3 สมุนไพรมหัศจรรย์แก้อาการ “ปวดเข่า”

อาการปวดเข่ามักเกิดขึ้นกับคนที่กระดูกไม่แข็งแรง สูงอายุ หรืออาจจะมีน้ำหนักตัวมาก (หรือที่เรียกว่าอ้วนนั่นแหละ) ใครที่ปวดเข่าคงทราบดีว่าทรมาน และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ถ้าเราจะบอกว่ามีสมุนไพรมหัศจรรย์ 3 ชนิด ที่จะช่วยลดอาการปวดเข่าได้ คุณจะลองไหม? ถ้าอยากรู้ว่าเป็นผลไม้อะไร ตาม Sanook! Health มาเลยค่ะ1. ลำไย

สิ่งที่ดีงามของลำไยที่จะช่วยแก้ปวดเข่า คือ เมล็ดค่ะ นำเมล็ดลำไยสดมาประมาณ 20 เมล็ด มาทุบให้แตก แล้วนำไปแช่ในเหล้า 40 ดีกรีให้ท่วม (1 ขวด) ทิ้งเอาไว้เป็นเวลา 7 วัน เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วก็นำเฉพาะน้ำมาทาบริเวณหัวเข่า หรือบริเวณที่ปวด วันละ 1-2 ครั้ง

 

2. ขิง

ขิงมีสรรพคุณหลายอย่าง รวมไปถึงการบรรเทาอาการปวด และลดการอักเสบภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี การใช้ขิงบรรเทาอาการปวดก็ง่ายๆ โดยการจิบชาขิง หรือดื่มน้ำอุ่นที่ฝานขิงใส่ลงไป 15 นาที นอกจากอาการปวดเข่าปวดข้อจะดีขึ้นแล้ว ยังชื่นใจชุ่มคออีกด้วย แต่หากใครอยากรักษาอาการปวดเข่าจากภายนอก ลองนำขิงบิดละเอียดผสมน้ำมันมะกอกมาพอกบริเวณเข่าที่ปวด 10-15 นาทีก็ได้

 

3. ขมิ้น

ขมิ้นไม่ได้มีสรรพคุณแค่บำรุงผิวให้สวยงามอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรักษาอาการปวดเข่าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นำผงรากขมิ้นมาประคบบริเวณที่ปวด

ถึงแม้อาการปวดเข่าจะบรรเทาลงได้ด้วยสมุนไพรไทยหาได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วหากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง ควรรีบพบแพทย์เพื่อดำเนินการรักษาอย่างถาวรจะดีที่สุดนะคะ

ที่มา>>>ข่าวสด

 

กระจ่าง! สัตวแพทย์ ม.เกษตรฯ แถลงชัด ‘ลอยด์’ ถูกของมีคมฟันขาขาด

ภาพ: โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ทีมสัตวแพทย์ รพ.สัตว์ ม.เกษตรฯ แถลง ใช้เทคนิคขั้นสูงในการรักษา ‘ลอยด์’ สุนัขพันธ์ชิบะอินุ ที่โดนทำร้ายอาการสาหัสที่หมู่บ้านหรูย่านนนทบุรี ผลตรวจพิสูจน์ชี้ชัด แผลเกิดจากของมีคมฟัน ไม่ใช่สุนัขกัดกัน…

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 59 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รรท.อธิการบดีสัตวแพทย์ศาสตร์, ศ.น.สพ.ดร. อภินันทร์ สุประเสริฐ คณบดีสัตวแพทย์ศาสตร์, ผศ.น.สพ. คัมภีร์ พัฒนะธนัง ผอ.รพ.สัตว์ ม.เกษตรฯ ร่วมแถลงข่าวผลการรักษา ‘เจ้าลอยด์’ สุนัขพันธุ์ชิบะอินุ เพศผู้ อายุ 7 ปี ที่ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกหน้าซ้ายขาด มีบาดแผลกว้างที่หน้าอก กระดูกซี่โครงหัก 3 ซี่ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในสภาวะขาดเลือดมาก

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทาง รพ.สัตว์ ม.เกษตรฯ รับเจ้าลอยด์มารักษา ได้ประกาศรับบริจาคเลือด เนื่องจากสุนัขมีอาการขาดเลือดและต้องเตรียมการผ่าตัด ซึ่งต้องขอบคุณน้ำใจเจ้าของสุนัขที่มาช่วยบริจาคเลือดถึง 66 ราย นับว่าเป็นกรณีการรักษาที่มีผู้แจ้งความประสงค์มากที่สุดทีมสัตวแพทย์ รพ.สัตว์ ม.เกษตรฯ แถลงการรักษา ‘ลอยด์’

ส่วนปัญหาวิกฤติในการรักษาคือ บาดแผลของสุนัขที่หน้าอก ลักษณะเป็นโพรงขนาดใหญ่ 16 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร เป็นแผลที่ไม่สามารถเย็บปิดได้และยังติดเชื้อรุนแรง มีคลายหนองและเนื้อตายจำนวนมาก ทางทีมสัตวแพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง วันต่อมาสุนัขมีอาการซึมเศร้าจากการเสียเลือดเพิ่ม เนื่องจากอกซ้ายมีการลอกหลุด

หลังจากที่รักษา ลอยด์ มาได้ 6 วัน ทีมสัตวแพทย์จึงเริ่มทำเลเซอร์ Class IV ติดต่อเป็นเวลา 7 วัน ส่งผลให้ขนาดของแผลลดลงไป 70% ปัจจุบัน ลอยด์ สามารถกินอาหารและเลียน้ำได้เอง ขับถ่ายปกติ สามารถลุกยืนเดินเองได้ดี ทีมสัตวแพทย์จึงใช้นวัตกรรมเลเซอร์ทำแผลและปิดเเผลในการรักษาพิสูจน์พบการหักของกระดูกท่อนขาหน้า และหลุดของข้อศอกจากการกระชาก

อาการแผลของสุนัขเกิดจากการทุบตีและใช้ของมีคมฟัน

ผศ.น.สพ.คัมภีร์ ยังกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ทีมสัตวแพทย์สรุปได้ว่าอาการแผลของสุนัขเกิดจากการทุบตีและใช้ของมีคมฟัน ไม่ใช่แผลที่เกิดจากสุนัขกัดกันอย่างกรณีที่นำชิ้นส่วนกล้ามเนิ้อบริเวณแผล มาทำการพิสูจน์ทางจุลพยาธิวิทยา ก็ไม่พบการอักเสบ แสดงว่าบาดแผลได้เกิดขึ้นหลังจากขาได้ขาดออกจากร่างกายไม่เกิน 6 ชม. ส่วนการตรวจด้วยเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง CT Scan พบการหักของกระดูกท่อนขาหน้า และหลุดของข้อศอก ซึ่งรูปแบบการหักเกิดจากการกระชากหรือตี

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถือเป็นโรงพยาบาลรักษาสัตว์ที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย มีความพร้อมทางวิชาการและบุคลากรในการรักษาสัตว์ รวมถึงเป็นศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สำหรับการหาชิ้นส่วนและสืบคดีเกี่ยวกับสัตว์ด้วย

ที่มา>>>Thairath

ญาติคนหายเข้าตรวจ DNA เทียบกระดูกสุสานเผานั่งยางอุดรฯ

ตำรวจอุดรธานี สอบปากคำญาติผู้สูญหาย มอบ พฐ. เก็บดีเอ็นเอเทียบกระดูกสุสานเผานั่งยาง ขณะน้องชายหญิงถูกเมีย ตร. อุ้มฆ่าปี 52 แต่หาศพไม่เจอ โร่ตรวจด้วย ตั้งความหวังอาจมีศพพี่สาว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 เม.ย. 59 ที่อาคารกลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.อุดรธานี ญาติผู้สูญหายที่แจ้งความจำนงขอตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเทียบกับเศษกระดูกถูกเผานั่งยาง ในป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี โดยมี พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี ผกก.สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน ภ.จ.อุดรธานี นำพนักงานสอบสวน 9 นาย สอบปากคำญาติผู้สูญหาย ก่อนให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.อุดรธานี เก็บดีเอ็นเอจากเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม ผม และเล็บ เพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับเศษกระดูกที่เก็บได้จำนวน 8 จุดตำรวจอุดรธานี สอบปากคำญาติผู้สูญหาย มอบ พฐ. เก็บดีเอ็นเอเทียบกระดูกสุสานเผานั่งยาง

ทั้งนี้ มี นายสุริชัย ชมพูวิเศษ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192 หมู่ 5 ต.กุดผึ้ง อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู น้องชายของ นางกุหลาบ อินทร์ศรี อายุขณะเสียชีวิต 48 ปี อยู่เลขที่ 464/277 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ที่ถูกทำร้ายและอุ้มหายจากบ้านพักตำรวจ สภ.บ้านเทื่อม ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 52 ต่อมาวันที่ 8 ม.ค. 53 ตำรวจจับกุม นางเยาวลักษณ์ โฆษิต อายุ 48 ปี ภรรยาตำรวจเจ้าของบ้านพัก โดยรับสารภาพว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายมาติดพันสามี และยังซัดทอดว่าจ้างตำรวจ 60,000 บาท อุ้มไปฆ่าทิ้ง แต่หาศพไม่พบ ต่อมาได้แจ้งข้อหาตำรวจ 2 นาย แต่คดีศาลยกฟ้อง เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ไม่พบศพ นางกุหลาบ ซึ่งญาติมีความหวังว่าอาจจะถูกนำมาเผาที่นี่ จึงมาขอตรวจดีเอ็นเอด้วย.ประชาชนที่สงสัยว่า กระดูกที่พบอาจเป็นญาติตัวเอง เข้าพบจนท.ตำรวจเพื่อตรวจสอบ

ที่มา>>>Thairath