่วนของซิลิโคนที่จะเอามาทานั้นก็หาซื้อได้จากร้านอมร หรือจะหาซิลิโคนดีๆ ที่เรียกว่า Thermal Grease ได้เลยครับ จากร้านค้าชั้นนำ หรืออาจจะสั่งทางอินเตอร์เน็ตก็ได้นะครับ สนนราคาก็ตั้งแต่ 40 บาท ไปจนถึง 700 บาท กันเลยทีเดียว แต่ให้แนะนำซิลิโคนอมรก็เห็นความแตกต่างแล้วจ้า

5 หลีกเลี่ยงการใช้งานโน้ตบุ๊คกลางแจ้ง และหาที่ตากแอร์เย็นๆ

แน่นอนว่าอุณหภูมิในร่ม หรือแม้ภายในอาคารนั้นมีความเย็นมากกว่ากลางแจ้งมากเพราะแดดนั้นส่องไม่ถึง ซึ่งถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ทุกท่านที่จะใช้งานโน้ตบุ๊ค หลีกเลี่ยงการใช้โน้ตบุ๊ค รุ่นใหม่ปี 2016 หรือรุ่นเก๋าก็ตาม ในลักษณะของการใช้งานกลางแจ้งครับ เพราะด้วยอากาศที่ร้อนมากๆ อาจทำให้ตัวโน้ตบุ๊คเองมีความร้อนสะสมที่มากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ตัวเครื่องนั้นเข้าสู่ช่วงความร้อนเกินหรือ Over Heat ได้ ที่จะทำให้เครื่องดับลงไปเอง ที่อาจทำให้งานที่เราทำอยู่เสียหายได้ หรือส่งผลทำให้เครื่องพังเลยก็มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว เรียกได้ว่าขนาดคนนั่งกลางแดดๆ ยังแทบทนไม่ได้ ฉะนั้นใครจะเปิดเครื่องใช้งานโน้ตบุ๊คก็ควรหาสถานที่ร่มๆ ใต้ต้นไม้ หรือห้องแอร์เย็นๆ ดีกว่าoutdoor-notebook-b300-sunlight-comp_650 ซึ่งถ้าใครคิดไม่ออกว่าจะไปนั่งเย็นๆ ที่ไหนดีโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายนักแนะนำไปนั่งตาม Food Court ในห้างดังๆ เลยละครับ เพราะนั่งฟรี กี่ชั่งโมงก็ได้ แถมยังได้เปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งเล่นแบบน่าเบื่อๆ ไปนั่งตากลมตามห้างสรรพสินค้า หรือจะไปร้านกาแฟที่มีแอร์เย็นๆ ซื้อกาแฟซักแก้วไปทำงาน เล่นเกมไปก็ได้นะ เรียกได้ว่าดับร้อนได้ทั้งคนทั้งเครื่อง แถมบางทียังอาจะได้ส่องสาวๆ เป็นของแถมอีกด้วยนะครับ คิดซะว่าช่วยโลกร้อน ลดความร้อนของเครื่อง และยืดอายุเครื่องของเราไปในตัว แถมอาจจะได้อาหารตากลับมานอนฝันหวานก็เป็นได้

ที่มา>>>Sanook

เอไอเอส ชง กสทช. ขอใช้คลื่น แจส โมบาย แก้ปัญหาซิมดับ

เอไอเอส

เอไอเอส แถลง ปฏิเสธไม่เช่าคลื่น 900 MHz ของทรู พร้อมจี้ กสทช. ใช้อำนาจป้องกัน 4 แสนรายซิมดับ มุ่งมั่นเดินหน้าหาแนวทางให้รับผลกระทบน้อยที่สุด ด้าน กสทช. เผย หลังเที่ยงคืน 15 มี.ค. ลูกค้าเอไอเอสบางส่วนซิมดับ …

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ เอไอเอส กล่าวถึง การแก้ปัญหาซิมดับของลูกค้าเอไอเอส ผู้ใช้บริการ 2G บนคลื่น 900 MHz จำนวน 4 แสนราย หลังจากทาง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เข้ารับใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ไปแล้วว่า ได้ขอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้บริษัทใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ชุดที่ 1 จำนวน 5 MHz เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นส่วนที่ทาง แจส โมบาย ชนะประมูล แต่ยังไม่ได้มาจ่ายค่าใบอนุญาต โดยบริษัทยินดีชำระค่าใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าวให้แก่ กสทช. เพื่อนำส่งเป็นรายได้แก่ประเทศ

“การใช้คลื่นดังกล่าว จะไม่เป็นการริดรอนสิทธิผู้ได้รับใบอนุญาตในชุดที่ 2 รวมถึง กสทช.เองก็ต้องการความต่อเนื่องในการให้บริการเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ใช้งานได้ต่อเนื่องอย่างไม่มีข้อจำกัดในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านการสิ้นสุดสัมปทาน”

สำหรับ กระแสข่าวข้อเสนอของทรู ที่ให้ กสทช.นำคลื่นความถี่ 900 MHz มาให้เอไอเอสใช้งานต่อชั่วคราวนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อเสนอดังกล่าวโดยตรง เป็นเพียงการเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น อีกทั้งเห็นว่าเป็นแนวทางที่ไม่สามารถเป็นไปได้จริงทั้งในแง่ของกฎหมาย เนื่องจากยังเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย ที่ กสทช. ต้องพิจารณาว่าจะเข้าข่ายเป็นการให้ผู้อื่นมาร่วมใช้คลื่นความถี่ของผู้รับใบอนุญาต ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 46 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่หรือไม่ อีกทั้งในทางปฏิบัติก็ไม่สามารถดำเนินการได้ในเวลาอันสั้น เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าเอไอเอส ใช้งานอยู่บนคลื่น 900 MHz ช่วงที่ 1 ซึ่งยังว่างอยู่ มิใช่ช่วงความถี่ของทรูมูฟเอช (ช่วงที่ 2)

อย่างไรก็ตาม หาก กสทช. ไม่อนุญาตตามที่บริษัทร้องขอ จะยังคงเดินหน้าในแนวทางของบริษัทเพื่อให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากซิมดับ โดยจัดเครื่องทดแทนให้ฟรีสำหรับลูกค้าที่ยังคงต้องการใช้บริการกับบริษัท แต่จะต้องอัพเกรดบริการไปเป็น 3G หรือ 4G เบื้องต้นอันดับแรกจะขอโอนย้ายลูกค้าเอไอเอส ผู้ใช้บริการ 2G บนคลื่น 900 MHz จำนวน 4 แสนรายไปเป็นลูกค้าบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่มีใบอนุญาตใช้คลื่น 2100 MHz (3G) โดยอัตโนมัติเป็นกรณีพิเศษที่ลูกค้าไม่ต้องแสดงตน โดยใช้งานบนเครือข่ายของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมิวนิเคชั่น (DTAC) หรือ ดีแทค ที่เอไอเอสร่วมโรมมิ่งมาไว้แล้ว ซึ่งช่องทางนี้รองรับได้ถึง 8 ล้านเลขหมาย

พร้อมย้ำว่า บริษัทจะเดินหน้าขยายเครือข่าย 3G และ 4G อย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณ 40,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แก้จุดบอดของการใช้โครงข่าย 1800 MHz ของดีแทค เพื่อให้ลูกค้าเอไอเอส 2G ไม่ได้รับผลกระทบ

มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ไปรับใบอนุญาตการใช้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 4 จีกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. แล้ว ภายหลัง ทรู นำเงินค่าประมูลมาจ่ายเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าของเอไอเอสบางส่วน ประมาณ 4 แสนราย ซิมดับหลังเที่ยงคืนของวันที่ 15 มี.ค. 2559

ที่มา>>>Thairath

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 9.2.1 รุ่นพิเศษ แก้ปัญหาดราม่าก่อนหน้านี้เรียบร้อย

 * Apple ปล่อยอัปเดต iOS 9.2.1 รุ่นพิเศษ แก้ปัญหาดราม่าก่อนหน้านี้เรียบร้อย *

ios 9.2.1

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 9.2.1 รุ่นพิเศษที่แก้ปัญหา error 53 ที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ที่มีการซ่อมหรือเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วน Touch ID มาแล้วเรียบร้อย

หลังจากอัปเดตหรือรีสโตร iOS บน iPhone iPad ผ่าน iTunes บน Mac หรือ PC แล้ว เครื่องที่มีการซ่อมแซมจากร้านภายนอกอาจเจอปัญหา error 53 ซึ่งเกิดจากการตรวจจับชิ้นส่วนรักษาความปลอดภัยที่ไม่ตรงกัน – Apple อธิบาย

สำหรับผู้ใช้งานที่อัปเดตหรือรีสโตร์แล้วพบปัญหาดังกล่าวจริงๆ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลยครับ

อัปเดต iTunes ให้เป็นรุ่นล่าสุด
ต่อ iPhone เข้ากับMac/PC
เปิด iTunes
กดที่ Restore จะเป็นการอัปเดต iOS 9.2.1 ดดยอัตโนมัติ
เมื่อการ Restore เสร็จสิ้นเรียร้อยแล้วจะเข้าสู่หน้า Hello สามารถตั้งค่าและใช้งานได้ตามปกติ (สามารถทำ restore from backup ได้)
ทั้งนี้ Apple ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อการตั้งค่ามาถึงหน้าให้ใช้งาน Touch ID จะไม่สามรถใช้งานได้ เนื่องจากการจับคู่ Touch ID และชิ้นส่วนความปลอดภัยนั้นไม่เข้ากันครับ

ที่มา iClarified

ล้ำมาก เก้าอี้อัจฉริยะ ไม่ต้องจัด เลื่อนเก็บเข้าที่ได้ด้วยตัวเอง !

 * ล้ำมาก เก้าอี้อัจฉริยะ ไม่ต้องจัด เลื่อนเก็บเข้าที่ได้ด้วยตัวเอง ! *

เก้าอี้อัจฉริยะ

พอกันทีกับห้องทำงานรก ๆ มีเก้าอี้ขวางทางระเกะระกะไปหมด นิสสันเผยนวัตกรรมสุดล้ำ เก้าอี้อัจฉริยะเลื่อนตัวเก็บเข้าที่ได้เอง ถึงจะลุกปัดก้นหนีไปแบบไม่ไยดี มันก็รู้หน้าที่พาตัวเองไปเก็บได้เรียบร้อย เทคโนโลยีล่าสุดแง้มสู่ยานยนต์พร้อมระบบเซลฟ์พาร์คกิ้ง

โลกแห่งอนาคตที่มนุษย์มีเทคโนโลยีล้ำ ๆ คอยเป็นผู้ช่วยส่วนตัวกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 นิสสัน (Nissan) ผู้นำยานยนต์จากญี่ปุ่น ได้เผยคลิป INTELLIGENT PARKING CHAIR เก้าอี้อัจฉริยะที่พาตัวเองเก็บเข้าที่ได้ โดยการสั่งงานก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่ปรบมือ 1 ครั้ง เก้าอี้ทั้งหลายก็ค่อย ๆ เลื่อนพาตัวเองไปสอดเข้าโต๊ะอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วห้องทำงานหรือห้องประชุมสัมมนาก็จะกลับมาเป็นระเบียบสบายตาอย่างน่าประทับใจ

สำหรับกลไกการทำงานของมัน เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยว่า ที่เก้าอี้แต่ละตัวมีมอเตอร์ ล้อ และแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ ส่วนในห้องก็จะมีกล้องซึ่งสามารถรับ-ส่งสัญญาณ Wi-Fi เชื่อมต่อกับเก้าอี้ได้ ติดตั้งไว้ตามมุมต่าง ๆ แล้วส่งข้อมูลตำแหน่งไปที่เก้าอี้แต่ละตัว เมื่อได้รับส่งสัญญาณให้การทำงานจากการปรบมือ พวกมันก็พร้อมใจกันเลื่อนตัวเข้าไปเก็บยังที่ของตัวเองได้นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม ล้ำมาก เก้าอี้อัจฉริยะ ไม่ต้องจัด เลื่อนเก็บเข้าที่ได้ด้วยตัวเอง !