เพชรจ้า เดินหน้าง้อ นิวเคลียร์ ส่งลูกโป่งคืนดี “I’m sorry”

เพชรจ้า

หลังจากที่กลายเป็นประเด็นอื้ออึงในความสัมพันธ์ระหว่าง “ดีเจเพชรจ้า” กับ “นิวเคลียร์ หรรษา” ที่ปรากฏว่าเกิดการสั่นคลอนขึ้น ก่อนที่ฝ่ายชายจะออกแถลงการณ์มาชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมกับยอมรับว่า ทำผิดอย่างมากกับฝ่ายหญิง ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

เพชรจ้า1

ล่าสุดผู้สื่อข่าวบันเทิง Sanook! News รายงานว่า บรรยากาศพิธีการบวงสรวงเปิดกล้องละครซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ของค่ายชลลัมพี มีสีสันสร้างเซอร์ไพร์สขึ้น เมื่อมีบุคคลปริศนานำเอา ลูกโป่งสีชมพูขึ้นรถแท็กซี่สีเขียวมาส่งให้ถึงที่ โดยพบว่าถูกส่งมาโดย ดีเจเพชร เพื่อนำมาให้ สาวนิวเคลียร์ ที่มาร่วมงานบวงสรวงครั้งนี้ด้วย

เพชรจ้า2

การเซอร์ไพร์สครั้งนี้ สาวนิวเคลียร์ ไม่ทราบว่าก่อนว่า ฝ่ายชายจัดแจงนำลูกโป่งสีชมพู ที่ระบุว่าข้อความว่า “I’m sorry, I love you” ส่งมาให้ หลังจากเสร็จพิธีบวงสรวง สาวนิวเคลียร์ก็ได้สั่งให้คนขับรถตู้ส่วนตัว นำเอาลูกโป่งทั้งหมดไปเก็บ

เพชรจ้า3

ที่มา>>>sanook

ฮีโร่รถบรรทุก เปิดใจ..แม้แต่สุนัขตัดหน้ารถก็ไม่กล้าชน เผยอาจตกงาน 2 เดือน

 * ฮีโร่รถบรรทุก เปิดใจ..แม้แต่สุนัขตัดหน้ารถก็ไม่กล้าชน เผยอาจตกงาน 2 เดือน *

รถบรรทุกหักหลบมอไซค์

กรณี นายประสิทธิ์ บุศย์สะสม อายุ 53 ปี โชเฟอร์รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่หักหลบรถจักรยานยนต์ล้มข้างหน้า จนกระทั่งรถตัวเองลงข้างทางไปฟาดเสาไฟฟ้าและพลิกคว่ำ ทำให้เด็กชายวัยรุ่น 2 คนที่รถล้มอยู่ข้างหน้ารอดตายหวุดหวิด ตามคลิปจากกล้องหน้ารถที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และได้มีชาวสังคมออนไลน์พากันชื่นชมในการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีดังกล่าวเพื่อรักษาชีวิตผู้อื่น โดยไม่สนใจว่าตนเองจะเป็นอย่างไรนั้น

ล่าสุด (21 มีนาคม 2559) ในรายการ “ข่าวมื้อเช้า” ช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23 ได้สัมภาษณ์เปิดใจ นายประสิทธิ์ โดยเจ้าตัวเล่าว่า วันที่เกิดเหตุกำลังขับรถอยู่บนถนนพหลโยธินช่วง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไป จ.สระบุรี ระหว่างทางสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน ขับตามหลังมาในลักษณะคล้ายขับแข่งกัน ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุเร่งแซงรถตนเองขึ้นทางด้านขวาและขึ้นไปขับนำหน้า แต่คาดว่าถนนข้างหน้าคงเป็นลูกคลื่นทำให้รถจักรยานยนต์ที่มีเด็กชายวัยรุ่น 2 คนอายุประมาณ 15-16 ปี ขับขี่อยู่เกิดเสียหลักล้มลง

“นาทีนั้นไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่ทันได้คิด แต่กระทืบเบรกก่อนแต่เบรกไม่อยู่จึงหักซ้ายลงข้างทาง ก่อนที่จะเกิดเหตุตามที่ปรากฏในคลิป ส่วนลูกพ่วงพลิกตะแคง แต่ส่วนหัวลากกลับขึ้นมาบนถนนอีกครั้ง จึงประคองพวงมาลัยไม่ให้ชนเด็กทั้ง 2” นายประสิทธิ์ ระบุ

รถบรรทุกหักหลบมอไซค์

โดยหลังเหตุการณ์เมื่อตั้งสติได้ลงมาดูสภาพรถแต่ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์และเด็กทั้ง 2 คน ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว จากนั้นจึงโทรศัพท์แจ้งเถ้าแก่เจ้าของรถ และแจ้งประกันมาตรวจสอบ

อ่านเพิ่มเติม ฮีโร่รถบรรทุก เปิดใจ..แม้แต่สุนัขตัดหน้ารถก็ไม่กล้าชน เผยอาจตกงาน 2 เดือน

จวกยับ ! คลิปกระบะขับย้อนศร รถแวนหักหลบ เสียหลักพุ่งลงเกาะกลาง

 * จวกยับ ! คลิปกระบะขับย้อนศร รถแวนหักหลบ เสียหลักพุ่งลงเกาะกลาง *

คลิปกระบะขับย้อนศร

วิจารณ์ยับ ! คลิปคนขับรถกระบะขับย้อนศร ตัดหน้าแบบกะทันหัน ทำรถแวนเสียหลักพุ่งลงเกาะกลาง ชี้ความมักง่ายทำให้รถคันอื่นต้องมารับเคราะห์แทน ด้านตำรวจเร่งหาตัวคนขับรถกระบะมาลงโทษ

โลกออนไลน์กระหน่ำแชร์คลิปเหตุการณ์สุดระทึก ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ta-Tery SibsamMesar เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559 โดยในคลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นภาพที่เกิดขึ้นบนถนนเส้นร้อยเอ็ด-มหาสารคาม โดยภาพที่ปรากฏเป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่รถแวนหักหลบรถกระบะ ซึ่งวิ่งตัดหน้ากะทันหัน ส่งผลให้รถแวนเสียหลักพุ่งลงเกาะกลางถนน ก่อนพลิกคว่ำหลายตลบ ซึ่งภายหลังที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีหลาย ๆ คนที่เข้ามาตำหนิการกระทำของคนขับรถกระบะ เพราะต่างมองว่าความมักง่ายของคนบางคนกลับทำให้รถคันอื่นต้องมารับเคราะห์แทน

คลิปกระบะขับย้อนศร

ล่าสุด วันที่ 21 มีนาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 นำเสนอความคืบหน้าว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ คนขับรถแวนและผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกัน ส่วนเรื่องคดีความนั้นยังอยู่ระหว่างการประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการติดตามรถกระบะคันก่อเหตุว่า เป็นรถกระบะของใคร และในวันเกิดเหตุใครเป็นคนขับ ทั้งนี้ คาดว่าจะรู้ตัวผู้ก่อเหตุในเร็ว ๆ นี้

เฟซบุ๊ก Ta-Tery SibsamMesar, morning-news.bectero.com

สรรพากร ไล่ทวงภาษีสมาคมฟุตบอล อึ้ง ค้างจ่าย 6 ปี 131 ล้าน

 * สรรพากร ไล่ทวงภาษีสมาคมฟุตบอล อึ้ง ค้างจ่าย 6 ปี 131 ล้าน *

ทวงภาษีสมาคมฟุตบอล

สรรพากร ไล่ทวงภาษีสมาคมฟุตบอล อึ้ง ตัวเลขพุ่งสูงถึง 131 ล้าน โดยสมาคมชุดเก่า อ้าง ไม่รู้ว่าต้องจด VAT ด้านชุดใหม่ สงสัย ทำไมต้องทวงที่ชุดนี้

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559 ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย สนามศุภชลาศัย มีการส่งมอบงานระหว่างผู้บริหารชุดเก่ากับชุดใหม่ ซึ่งมี พ.อ. วรวุฒิ ทองศรีงาม อดีตเลขาธิการสมาคมฯ เป็นตัวแทนส่งมอบแก่ พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ โดยสิ่งที่มอบนั้น ได้แก่ สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์, เงินฝากประจำธนาคารกสิกรไทยอย่างละ 1 เล่ม, โฉนดที่ดิน 3 ฉบับ, รถตู้โตโยต้า ไม่มีสมุดเล่มทะเบียน และงบการเงินปี 2557-2558 กับ ปี 2559 ถึงวันที่ 19 มีนาคม, เอกสารประกอบรายได้ค้างจ่าย, สัญญาต่าง ๆ

ด้านนายชนินทร์ แก่นหรัญ รองเลขาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากกรมสรรพากรว่า สมาคมฟุตบอลค้างภาษีปี 2550-2555 จำนวน 131 ล้านบาท ส่วนปี 2556-2558 ยังไม่มีการแจ้ง จึงได้มาสอบถามผู้บริหารชุดเดิม ทำให้ทราบว่า พ.ต. ประชา ธรรมโชติ ผู้ตรวจสอบบัญชีสมาคมชุดเดิม เปิดเผยว่า เมื่อได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ จึงเข้าใจว่า เป็นเงินบริจาค ไม่ได้มีการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องไปโต้แย้ง แต่ไปเจรจากับกรมสรรพากร น่าจะได้รับการลดหย่อน

นายชนินทร์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนทางสรรพากร มองว่า เมื่อมีการเซ็นสัญญาและมีการตอบแทน ต้องมีการจดแวตด้วย ดังนั้น สมาคมชุดปัจจุบันต้องดำเนินการต่อ อย่างไรก็ดี ที่ตนไม่เข้าใจคือ ทำไมต้องมาแจ้งตอนสมาคมชุดนี้ แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้หมายความว่า ยอมกับสรรพากร เพราะต้องเจรจาถึงที่มาที่ไป และอาจสู้ถึงชั้นศาลว่าต้องจ่ายหรือไม่ด้วย

ขณะที่ พล.ต.ท.พิสัณห์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ต้องไปไล่เบี้ยว่าเกิดข้อผิดพลาดตรงไหน และสมาคมได้ตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว

สำหรับหนี้สินของสมาคมนั้นมี 16 ล้านบาท เมื่อรวมกับภาษีที่โดนทวง เท่ากับ 147 ล้านบาท และมีเงินในบัญชีเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Fair

แอน สิเรียม หวนคืนจออีกครั้งในรอบ 6 ปี ยังสวยสะพรั่ง แซ่บเป๊ะไม่เปลี่ยน

 * แอน สิเรียม หวนคืนจออีกครั้งในรอบ 6 ปี ยังสวยสะพรั่ง แซ่บเป๊ะไม่เปลี่ยน *

แอน สิเรียม คืนจอ

แอน สิเรียม กับภาพจากกองถ่าย เสน่หามายา คัมแบ็กงานละครในรอบ 6 ปี ยังคงความสวย แซ่บ เป๊ะเว่อร์เหมือนเดิม

หลังจากห่างหายจากหน้าจอละครมานานกว่า 6 ปี ล่าสุดนักแสดงสาวมากความสามารถ แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ก็กลับมาอีกครั้ง ในละคร เสน่หามายา ซึ่งเธอรับตำแหน่งเป็นผู้จัดด้วย พร้อมประชันดราม่าเชือดเฉือนกับพระ-นาง เคลลี่ ธนะพัฒน์ และแซมมี่ เคาวเวลล์ ทางช่อง 7 สี ร่วมด้วยสาว เจสซี่ กิระนา จัสมิน สาววัยใสจาก The Face Thailand Season 2 ที่มารับบทลูกสาวของเธอ

งานนี้ขอบอกเลยว่า แอน สิเรียม ยังคงความสวยสะพรั่งและเป๊ะเว่อร์ แม้จะอายุ 44 ปีแล้ว แต่ดีกรีความแซ่บก็ยังไม่เปลี่ยน แฟน ๆ ที่คิดถึงผลงานของเธอ อย่าลืมรอติดตามชมกันนะคะ ส่วนตอนนี้ ตามไปชมภาพของ แอน สิเรียม จากกองละคร เสน่หามายา กันก่อนเลยค่ะ

ภาพจาก Instagram annsirium, tanwarin, annebra_official, zim_boo, kellytanapat

ขอศาลออกหมายจับปมดับเพลิงไพโรเจน SCB Park แล้วกว่า 5 ราย

 * ขอศาลออกหมายจับปมดับเพลิงไพโรเจน SCB Park แล้วกว่า 5 ราย *

ลออกหมายจับ ไทยพาณิชย์

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ ตำรวจขอศาลออกหมายจับปมดับเพลิง ไพโรเจนมรณะ SCB Park แล้วกว่า 5 ราย คาดได้ความชัดเจนบ่ายนี้

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีระบบป้องกันอัคคีภัยไพโรเจน อาคารเอสซีบี ปาร์ค ทำงานอัตโนมัติ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ว่า คดีดังกล่าวทาง พล.ต.ต. ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ได้ให้ความสำคัญและลงไปตรวจสอบด้วยตนเอง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ยื่นหลักฐานเพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือกระทำการโดยประมาทจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นแล้ว จำนวน 4-5 ราย เพิ่มเติมจากหมายจับผู้บริหารบริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำนวน 2 รายก่อนหน้านี้ คาดว่าในวันนี้ช่วงบ่ายน่าจะทราบว่าศาลจะอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดหรือไม่อย่างไร

ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายจับจะเป็นใครหรือเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องดังกล่าวบ้างนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากต้องรอให้ศาลอนุมัติหมายจับเสียก่อน เพราะตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ในเบื้องต้นยืนยันว่าหากมีหลักฐานว่าผู้ใดเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน

ฮามาก ! มาดูข้อแตกต่างของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย 1 ปี กับ 10 ปี

 * ฮามาก ! มาดูข้อแตกต่างของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย 1 ปี กับ 10 ปี *

คนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย

ตามมาชมคลิปข้อแตกต่างของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทยมา 1 ปี กับคนเกาหลีที่อยู่มา 10 ปี ขำหนักมาก

มีคลิปฮา ๆ จากเกาหลีมาให้ชมกันอีกแล้ว สำหรับช่อง 오빠까올리TV(โอ๊ปป้าเกาหลีTV) โดยคราวนี้เป็นคลิปของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย 1 ปี กับอยู่มานานถึง 10 ปีว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งคนที่อยู่ 1 ปี จะทักทายได้แค่ง่าย ๆ พูดสวัสดีครับ แนะนำตัวธรรมดา มีการใช้เพลงกังนัมสไตล์ในการทักทาย แต่พออยู่ 10 ปีเท่านั้นล่ะ พูดแนะนำตัวได้อย่างชิล ๆ พร้อมร้อง-เต้นเพลง แน่นอก ของสาว ใบเตย อาร์สยาม ได้ด้วย

แต่ที่เด็ดที่สุดคือการด่าของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย 1 ปี กับ 10 ปี แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดูแล้วฮาท้องแข็งเลย ว่าแล้วก็ตามไปชมคลิป ที่วันนี้ (19 มีนาคม 2559) กระปุกดอทคอม นำมาฝากกันแบบเต็ม ๆ ได้เลย ขอกระซิบเบา ๆ ว่าโอ้ปป้าหล่อมาก

ภาพและข้อมูลจาก 오빠까올리TV(โอ๊ปป้าเกาหลีTV)

ยกย่องคนดี ลุงภารโรงควักเงินตัวเอง-ตระเวนซ่อมถนนหลวงในหมู่บ้าน

 * ยกย่องคนดี ลุงภารโรงควักเงินตัวเอง-ตระเวนซ่อมถนนหลวงในหมู่บ้าน *

ภารโรงควักเงินตัวเองซ่อมถนน

น่าชื่นชม ลุงภารโรงสุดเสียสละ ใช้เวลาว่างออกตระเวนซ่อมหลุม-บ่อ บนถนนภายในหมู่บ้าน โดยเป็นเงินจากอาชีพนักการภารโรง รายได้เดือนละ 9,000 บาท

วันที่ 16 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวของ นายบัวลอย กินรินทร์ อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 8 บ้านหนองอุ่ม ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม คุณลุงจิตอาสาควักเงินส่วนตัวที่ได้จากการทำงานอาชีพเป็นนักการภารโรง โรงเรียนบ้านสมศรีมะแปบประชาบำรุง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ออกตระเวนซ่อมแซมพื้นผิวถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อในหมู่บ้าน โดยไม่หวังผลตอบแทน

ภารโรงควักเงินตัวเองซ่อมถนน

ทั้งนี้ ลุงบัวลอย จะออกตระเวนไปซ่อมถนนทุกวันโดยการขี่รถจักรยานยนต์ไปพร้อมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยจนกว่าจะเหนื่อยหรือมีสิ่งอื่นที่ต้องทำ ซึ่งบางวันที่ออกมาซ่อมถนนในช่วงเย็นก็มีติดลมทำเพลินไปจนถึงตี 2 ก็มี ซึ่งคุณลุงบอกว่า ตนชอบทำบุญมาก เคยไปปฏิบัติธรรมและตั้งโรงทานแจกอาหารฟรีก็หลายครั้งแล้ว ตนคิดเสมอว่าการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์ให้มีความสะดวกสบายมีความสุขก็เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง

สำหรับเงินทุนทั้งหมดที่ใช้ในการซื้อข้าวของอุปกรณ์นั้นก็เป็นรายได้ของตัวเองจากอาชีพนักการภารโรง เดือนละ 9,000 บาท ซึ่งจะแบ่งเงินบางส่วนไปซื้อหิน และทราย ครั้งละประมาณ 1,000 บาท ส่วนปูน ซื้อถุงละ 110-130 บาท นอกจากนี้บางครั้งก็มีชาวบ้านที่อยากทำบุญก็มีบริจาคเงินมาบ้าง โดยตนนั้นทำแบบนี้มาราว ๆ 2 ปีแล้ว และยืนยันว่าจะทำต่อไปเรื่อย ๆ

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @TNAMCOT

อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน

 * อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน *

ตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก

อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน เผยบอกก่อนล่วงหน้าเพื่อให้มีเวลาเตรียมตัว ชี้หากถึงกำหนดตรวจสอบพบท่อน้ำ จะทำการรื้อทิ้ง

วันนี้ (16 มีนาคม 2559) นายสุวรรณ ภานุนำภา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยถึงกรณีที่โรงแรมรีสอร์ทภูทับเบิกได้ดึงน้ำจากพื้นที่เขตอุทยานฯ มาใช้ในกิจการว่า ตั้งแต่มีการจัดตั้งหมู่บ้านก็มีการดึงน้ำจากพื้นที่อุทยานฯ เพื่อการอุปโภค บริโภค ในชุมชน แต่หลังจากปี 2552 เมื่อมีโรงแรม รีสอร์ท ผุดขึ้นมากมาย และทางรีสอร์ทเหล่านี้ก็ได้ดึงน้ำจากฝายชุมชนมาใช้ ทำให้ชาวบ้านบางพื้นที่เดือดร้อนเรื่องแหล่งน้ำไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันก็ยังมีเสียงสะท้อนว่า ทางอุทยานฯ ไปเอื้อประโยชน์ให้กิจการรีสอร์ทด้วย

ด้วยเหตุนี้ทางอุทยานฯ ได้รับนโยบายจากกรมป่าไม้ว่า จะไม่เอื้อน้ำให้รีสอร์ทอีกต่อไป เนื่องจากรีสอร์ททำให้แหล่งน้ำแห้งอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันทางช่วงหลังรีสอร์ทก็ได้มีการเจาะน้ำบาดาลเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำใช้ในกิจการตัวเองแล้ว โดยหลังจากนี้ทางอุทยานฯ จะเข้าตรวจสอบรีสอร์ทเหล่านี้ หากพบเห็นก็จะแจ้งให้ผู้ประกอบการรื้อท่อน้ำออก แต่จะให้คงไว้เฉพาะในส่วนของชุมชนและหมู่บ้าน ที่ยังใช้น้ำจากพื้นที่เขตอุทยานฯ ได้ตามปกติ

ขณะที่ นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า อยากแจ้งเตือนล่วงหน้าแก่ผู้ประกอบการรีสอร์ทก่อน ถึงแม้จะมีระเบียบกฎหมายกำกับก็ตาม เพื่อให้โอกาส แต่หากจู่ ๆ ไม่มีน้ำใช้และมีผู้พักอาศัยก็จะเกิดความลำบากได้ จึงให้เวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 15-30 วัน เพื่อเตรียมแท็งก์เก็บกักน้ำ หากรายใดเหลือบ่ากว่าแรงก็จะพิจารณาเป็นรายกรณีต่อไป และจะแจ้งให้พื้นที่ชุมชนได้รับทราบด้วย

ภาพจาก Em7 / shutterstock.com

ไม่มีแตะเบรก! ชายจีนระบายแค้น ขับเก๋งพุ่งชนโครม โชว์รูมขายรถ

ชายจีน

อั้ยหยา!! ชายจีนแบกความแค้นเต็มอก ควบรถเก๋งพุ่งชนโชว์รูมขายรถในกรุงปักกิ่งจนพังยับ โชคดีไม่มีคนเจ็บ สื่อแดนมังกรเผย ชายคนนี้โกรธบริษัทเจ้าของโชว์รูมรถที่ขายรถให้กับเขา แต่ไม่ได้ดีตามที่คุยโวจนถึงขนาดเคยยื่นฟ้องดำเนินดคี…

เมื่อ 16 มี.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ระทึก ชายชาวจีนโกรธสุดๆ ขับรถเก๋งสีขาวพุ่งชนโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่ง ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เต็มแรง จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เดชะบุญไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยตามรายงานของสื่อท้องถิ่นในจีน เปิดเผยเพียงแค่ว่า ชายผู้นี้ชื่อ นายไป๋ และเขาได้เคยฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายกับบริษัท ออโตโมบาย 4S ซึ่งเป็นเจ้าของโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์แห่งนี้ เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากไม่พอใจที่ขายรถเก๋งคันนี้ให้กับเขา แต่เมื่อนำไปขับจริงๆ แล้ว กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกพอใจกับสมรรถนะของรถเก๋งแต่อย่างใด

จากภาพในกล้องวงจรปิดในโชว์รูมขายรถยนต์ บันทึกไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา และถูกสื่อจีนนำไปเผยแพร่อย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่ นายไป๋ ควบรถเก๋งพุ่งชนโชว์รูมชนิดไม่มีแตะเบรก และยังถือเป็นความโชคดีของชายคนหนึ่ง ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านนอกโชว์รูม และเดินออกไปจากบริเวณนั้นพอดี จึงรอดพ้นจากการถูกรถเก๋งชนไปอย่างฉิวเฉียด

ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ทำให้ นายไป๋ มีความโกรธแค้นโชว์รูมแห่งนี้เพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากหลังจากเขาได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับบริษัทขายรถยนต์ออโตโมบาย 4S แล้ว ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่บริษัทได้ โทร.มาข่มขู่ภรรยาของเขาให้ถอนฟ้อง จนเขายอมถอนฟ้องในที่สุด เมื่อ ก.พ.ที่ผ่านมา และด้วยความโกรธสุมอกจึงทำให้นายไป๋ลงมือก่อเหตุรุนแรงไม่คาดคิดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายไป๋ ได้มีการโทรศัพท์มาเตือนโชว์รูมแห่งนี้ก่อนหน้าแล้วว่า เขากำลังจะมา ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ที่มา>>>Thairath