ทนสู้ให้ได้ดี! จากด.ญ.ชั้นป.4กรีดยางช่วยพ่อแม่หาเงิน เติบโตหนักเอาเบาสู้ ส่งเสียตัวเองเรียน

ทนสู้ให้ได้ดี! จากเด็กหญิงชั้นป.4 ที่กรีดยางช่วยพ่อแม่หาเงิน เติบโตเป็นเด็กสาวที่หนักเอาเบาสู้ ส่งเสียตัวเองเรียน

รับชมตอน…พลังใจของปิ๋ม

Payai TV

เรื่องราวการสู้ชีวิตของปิ๋ม…นางสาวสุยนันท์ สายแก้ว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเมืองปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ครอบครัวของปิ๋มมีอาชีพหลักคือรับจ้างกรีดยาง ปิ๋มจึงฝึกและช่วยกรีดยางมาตั้งแต่อยู่ชั้นป.4 พ่อแม่แยกไปกรีดยางอยู่ไกลบ้านได้กลับมาเดือนละครั้ง ปิ๋มจึงใช้ชีวิตอยู่กับยายและน้องชาย อายุ 7 ขวบ ในบ้านพักคนงานที่เจ้าของสวนยางให้อาศัยอยู่โดยไม่เก็บค่าเช่า ปิ๋มรับจ้างกรีดยางได้วันละ 100 บาท วันเสาร์ – อาทิตย์จะไปทำงานที่ปั๊มน้ำมันได้เงินอีกวันละ 250 – 280 บาท เงินเหล่านี้ปิ๋มนำมาใช้จ่ายเป็นค่ากินอยู่ของครอบครัวและใช้ไปโรงเรียน

การที่ต้องรับมือกับปัญหาความจนและหนี้สินด้วยการทำงานหนักเอาเบาสู้ ทำให้ปิ๋มรู้จักอดทนและพยายามมองหาหนทางรอดให้กับครอบครัว เธอตั้งใจเรียนและมีความฝันอยากประกอบอาชีพที่มั่นนคงเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ ยาย และน้องชายให้สุขสบาย อนาคตที่ใฝ่ฝันจะเป็นจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับพลังใจของปิ๋ม

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!คนงานเจอทารกถูกทิ้งปล่อยนอนร้องตัวเปียกฝน หลังห้องน้ำแคมป์คนงานที่สามโคก

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ ฟักประไพ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาจากพลเมืองดีว่า พบเด็กทารกแรกเกิดถูกนำมาทิ้งหลังห้องน้ำ ภายในแคมป์คนงานก่อสร้าง บ้านไม่มีเลขที่ในซอยปทุมทอง 1 หมู่ที่ 1 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู201610080959186-20050222192603ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวด้านหลังห้องน้ำ พบมีคราบเลือดติดกับสังกะสี สอบถามทราบว่าที่แคมป์คนงานมีแต่หญิงสูงอายุประมาณ 3 คนเท่านั้น นอกนั้นเป็นผู้ชาย และไม่มีใครตั้งครรภ์ทั้งสิ้น บริเวณห้องน้ำดังกล่าว ห่างจากถนนเข้ามาประมาณ 200 เมตร คาดว่าแม่เด็กคงมาจากทางด้านหลัง และชาวบ้านพร้อมคนงานไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดเข้ามา2จากการสอบถามนายยู จันทรังษี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านข่า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม คนงาน กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตนกำลังจะเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องเด็กดัง ตอนแรกนึกว่าแมว ต่างพากันเดินหา ปรากฏว่าพบเด็กทารกเพศหญิงเพิ่งคลอด ถูกทิ้งที่ด้านหลังห้องน้ำหลังห้องที่ 2 โดยมีคราบเลือดติดที่สังกะสี และพบว่ามีเด็กทารกเพศหญิง แรกคลอดนอนเปียกฝนและยังร้องอยู่ ซึ่งคาดว่าคงถูกแม่มาคลอดในห้องน้ำแล้วโยนทิ้ง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ โดยจุดที่พบเด็กทารกนั้น ไม่ทราบว่าผู้เป็นแม่ได้มาเข้าห้องน้ำและนำเด็กเพิ่งคลอดออกมา และทิ้งข้างห้องน้ำดังกล่าว201610080959172-20050222192603ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบว่าภายในแคมป์ก่อสร้าง จะมีหญิงที่ตั้งท้องใกล้คลอด แต่อย่างใด และจากการสอบถามประชาชน ซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างในละแวกใกล้เคียง ก็ยังไม่พบว่าบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นแม่เด็ก คาดว่าอาจจะเป็นวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ในระหว่างที่ยังไม่พร้อม เลยมาแอบคลอดในห้องน้ำคนงาน แล้วโยนลูกทิ้งไว้ก่อนหลบหนีไป ซึ่งเด็กถูกนำส่งรพ.สามโคก มีน้ำหนัก 2,470 กรัม ร่างกายแข็งแรง และจะติดตามหาแม่ใจร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ้าหลง”ฝันสลาย! เจ้าของ 3 รายรุดดู ปรากฏว่าสุนัขวิ่งหนี-ไม่ยอมให้แตะตัว (คลิป)

จากกรณีสะเทือนใจคนรักสุนัข เมื่อมีผู้พบเห็นสุนัขเพศเมีย สีน้ำตาล อายุประมาณ 3 ปี นั่งมองรถที่สัญจรไปมา เพื่อรอเจ้าของที่บริเวณถ.สุขุมวิท สาย จันทบุรี-ตราด บ.หนองขอน ม.1 ต.คมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี เป็นที่สงสารของชาวบ้านบริเวณนั้น จนตั้งชื่อกันว่า “เจ้าหลง”   ต่อมามีข่าวดี เมื่อมีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของสุนัขเพศเมียตัวดังกล่าวปรากฏตัวแล้ว โดยนางนงลักษณ์ แก้วมาก ชาวจ.สิงห์บุรี กล่าวว่า เมื่อประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมา มีคนงานจาก จ.จันทบุรี เข้ามาตัดอ้อยใกล้กับบ้านของตนที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี หลังคนงานกลับไป ปรากฏว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้คือ เจ้าลัคกี้ กับสุนัขของน้องสาวอีก 1 ตัวหายไป โดยเชื่อว่าคนงานจาก จ.จันทบุรีเป็นคนขโมยสุนัขกลับไป ต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากริมถนนสุขุมวิท ช่วงที่”เจ้าหลง” นั่งรอเจ้าของอยู่นั้น ปรากฏว่ามีนางนงลักษณ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของ พร้อมญาติหลายคน มาหาเจ้าหลง โดยนางนงลักษณ์เข้าไปเรียกว่าลัคกี้ ปรากฏว่า เจ้าหลงเดินหนีทันที ไม่ยอมวิ่งเข้ามาหา จนนางนงลักษณ์ต้องเข้าไปตาม แต่เจ้าหลงก็วิ่งหนีไปอีก  ต่อมามีชายทราบชื่อว่าวิโรจน์ ได้ขับรถมาจากกรุงเทพมาดูเจ้าหลง เพราะสงสัยว่าเป็นสุนัขของตัวเองที่เคยนำมาฝากญาตเลี้ยงไว้ที่จันทบุรี แต่เกิดวิ่งหนีหายไปจากบ้าน โดยนายวิโรจน์เข้าไปเรียกว่า “พอลล่า” แต่เจ้าหลงก็วิ่งหนีอีก จากนั้นมีหญิงสาวพร้อมเด็กอีก 1 คนสงสัยว่าเจ้าหลงอาจเป็นสุนัขที่เคยเลี้ยงไว้ชื่อ”กล้วย” แต่พอเข้าไปหาใกล้ๆ เจ้าหลงก็วิ่งหนีอีกเช่นกัน โดยคราวนี้ เจ้าหลงวิ่งเตลิดเข้าไปในสวนผลไม้ข้างถนน

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อก! ม็อบคนงานเหมืองรุมตื้บรมต.โบลิเวียดับ – ปธน.ร่ำไห้

เอเอฟพีรายงานเมื่อ 26 ส.ค. ว่า รัฐบาลโบลิเวียแถลงข่าวสลดว่า นายโรโดลโฟ อิลลาเนส รมช.กิจการภายในประเทศเสียชีวิตแล้วจากการถูกกลุ่มม็อบชาวเหมืองรุมซ้อม ขณะพยายามจะเข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้ง แต่ถูกจับตัวไปทำร้าย ที่เมืองปันดูโร ทางตอนใต้ของนครลาปาส

“หลักฐานทุกอย่างบ่งชี้ว่า รัฐมนตรีช่วยของเรา โรโดลโฟ อิลลาเนส ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมและขลาดเขลา เขาถูกตีจนตาย” นายคาร์ลอส โรเมโร รมว.กิจการภายในประเทศ กล่าวนายอิลลาเนส อายุ 56 ปี เคยเป็นทนายคดีอาญา เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกิจการภายใน (เทียบเท่ากระทรวงมหาดไทย) เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ถูกม็อบจับไประหว่างพยายามไปเจรจาให้ชาวเหมืองยุติการยึดถนนในเมืองปันดูโร ก่อนหน้าเสียชีวิตไม่นาน เพิ่งโทร.ตอบสายนักข่าวว่า “ผมสบายดี มีคนคุ้มกัน คนที่นี่ไม่ได้ทำร้ายผม” แต่จากนั้นไม่นานก็เสียชีวิตแฟ้มภาพ นายโรโดลโฟ อิลลาเนส

ด้านประธานาธิบดีอีโว โมราเลส ผู้นำประเทศ ถึงกับตัวสั่นด้วยความตกใจและร้องไห้ออกมา หลังจากได้รับทราบข่าว และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปนำศพออกมาให้ได้ พร้อมประกาศว่า หัวหน้าแกนนำประท้วงครั้งนี้จะลอยนวลโดยไม่ถูกทำโทษไม่ได้ ต้องนำตัวขึ้นศาลให้ได้

การประท้วงของคนงานเหมือนในสัปดาห์นี้ผันเป็นความรุนแรง จากเดิมที่คนงานชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลปรับกฎหมายอุตสาหกรรมเหมือง ว่าด้วยการขอสัมปทานและสิทธิในการทำงานให้บริษัทต่างชาติ กระทั่งในช่วง 3 วันมานี้ บานปลายกลายเป็นการปะทะกับเจ้าหน้าที่ และมีคนงานถูกยิงเสียชีวิต 2 ราย  ตำรวจบาดเจ็บ 20 นาย และ 2 นายยังถูกคนงานเหมืองจับตัวไว้ในเมืองโกชาบัมบา ภาคกลางของประเทศ

ที่มา>>>ข่าวสด

ชนเกลื่อนถนน 6 ศพ! รถโม่ปูนข้ามเลน ประสานงา 6 ล้อกรมทางหลวงตราด

เกิดอุบัติเหตุรถโม่ปูนสิบล้อ ข้ามเลนมาประสานงากับรถ 6 ล้อของกรมทางหลวง หมวดทางหลวงแหลมกลัด บนถนนสุขุมวิทสาย 3 ตราด-คลองใหญ่ จ.ตราด มีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นคนงานของกรมทางหลวง บาดเจ็บสาหัส 2 รวมทั้งคนขับสิบล้อ…

วันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.ท.วิษณุ เขาวง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถ 10 ล้อโม่ปูนซีเมนต์ ชนประสานงากับรถ 6 ล้อ บนถนนสุขุมวิท 3 สายตราด-คลองใหญ่ หมู่ 4 บ้านตรอกแซง ต.ท่าพริก อ.เมืองตราด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยบุญช่วยเหลือจังหวัดตราดกำลังช่วยกันนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลตราดและโรงพยาบาลกรุงเทพตราดอย่างเร่งด่วนจำนวน 4 ราย ต่อมามีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลตราด 2 คน ส่วนในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 4 คน รวมแล้วมีผู้เสียชีวิต 6  คน

ตรวจสอบบนถนนพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-9008 จันทบุรี เป็นรถโม่ปูนซีเมนต์ ชนประสานงากับรถยต์กระบะ 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน 98-7080 กรุงเทพมหานครของกรมทางหลวง หมวดทางหลวงแหลมกลัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างผู้เสียชีวิตบริเวณที่นั่งคนขับพร้อมกับผู้ที่นั่งมาด้วยด้านข้างอีก 1 คน ของรถกรมทางหลวง ส่วนอีก 2 คนกระเด็กตกจากกระบะด้านหลังมาบริเวณถนน และเสียชีวิตเช่นกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งหมด 4 คนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6 ราย

สอบสวนเบื้องต้น ทราบจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่ารถ 10 ล้อ โม่ปูนซีเมนต์ได้วิ่งมาจากทางตัวเมืองตราด ส่วนรถ 6 ล้อของกรมทางหลวงบรรทุกคนงานรวมทั้งคนขับจำนวน 7 คนวิ่งมาจากทาง อ.คลองใหญ่ เพื่อมาทำธุระในตัวเมืองตราด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถโม่ปูนที่วิ่งสวนทางมาได้ข้ามเลนมาชนประสานงากับรถ 6 ล้อ อย่างแรง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว

ต่อมา ทราบชื่อผู้ที่สียชีวิตในที่เกิดเหตุ ได้แก่ 1 น.ส.รัชนี เพราะนิยม อายุ 37 ปี 2. นายเจริญ พรมดี อายุ 47 ปี 3. น.ส.น้อย ขาวคม อายุ 55 ปี 4. นายวรุฒ วงษ์ทอง อายุ 21 ปี ส่วนผู้เสียชีวิตที่ รพ.ตราด  1.นายมานิตย์ ตะพองมาตร อายุ 38 ปี 2. นายกิตติ เครือพิเศษ อายุ 35 ปี และผู้บาดเจ็บอาการสาหัสชื่อ นายสันติ จันทรเสน อายุ 38 ปี ทั้งหมดเป็นคนงานของกรมทางหลวง หมวดทางหลวงแหลมกลัด อ.เมืองตราด

ส่วนคนขับรถโม่ปูนได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพตราด ยังไม่ทราบชื่อ.

ที่มา>>>Thairath