ระทึก! ไฟสายไฟฟ้าหน้าตลาดหนองบัว ชาวบ้านวิ่งหนีอลหม่าน

เมื่อเวลา 10.37 น. วันที่ 26 ก.ย. เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ที่บริเวณสี่แยกตลาดหนองบัว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำรถดับเพลิงของเทศบาลนครอุบลราชธานี จำนวน 2 คัน เข้าตรวจสอบพบเพลิงไฟกำลังลุกไหม้สายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่ระโยงระยางไปมาบนบริเวณเสาไฟฟ้า ที่สี่แยกไฟแดงฝั่งตลาดหนองบัว14433092_1074181339371836_9086846383150432100_n-1จุดที่ไฟไหม้สูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร และยังอยู่เหนือตู้ยามของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรแค่ 1.50 เมตรเท่านั้น พนักงานที่ร้านจำหน่ายแว่นตาแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุแค่ 5 เมตร และผู้ใช้รถที่กำลังสัญจรไปมาต่างแตกตื่นวิ่งหนีกันอลม่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองอุบลราชธานีได้ปิดเส้นทางจราจร 1 เลน และกันรถออกห่างจากจุดไฟไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลา 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ14469547_1074181409371829_4081778758429129077_nด้านเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอุบลราชธานี ได้เข้าตรวจสอบพบว่าจุดที่เกิดไฟฟ้าลัดลงจร เนื่องจากจุดดังกล่าวมีสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลจำนวนมากพันกันอยู่ ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากสายไฟบางเส้นมีสภาพที่เก่าและเกิดการชำรุดจึงเกิดไฟฟ้าลัดวงจรนขึ้นมา14441034_1089912744455197_1574900691711070863_nจากการสอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมาได้เห็นว่าจุดดังกล่าวเกิดไฟฟ้าช็อร์ต มีตะกอนสีขาวหล่นลงมา และก็หายไปจึงไม่ได้สนใจอะไร แต่จุดนี้ถือว่ามีความเสี่ยงเนื่องจากมีสายไฟต่างๆจำนวนมากพันกันไม่เป็นระเบียบ

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟไหม้ผับดังปิดปรับปรุง สลด! ผู้เคราะห์ร้ายสำลักควันไฟตาย 1 เจ็บ 8 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงกำลังก่อสร้างย่านฝั่งธนฯ ควันไฟพวยพุ่งกระจายเต็มพื้นที่ เป็นเหตุให้ผู้มาใช้บริการฟิตเนส ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 2 ของสถานบันเทิงดังกล่าว สำลักควันไฟ เสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 8 รายบาดเจ็บนำตัวส่ง รพ.

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ร.ต.อ.ประยูร วิทยา รอง สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้สถานที่ก่อสร้างสถานบันเทิงตะวันแดงสาดแสงเดือน สาขาสุขสวัสดิ์ เลขที่ 360/14 หมู่ 7 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม. ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน รถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลลัดหลวง 10 คัน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดกันกับโรงภาพยนตร์เมเจอร์ฮอลลีวูด สาขาสุขสวัสดิ์ ชั้นล่างด้านหน้าแบ่งโซนเปิดเป็นร้านกาแฟ และร้านอาหาร เจ้าหน้าที่พบกลุ่มควันและแสงเพลิงพวยพุ่งออกจากโซนชั้นล่างด้านในซึ่งเป็นสถานที่กำลังก่อสร้างสถานบันเทิงชื่อตะวันแดงสาดแสงเดือน จึงช่วยกันวางหัวฉีดน้ำใช้เวลาควบคุมนาน 1 ชั่วโมง กว่าเพลิงจะสงบ สำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งหมดประมาณ 500 ตารางเมตร ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลุ่มควันลอยสูงเห็นชัดแต่ไกล

ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดกันกับโรงภาพยนตร์เมเจอร์ฮอลลีวูด สาขาสุขสวัสดิ์

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟจำนวนหลายรายทั้งหมดเป็นลูกค้าที่เดินทางมาใช้บริการฟิตเนส ชื่อพีจี ฟิตเนส เฮลตี้ แอนด์ รีแล็กซ์ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่ 2 เหนือจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ เบื้องต้นนำส่ง รพ.บางปะกอก 1 จำนวน 4 ราย เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน นำส่ง รพ.บางปะกอก 3 อีก 1 ราย เป็นชายอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดนั้นสวมใส่ชุดออกกำลังกายจึงยังไม่สามารถระบุชื่อและที่อยู่ของแต่ละรายได้ เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปสอบปากคำผู้รอดชีวิตที่โรงพยาบาลอย่างละเอียดอีกครั้งจนท.ดับเพลิงถือสายยางเข้าฉีดดับไฟในอาคาร

จนท.เร่งควบคุมเพลิง

ด้าน ร.ต.อ.ประยูร กล่าวว่า พื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวในอดีตเคยเปิดเป็นสถานบันเทิงชื่อโอโซน แต่ระยะหลังปิดให้บริการและมีผู้บริหารของตะวันแดงสาดแสงเดือน มาเทกโอเวอร์ จึงทำการปรับปรุงภายในทั้งหมดและเตรียมเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากสิ่งใด และมีผู้ปฏิบัติงานภายในพื้นที่ขณะเกิดเหตุหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐาน

“อย่างไรก็ตามจะเร่งประสานผู้ควบคุมการก่อสร้าง เจ้าของอาคาร และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าให้ปากคำเพื่อแจ้งข้อหาและรับผิดชอบชดเชยความเสียหายให้ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บต่อไป” ร.ต.อ.ประยูร กล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตเพศชายที่เป็นลูกค้าฟิตเนส ซึ่งถูกนำส่ง รพ.บางปะกอก 3 แล้วคือ นายวุฒิชัย ตูมชาติ อายุ 34 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ถูกนำส่ง รพ.บางปะกอก 1 จำนวน 4 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ชื่อ นายเกียรติศักดิ์ แสนจิตตธัม อายุ 34 ปี เป็นลูกค้าที่มาฟิตเนสเช่นกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอยู่ห้องไอซียู 1 ราย ชื่อ น.ส.นุชจรี แม้นทอง อายุ 29 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการของฟิตเนส สำหรับลูกค้าชายอีก 2 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะมอบศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ให้นิติเวช รพ.ศิริราช ดำเนินการผ่าชันสูตรต่อ.

ที่มา>>>Thairath

ไฟไหม้บ้านไม้กลางชุมชนคลอง4 เฒ่าเจ้าของซดยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย

เกิดเพลิงไหม้บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้กลางชุมชนคลองสี่ วอดทั้งหลัง ลามบ้าน 3 ทิศเสียหายเล็กน้อย พบ เฒ่าเจ้าของบ้านซดยาฆ่าแมลง คาดหวังฆ่าตัวตายหลังวางเพลิง ด้านเพื่อนบ้านรีบพาส่ง รพ.ช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 18 พ.ค. 59 พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในการเคหะคลองสี่ บ้านเลขที่ 24/198 หมู่ที่ 2 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานงานรถดับเพลิง อบต.คลองสี่ และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 5 คัน รุดไประงับเหตุพร้อม นางประเทือง วงษ์แจ้ง นายก อบต.คลองสี่

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเรือนประชาชนปลูกติดกันอย่างแออัด ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ของบ้านหลังดังกล่าวที่อยู่กลางชุมชน และโหมไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งฉีดน้ำเพื่อสกัดไม่ให้ลุกลามบ้านเรือนที่อยู่ติดกันจำนวนมาก แต่เพลิงกลับลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะเป็นไม้เก่า จนบ้านต้นเพลิงเสียหายทั้งหลัง ส่วนบ้านติดกันทั้ง 3 ด้าน เสียหายเล็กน้อย หน้าบ้านพบ นายถวิล ไม้คำ อายุ 77 ปี นอนแทบไม่ได้สติ ข้างกันพบขวดยาฆ่าแมลงวางอยู่ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เร่งนำส่งรพ.ธัญบุรี อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เพลิงจึงสงบเพลิงไหม้บ้านไม้ของผู้เฒ่า วอด ต.คลอง4 อ.คลองหลวง ปทุมธานี หลังเจ้าของกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตาย แต่ชาวบ้านช่วยไว้ได้ทัน

สอบสวนเบื้องต้น นายสิทธิโชค สามปลื้ม อายุ 47 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 เปิดเผยว่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นชั้นที่ 2 ชาวบ้านพยายามช่วยกันดับแต่ไม่สามารถดับได้ จึงเร่งประสานดับเพลิงก่อนจะมาพบเจ้าของบ้านกินยาฆ่าแมลงอยู่หน้าบ้าน จึงรีบพาส่ง รพ.

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ คาดว่าเจ้าของเป็นคนเผาเอง จากนั้นกินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย แต่ชาวบ้านมาช่วยเหลือ และนำส่ง รพ. เบื้องต้น ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่เจ้าของบ้านลงมือกระทำดังกล่าว ต้องรอสอบสวนเจ้าของบ้านและญาติอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ ศพฐ.เขต 1 เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ตร.สุพรรณฯ ทำลายระเบิดปิงปองเจอในคลอง กว่า 2 หมื่นลูก ใกล้บ้านพลุบึม

เจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้ทำลายระเบิดปิงปอง กว่า 2 หมื่นลูก ที่พบภายในคลอง ที่ อ.อู่ทอง ห่างจากจุดบ้านทำพลุระเบิด 500 เมตร คาดเป็นของชาวบ้านที่ไปรับมาประกอบ แต่กลัวความผิด เนื่องจาก จนท.กวาดล้างหนัก…

จากกรณีเมื่อตอนค่ำ วันที่ 5 พ.ค. ที่โรงงานผลิตพลุและระเบิดปิงปอง ที่ชาวนาเอาไปใช้ในการจุดไล่นก ไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้คนงานชาวเมียนมาทั้งชายและหญิงที่กำลังช่วยกันประกอบพลุและระเบิดปิงปองเสียชีวิตทั้งหมดรวม 6 ศพ จากนั้นตำรวจและทหารได้สนธิกำลังกันออกตรวจค้นบ้านที่อยู่ตรงข้ามกับจุดเกิดเหตุ พบลูกระเบิดปิงปอง พลุและวัสดุที่ใช้ในการประกอบระเบิดทั้งที่ผลิตเสร็จแล้ว และรอการผลิตจำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมเข้าของพลุและระเบิดปิงปองทั้งหมดมาสอบสวนและดำเนินคดี ฐานลักลอบผลิตพลุและระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดโรงงานผลิตพลุวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต (พลุระเบิดในบ้านที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดับสยอง 6 ศพ)

ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 9 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้รับแจ้งว่า ที่บริเวณกลางทุ่งนา ห่างจากที่เกิดเหตุพลุระเบิดประมาณ 800 เมตร มีคนนำเอาอุปกรณ์การประกอบระเบิดปิงปองและพลุจำนวนมาก พร้อมปุ๋ยยูเรียประมาณ 5 กก. ดินปืน ฝักแคร์ชนวนอีกจำนวนหนึ่ง มาทิ้งไว้ จึงได้ไปทำการเก็บกู้ ต่อมาเมื่อตอนสายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ไพฑูรย์ อยู่พะเนียด ผกก.สภ.อู่ทอง ก็ได้รับแจ้งจากนายประสิทธิ์ ไล้สุวรรณชาติ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง ว่าได้พบกระสอบปุ๋ยสีฟ้า 4 กระสอบ สงสัยว่าภายในกระสอบปุ๋ยมีของบรรจุอยู่ คาดว่าเป็นวัตถุระเบิด โดยกระสอบปุ๋ยดังกล่าวถูกทิ้งไว้ที่บริเวณริมคลอง อ.อู่ทอง-มะขามเฒ่า ห่างจากจุดที่เกิดเหตุพลุระเบิดประมาณ 500 เมตรหลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ไพฑูรย์ อยู่เพนียด พร้อมด้วยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจากกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุพรรณบุรี หน่วยกู้ภัย ปภ.สุพรรณบุรี และรถดับเพลิงจาก อบต.พลับพลาไชย 2 คันเดินทางไปตรวจสอบ จากการตรวจสอบในกระสอบปุ๋ยทั้ง 4 ใบ พบระเบิดปิงปองขนาดเท่าผลมะนาวที่พร้อมใช้งาน บรรจุอยู่กระสอบละประมาณ 5,000 ลูก รวมกว่า 20,000 ลูก จึงได้กันบรรดาไทยมุงออก และใช้รถดับเพลิงทำการฉีดน้ำให้เปียก เพื่อทำลายในเบื้องต้น จากนั้นจึงได้นำระเบิดปิงปองที่ตรวจพบทั้งหมดมาทำการทำลายดัวยการมัดปากกระสอบ และแช่ไว้ในถังน้ำขนาดใหญ่ประมาณ 1 ชม. ก่อนนำมาช่วยกันแกะทำลายทิ้งด้าน นายประสิทธิ์ ไล้สุวรรณชาติ เผยว่า ในท้องที่ของตนไม่มีชาวบ้านไปรับงานจากนายทุนมาผลิตที่บ้าน ส่วนจุดที่เกิดระเบิดก็มาจากคนที่อื่นมาเช่า และลักลอบผลิต รวมทั้งที่มีการตรวจพบอย่างต่อเนื่องช่วงนี้ เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก ทำให้กลุ่มผู้รับจ้างผลิตระเบิดปิงปองในพื้นที่ใกล้เคียงกลัวความผิด ฐานผลิตพลุ และระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และกลัวเกิดอุบัติเหตุจากการระเบิดจากอากาศที่ร้อนระอุ จึงได้แอบนำมาทิ้งเพื่อหลบเลี่ยงความผิด และคาดว่าน่าจะมีทยอยนำมาทิ้งกันอีกอย่างมากแน่นอน ในส่วนของตนได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านไปแล้วว่า อย่าเห็นแก่รายได้เล็กๆน้อยๆ ไปรับมาผลิตที่บ้านอย่างเด็ดขาด หากเกิดเหตุแล้วมันไม่คุ้มกันขณะที่ ด.ต.ธีรพงษ์ โสตถิกพันธุ์ หัวหน้าชุดหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด กก.สส.จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ตนขอเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ที่รับวัตถุประกอบระเบิดปิงปองไปบรรจุที่บ้าน ที่เกรงกลัวความผิดให้แจ้งไปยังผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. ให้แจ้งต่อมาทางหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ตนจะไปนำเอามาทำลายให้ หรือหากกลัวถูกจับกุมก็ให้นำออกมาทิ้งไว้ในพื้นที่โล่งแจ้งห่างไกลชุมชนเพื่อความปลอดภัย แล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ไปเก็บกู้ แต่ควรระวังในช่วงขนย้าย เนื่องจากอาจจะเกิดการเสียดสี ทำให้ระเบิดได้ แต่ดีที่สุดควรจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปรับที่บ้านจะปลอดภัยที่สุด.

ที่มา>>>Thairath