บก.น.1 นำหมายศาลบุกค้น “นาตารี” อาบอบนวด หาหลักฐานเพิ่ม

 เมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 16 มิ.ย. ที่นาตารี อาบอบนวด ถนนรัชดาภิเษก แขวง-เขตห้วยขวาง พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รองผบก.น.1 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน นำหมายค้น 182/59 ลงวันที่ 15 มิ.ย. ของศาลอาญา เข้าตรวจค้นสถานบริการ นาตารีอาบอบนวด เลขที่ 167-17-22 เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยมี พ.ต.อ.สมคิด สมบูรณ์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สอบสวน ศูนย์สืบสวน ที่รับผิดชอบ บก.น.1 หัวหน้างานสอบสวน พร้อมด้วยทีมคณะทำงาน สน.ห้วยขวาง ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เจ้าหน้าทหารเจ้าหน้าที่การประปานครหลวง เจ้าหน้าการไฟฟ้านครหลวง เจ้าหน้าที่กรุงเทพเขต ดินแดงฝ่ายโยธา -ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ร่วมตรวจค้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางฝ่ายโยธาของเขตดินแดง จะเข้าตรวจสอบเรื่อง โครงสร้างของอาคาร ว่ามีการเพิ่มเติมตามแบบที่ขอหรือไม่ และถูกสุขลักษณะหรือไม่ เจ้าหน้าที่ของการประปานครหลวง จะดูว่ามีการขโมยน้ำประปาหรือไม่ ส่วนเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวง จะมาตรวจสอบเรื่องระบบไฟฟ้า ว่ามีการต่อที่ถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐานเข้าร่วมตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องการมาดูภาพรวมทั้งหมด เพื่อนำมาเข้าสู่สำนวน เพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดีค้ามนุษย์และเกี่ยวกับ พ.ร.บ การฟอกเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่มาทำการถ่ายทำห้องที่เกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมล่อซื้อผู้ขายบริการ  สำหรับนายกุลประเสริฐ หรือประเสริฐสุขขี หรือนานโกลัก เจ้าของอาบอบนวด นายสมหมาย หรือ ก้อง พัดสิงห์ ผู้ต้องหา ตามหมายจับ ข้อหาค้ามนุษย์ และอีก 14 ข้อหา อยู่ระหว่างการหลบหนี

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในนาตารี อาบอบนวด และขอร้องสื่อมวลชนไม่ให้เข้าไปภายในเนื่องจากหมายค้นให้เฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้น เกรงว่าถ้าสื่อมวลชนเข้าไปจะถูกเจ้าของสถานที่แจ้งข้อหาบุกรุก

ที่มา>>>ข่าวสด

แล้งวิกฤติ! ชาวบ้านปิดล้อมแย่งน้ำเทศบาลเมืองคอน ห้ามสูบหวั่นตลิ่งพัง

แล้งเมืองคอนวิกฤติ!! น้ำประปาเทศบาลขาดแคลนหนัก-ชาวบ้านเปิดศึกแย่งน้ำ แห่ปิดล้อมบ่อน้ำห้ามไม่ให้เทศบาลสูบน้ำไปใช้ผลิตน้ำประปา เหตุทำให้ตลิ่งพัง ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนอย่างหนัก…

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครศรีธรรมราช ว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่วิกฤติอย่างหนัก หลังจากน้ำประปาในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชหยุดไม่ไหลมานานเกือบ 2 เดือนแล้ว จนชาวบ้านในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักไปทั่วทุกครัวเรือน ซึ่งแม้ว่าทางผู้บริหารเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้วิ่งหาแหล่งน้ำดิบมาผลิตน้ำประปากันวุ่นหลายแห่ง แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ยิ่งสร้างความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแหล่งน้ำดิบที่บ่อน้ำนาทราย ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งทางเทศบาลนครนครศรีธรรมราชใช้เป็นแหล่งน้ำดิบที่สูบไปผลิตน้ำประปาตลอด 24 ชม. แต่ก็ยังไม่เพียงกับความต้องการของประชาชนในเขตเทศบาล ที่ต้องสูบน้ำไปใช้ตลอด 24 ชม.ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ได้มีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาทราย จำนวนประมาณ 50 คน ได้เดินทางมาปิดล้อมบริเวณบ่อน้ำนาทราย หมู่ 1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้หยุดทำการสูบน้ำจากบ่อน้ำนาทรายดังกล่าวทันที เพราะได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ต.นาทราย เป็นอย่างมาก ทำให้ขาดแคลนน้ำไม่มีน้ำใช้ และยังทำให้ตลิ่งพัง ทำให้พืชผลด้านการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากการสูบน้ำจากบ่อน้ำดังกล่าวไปใช้มากเกินไป ชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาทราย ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จนในที่สุดนายสุดเจริญ สุดสมบูรณ์ นายก อบต.นาทราย ได้เดินทางมาเจรจากับชาวบ้าน และสั่งหยุดเครื่องสูบน้ำของเทศบาลทันที ตามความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

วอนช่วย 2 ตา-ยาย อาศัยบ้านไม้ผุพัง ไร้ไฟฟ้านานกว่าสิบปี

วอนช่วยเหลือ 2 ตา-ยาย อาศัยบ้านไม้ผุพัง มุงสังกะสี ไม่มีไฟฟ้าใช้นานกว่าสิบปี อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เก็บผักขาย หาเศษไม้เผาถ่าน รับจ้างเลี้ยงวัว หาเงินซื้อข้าวกิน รายได้ไม่แน่นอน บางวันไม่ถึง 100 อาศัยคนใจดีนำปิ่นโตมาให้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน มีชาวบ้านดงลึกร้องเรียนว่ามี สองตายายอาศัยอยู่บ้านผุ พัง แถมบันไดขึ้นลงบ้านพังกลัวจะตกบันไดได้รับอันตราย จึงได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 74 หมู่ 3 บ้านดงลึก ต.วังศาล อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ พบ นายแสง ครองผา อายุ 80 ปี กับ นางกี ครองผา อายุ 74 ปี สอง สามีภรรยา อาศัยอยู่ด้วยกัน ทั้งสองไม่มีบุตร

ลักษณะบ้านใกล้พังปลูกเป็นบ้าน ชั้นเดียวใต้ถุนยกสูง มุงสังกะสี ฝาบ้านใช้ปีกไม้ตีแปะติดบ้าน ไม่มีไฟฟ้า และน้ำประปาใช้มานานกว่า 10 ปี อาชีพรับจ้างเลี้ยงวัวทั่วไปต่อมาด้วยอายุมาก จึงยึดอาชีพหลักเก็บผักขาย หาเก็บเศษไม้นำมาเผาถ่าน ขาย บางวันทั้งสองออกรับจ้างแล้วแต่จะมีคนจ้างมีรายได้ไม่แน่นอนบางวันก็ได้ไม่ถึงร้อยบาทจะด้วยที่ทั้งสองชรามากจึงไม่ค่อยมีคนจ้าง

โดยเฉพาะช่วงนี้แล้งหนักผักตาย จึงไม่มีรายได้ จนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงสงสาร ถ้าชาวบ้านมีงานบุญก็จะมีคนนำปิ่นโตอาหารมาให้ได้พอประทังชีวิต เบื้องต้น นายธนิต นุ่นลอย หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าชนแดน-วังโป่ง อ.วังโป่ง นำเจ้าหน้าที่มาช่วยสร้างบันไดให้เบื้องต้นก่อน และทหารกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 ค่ายพ่อขุนผาเมือง ได้มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 500 บาท ข้าวสาร, อาหารแห้ง และของใช้ที่จำเป็น และจะเข้าประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเพื่อซ่อมแซมแก้ไขต่อไป2 ตายาย ชาวบ้านดงลึก ต.วังศาล อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ วอนคนใจบุญช่วยเหลือ

ผู้ใจบุญมีจิตเมตตาสงสารอยากช่วยเหลือสองตายาย จะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า เหลือใช้ได้ สามารถติดต่อได้ที่ นายบัวลอย รักษาพล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านดงลึก ต.วังศาล อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เบอร์โทร 08-6110-8900 หรือ บัญชี นายแสง ครองผา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวังโป่ง อ.วังโป่ง เลขบัญชี 020071356817.

ที่มา>>>Thairath

ชาวบ้านที่สกลฯโวย! บิลเรียกเก็บไม่มียอดใช้น้ำ ซ้ำจ่ายแพงกว่าเดิม

ชาวบ้าน อ.โคกศรีสุพรรณ โวย! บิลไม่มียอดใช้น้ำ แต่ถูกเรียกเก็บเงิน เผยแต่ละเดือนเคยจ่ายไม่เกิน 100 บาท ช่วงหลังเจอเดือนละกว่า 400 บาท ด้าน ผวจ.สกลนคร สั่งปลัดอำเภอไปสอบข้อเท็จจริง คาดไม่เกิน 3 วันรู้ผล …

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน บ้านดง ม.3 ต.เหล่าโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร จำนวน 95 ครัวเรือน กรณีถูกผู้ดูแลประปาหมู่บ้าน ออกบิลเก็บค่าน้ำประปาหมู่บ้านย้อนหลังถึง 8 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค. 58-เม.ย. 59 เมื่อตรวจสอบบิลพบว่า หมู่บ้านนี้คิดค่าน้ำประปาหน่วยละ 5 บาท แต่ละบิลเรียกเก็บเฉลี่ย เดือนละ 300-400 บาท และบางบิลไม่มีตัวเลขระบุปริมาณน้ำที่ใช้ ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้จ่ายค่าน้ำไปแล้วครึ่งหนึ่ง จำนวน 4 เดือน รวมแล้วแต่ละหลัง ต้องจ่ายเงินค่านำประปา 2,000-3,000 บาท เร็วๆ นี้ถูกเรียกเก็บอีก 4 เดือนที่เหลือ ทำให้เคลือบแคลงสงสัยว่า เพราะเหตุใดในห้วงเวลาถึง 8 เดือน ไม่มีใครมาจดเลขมิเตอร์น้ำเลย แต่กลับมีบิลเรียกเก็บค่าน้ำประปากับชาวบ้าน บางบิลเดือนชนเดือนค่าน้ำประปาเท่ากันก็มีนางไพทูล เภาโพธิ์ ชาวบ้าน กล่าวว่า แต่เดิมบ้านของตนใช้น้ำเฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 100 บาท ต่อมาถูกเรียกเก็บกว่า 300 บาท หากมีหน่วยมาตรวัดระบุลงไปจะไม่สงสัย แต่ที่พบกลายเป็นบิลเรียกเก็บค่าน้ำประปาเฉยๆ ไม่มีตัวเลขระบุการใช้น้ำ เหมือนนึกอยากเขียนลงไปเท่าไหร่ก็ได้ บางหลังเจอไปเดือนละ 400-500 กว่าบาท ทั้งที่เคยใช้เดือนละ 100 กว่าบาท เคยสอบถามไปยังผู้ใหญ่บ้านดง ม.3 แต่ไม่ได้รับคำตอบ จึงพากันร้องสื่อมวลชน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วต่อไปใครจะกล้าใช้น้ำประปาของหมู่บ้าน หากเจอเหตุการณ์ออกมาเรียกเก็บค่าน้ำย้อนหลังหลายเดือนแบบนี้ ปกติชาวบ้านค่อนข้างเดือดร้อน น้ำไม่ค่อยไหลมีสีขุ่นหมองอยู่แล้ว ต้องมาเจอค่าน้ำที่ไม่มีที่มาที่ไปอีกผู้สื่อข่าว ได้สอบถามไปยัง นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ทราบว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ นางสาวภิรมย์ ก้อนแพง ปลัดอำเภออาวุโส อ.โคกศรีสุพรรณ ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยการเรียกประชุม ให้ผู้ใหญบ้าน หรือผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเสียหายถึงปกครองได้ เพราะเหตุใดถึงเรียกเก็บค่าน้ำกับชาวบ้านแล้ว ในบิลไม่มีหน่วยมาตรวัดปริมาณการใช้น้ำ มีเพียงแต่ยอดเงินเรียกเก็บกับชาวบ้าน ทั้งนี้ จึงอยากให้ชาวบ้านสบายใจ ขณะนี้ยังรอรายงานสรุปอยู่ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด จะได้สั่งการแก้ไขปัญหาต่อไป คาดว่าไม่เกิน 3 วัน คงจะสรุปผลสอบออกมา.

ที่มา>>>Thairath

ภัยแล้งชัยนาทขยายวง ทำมะนาวออกผลน้อย ดันราคาพุ่งเฉียดลูกละ 10 บ.

สถานการณ์ภัยแล้ง จ.ชัยนาท ยังขยายวงกว้าง กระทบพืชผลเกษตรพาเหรดขึ้นราคา ขณะที่ มะนาวออกผลน้อย ปรับขึ้นราคาเฉียด 10 บาทต่อลูก ด้าน แม่ค้าตลาดสดภาษีซุง เผย มีโอกาสแตะลูกละ 15 ส่วนน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เหลือใช้อีกประมาณ 100 กว่าวันเท่านั้น …

วันที่ 22 เม.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาล่าสุด ตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้นอยู่ที่ 14.11 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา จากการคาดการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยานั้นสามารถใช้ได้อีกประมาณ 100 กว่าวันเท่านั้นภัยแล้งชัยนาท หนัก ทำมะนาวออกผลน้อย ดันราคา เฉียดลูกละ10บาท

ขณะที่ ผลกระทบของภัยแล้งยังขยายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมีราคาที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับมะนาว ที่ติดผลลดลง ทำให้มีมะนาวป้อนเข้าตลาดเป็นจำนวนน้อย และเริ่มขาดตลาด ราคาขายจึงปรับขึ้นในทุกขนาด โดยขนาดใหญ่หรือจัมโบ้ ราคาขายหน้าร้านขยับจากลูกละ 5 บาท เป็น 8 บาท ขนาดกลางปรับขึ้นเป็นลูกละ 6 บาท และขนาดเล็กราคาขายอยู่ที่ลูกละ 4 บาทน้ำน้อย แล้งทำมะนาวราคาพุ่ง!

ด้าน นางอรทัย ปานศรี แม่ค้ามะนาวสดภายในตลาดสดภาษีซุง เปิดเผยว่า ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ที่อากาศทวีความร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนหาซื้อมะนาวไปทำเครื่องดื่ม ไปผสมเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อความสดชื่น ทำให้มีความต้องการใช้มะนาวมากขึ้น ราคามะนาวมีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปถึงลูกละ 15 บาท เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา ที่เคยถีบตัวสูงขึ้นจนน่าตกใจ หรืออาจจะแพงกว่าปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ เพราะผลผลิตช่วงภัยแล้งมีน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด.

ที่มา>>>Thairath

แล้งหนัก! ชาวเกาะขาดน้ำ ต้องบรรทุกใส่แพไปส่ง เร่งช่วยเหลือ

ปัญหาภัยแล้ง-น้ำประปาเค็มในพื้นที่ จ.พังงา ส่งผลกระทบ 5 หมู่บ้าน 150 ครัวเรือน ขณะที่ภัยแล้ง จ.สตูล อบต.เร่งขนส่งน้ำลงแพให้ชาวบ้านบนเกาะปูยู หลังฝนทิ้งช่วงนานกว่า 5 เดือน

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงมาเป็นเวลาหลายเดือน ประกอบกับช่วงนี้น้ำประปาภูมิภาคตะกั่วป่า จ.พังงา มีความเค็มเนื่องจากน้ำจืดน้อย น้ำทะเลหนุน ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถนำน้ำมาอุปโภค บริโภคได้ โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ที่ 1, 5, 6, 7, 8 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ชาวบ้าน 150 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนจากการขาดน้ำ เนื่องจากแหล่งน้ำแห้งขอด โดยทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง ต้องนำรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งทางชาวบ้านได้นำถังน้ำขนาดใหญ่มารองรับน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค ดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในการแจกจ่ายน้ำตามความต้องการของประชาชนชาวบ้านต่างนำภาชนะมาใส่น้ำ

ด้าน นายธงชัย หันช่อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งเนื่องจากในพื้นที่ฝนทิ้งช่วง ได้ส่งผลให้แหล่งน้ำในพื้นที่แห้งขอดจนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่ใช้น้ำ ไม่มีน้ำอุปโภค บริโภค โดยในปีนี้ถือว่ามีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน 150 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง ได้เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่มีน้ำ โดยได้นำรถบรรทุกน้ำจำนวน 2 คัน ใส่นำแจกจ่ายให้ชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้าน วันละ 3-4 ครั้ง น้ำประมาณ 30,000 ลิตรต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากชาวบ้านในพื้นที่ใดเดือดร้อนไม่มีน้ำใช้ สามารถมาติดต่อได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง เร่งช่วยเหลือ

ขณะที่ สถานการณ์ภัยแล้ง จ.สตูล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาง อ.เมืองสตูล ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปูยู เร่งแก้ปัญหาโดยเร่งขนส่งน้ำอุปโภคบริโภคไปให้ประชาชน ชาวเกาะยาว และชาวเกาะปูยู อ.เมือง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.ปูยู รวมทั้งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะฝนทิ้งช่วงนานกว่า 5 เดือน 744 ครัวเรือน 3,088 คน โดยการนำน้ำใส่ถังขนาด 200-3,000 ลิตรลงในแพ แล้วใช้เรือลากจูงนำไปส่งให้ชาวบ้าน ส่วนน้ำดื่มจะใส่ในถังขนาด 10 ลิตร จ่ายให้ครอบครัวละ 4 ถังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งนี้ ชาวบ้านบนเกาะต่างๆ นำภาชนะใส่น้ำมารอรับน้ำริมท่าเรือ

ทางด้านชาวบ้านบอกว่าเกาะปูยูมีสระน้ำที่ปกติแล้วสามารถใช้ได้ตลอดฤดูแล้งของทุกๆ ปี แต่ปีนี้แล้งยาวนานมาก ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. 58 จนขณะนี้ร่วม 5 เดือนแล้วที่ฝนไม่ตก ทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติที่มีอยู่แห้งหมด โดยขณะนี้ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะตก

อย่างไรก็ตาม ทาง อ.เมืองสตูล กับ อบต.ปูยู ได้เร่งแจกน้ำเพื่อนำไปช่วยเหลือวันละ 30,000 ลิตร แต่ก็ยังไม่เพียงพอและต้องขอสนับสนุนภาชนะบรรจุน้ำเนื่องจากแพลำเลียงสามารถบรรทุกน้ำได้ครั้งละ 200,000 ลิตร

ที่มา>>>Thairath