ญี่ปุ่นระทึกเหตุยิง ลูกเจ้าของบริษัทฆ่าคนงาน หนีตำรวจวุ่น 18 ช.ม.

วันที่ 31 ส.ค. สำนักข่าวอาซาฮีของญี่ปุ่นรายงานคดีอาชญากรรมระทึกจากการใช้ปืนที่แทบไม่ปรากฏในญี่ปุ่น เมื่อตำรวจต้องเจรจากล่อมนายยาสุฮิเดะ มิโซบาตะ อายุ 45 ปี ผู้ต้องสงสัยยิงลูกจ้างที่เป็นคนงานก่อสร้างเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 3 คน นานเกือบ 18 ชั่วโมง ที่เมืองวากายามะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 450 ก.ม.

ผู้ต้องสงสัยเป็นลูกเจ้าของบริษัทก่อสร้างวาได โกเงียว หลบหนีการติดตามตัวของตำรวจไปอยู่ในอาคารพักอาศัย จนต้องอพยพคนวุ่นวาย ชายคนนี้ยังยิงท้องของตนเองก่อนถูกตำรวจรวบตัวได้ในที่สุด นายมิโซบาตะก่อเหตุฆ่าและทำร้ายลูกจ้างของตนเองที่สำนักงานของบริษัท เมื่อวันที่ 29 ส.ค. จากนั้นหลบหนีไป จนกระทั่ง เวลา 9.10 วันที่ 30 ส.ค. อดีตลูกจ้างบริษัทแจ้งตำรวจหลังเห็นนายมิโซบาตะขี่จักรยานใกล้สำนักงานบริษัท ตำรวจจึงนำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุและตามไล่จับ แต่นายมิโซบิตะยิงตอบโต้ตำรวจ 4 นัดเข้าที่รถตรวจการ จนเศษกระจกรถแตกกระจาย จากนั้นคลาดสายตาจากเจ้าหน้าที่ไปอีก จนกระทั่งต่อมาช่วงบ่ายได้รับรายงานว่าหนีเข้าไปยังอาคารที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปและอพยพผู้อยู่อาศัยในอาคารออกมา พร้อมพยายามเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวจนถึงช่วงดึกของวันที่ 31 ส.ค. ระหว่างสถานการณ์ตึงเครียด นายมิโซบาตะจึงยิงตัวเองที่ท้อง เมื่อตำรวจได้ยินเสียงปืนจึงบุกเข้าไปทันที จากนั้นมีเจ้าหน้าที่แบกผู้ต้องสงสัยขึ้นรถพยาบาลไป

จากการสืบประวัติพบว่านายมิโซบาตะมีกำหนดต้องไปเข้าคุกในวันที่ 26 ส.ค.ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มคลั่งจะโดดตึกชั้น4 ตร.กล่อมนับช.ม.ไร้ผล-ก่อนบอกจะให้500 สุดท้ายยอมลงมาง่ายๆ

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 18 มิ.ย. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งว่าบนดาดฟ้าอาคารสูง 4 ชั้น เลขที่ 108/1 ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณสี่แยกตลาดเจ๊กเปียะ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน มีชายไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงยีนขายาวสีดำ พูดจาวกวน ได้ปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าของอาคารและทำท่าเหมือนจะกระโดดลงมา จึงได้ประสานไปยังร.ต.อ.อนุชาติ เสมสะอาด รองสว.ป.สภ.หัวหิน หัวหน้าชุดสายตรวจและประสานขอรถพยาบาลของมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน ให้มายังที่เกิดเหตุด้วย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลาประมาณตี 4 ชายคนดังกล่าวได้เข้าไปรื้อค้นของในร้านสะดวกซื้อหน้าโรงแรมหัวหินแกรนด์ จากนั้นตำรวจ สภ.หัวหิน ได้ควบคุมตัวมาสงบสติอารมณ์ที่สภ.หัวหิน โดยที่ไม่มีการเอาเรื่องหรือดำเนินคดีและให้กินข้าวกับน้ำดื่ม จนดูว่าจะปกติแล้วเจ้าหน้าที่จึงได้ตักเตือนก่อนปล่อยตัวไปเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น.ที่ผ่านมา กระทั่งชาวบ้านแจ้งว่าพบคนจะกระโดดตึกหลังมาตรวจสอบพบว่าเป็นชายคนเดียวกัน ซึ่งชายคนดังกล่าวได้เดินบนดาดฟ้าวนไปวนมา มีทีท่าว่าจะกระโดดตึก ทำเอาประชาชนที่มามุงดูหวาดเสียวไปตามๆกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมนานอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่เป็นผล ชายคนดังกล่าวพูดแต่เพียงว่า อย่าจับผมและพยายามบอกให้ตำรวจออกไปจากที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 08.00 น. ตำรวจสายตรวจและชุดเจรจาต้องถอดเครื่องแบบออกและยืนปะปนกับชาวบ้าน เพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัย รวมถึงประชาชนต่างกะโกนให้ชายคนดังกล่าว ลงมาแต่โดยดี รวมถึงพยายามบีบให้เดินไปอยู่ในมุมที่สามารถรวบตัวได้ง่าย แต่ก็ยังไม่เป็นผล ชายคนดังกล่าวไม่ยอมลงและไม่บอกว่าตัวเองต้องการอะไร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกอุบายว่าจะให้เงิน 500 บาท ถ้ายอมลงมา ซึ่งก็พบว่าชายคนดังกล่าวตอบรับและค่อยๆปีนลงมาที่บริเวณซอกตึก โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะง่ายเพียงนี้ แต่หลังจากที่ชายคนดังกล่าวได้ลงมาถึงพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัว แต่ก็ไม่ยอมให้จับตัวกลับขอเดินไปเอง ไม่ยอมขึ้นรถ โดยได้เดินเข้าไปนั่งในร้านอาหารที่ยังไม่ได้เปิดขาย พร้อมกับบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนถูกจับแล้วจะตายแล้ว ขอกินของอร่อยๆสักมื้อ ให้ตำรวจสั่งมาให้กินหน่อย ซึ่งพูดจาวนๆ แบบนี้อยู่หลายรอบ จนเจ้าหน้าที่บอกว่าร้านนี้ยังไม่เปิด ให้ขึ้นรถไปกินอีกร้านแทน สุดท้ายจึงยอมเดินไปขึ้นรถแต่โดยดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปยังสภ.หัวหิน เพื่อสงบสติอารมณ์อีกครั้ง ท่ามกลางความโล่งใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่รอลุ้นเหตุการณ์อยู่ในที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ได้ตรวจสอบหลักฐานเอกสารภายในตัวชายคนดังกล่าวแต่ไม่บอกเอกสารใดๆที่ระบุชื่อที่อยู่ หรือภูมิลำเนาได้ คงต้องรอให้มีอาการดีขึ้นและถามตอบรู้เรื่องก่อน จึงจะสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อติดต่อญาติมารับตัวกลับไปได้

ที่มา>>>ข่าวสด

ก๊าซแอมโมเนียรั่วฟุ้งกระจายเต็มเรือ ไต้ก๋งสูดดมน้ำลายฟูมปาก หามส่งรพ.ช่วยชีวิต

 เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 14 พ.ค. ศูนย์กู้ชีพ-กู้ภัย มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดเหตุสารแอมโมเนียรั่วภายในเรือประมงทูน่าต่างชาติ ที่จอดเทียบท่าบริเวณองค์การสะพานปลาภูเก็ต ต.รัษฎา อ.เมือง มีผู้บาดเจ็บสาหัส จึงนำรถพยาบาลรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถพยาบาล รพ.อบจ.ภูเก็ต ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุร่วมให้การช่วยเหลือ เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าวเป็นท่าเทียบเรือประมง พบเรือประมงจอดเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก จากนั้นลูกเรือประมงพาเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปยังเรือประมงทูน่าไม่มีชื่อ สัญชาติอินโดนีเซีย ที่จอดเทียบท่าอยู่ โดยบริเวณรอบๆ ได้กลิ่นแอมโมเนียหรือน้ำยาแอร์ฟุ้งกระจายไปทั่ว ภายในเรือมีไตก๋งชาวจีน ทราบชื่อภายหลังคือ นายกัว ยู เชน อายุ 63 ปี สัญชาติจีน นอนน้ำลายฟูมปากอยู่ หน่วยกู้ภัยรีบลำเลียงขึ้นจากเรือ เพื่อส่งรพ.อบจ.ภูเก็ต เบื้องต้นไม่รู้สึกตัวสอบถามลูกเรือทูน่าลำดังกล่าว ทราบว่า เรือเข้าจอดเทียบท่าบริเวณดังกล่าวเมื่อหลายวันก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมสัมภาระต่างๆ ก่อนที่จะออกเดินทางใหม่ในสายวันที่ 14 พ.ค. ก่อนเกิดเหตุนายกัวได้เตรียมความพร้อมของเรืออยู่ภายใน โดยอัดสารแอมโมเนียหรือน้ำยาทำความเย็นลงในช่องทำความเย็นของเรือ แต่อาจเกิดรั่วไหลทำให้นายกัว สำลักจนน้ำลายฟูมปาก เหมือนรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายบางอย่างและต้องส่ง รพ.ในที่สุด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก๊าซแอมโมเนียเป็นสารอันตราย นิยมใช้ในโรงงานทำน้ำแข็ง และโรงงานห้องเย็นมักนิยมใช้ แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็นในระบบทำความเย็น เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับสารทำความเย็นประเภทคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) และประการสำคัญคือไม่ทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศ แต่แอมโมเนียมีสมบัติความเป็นพิษในตัวเอง การนำมาใช้ประโยชน์จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดการรั่วไหล อาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณที่มีการใช้แอมโมเนีย และบริเวณใกล้เคียงได้รับอันตราย จนถึงขั้นเสียชีวิตได้
ไอระเหยของแอมโมเนีย ทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดแผลไหม้ อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจทำให้มีเสมหะ เกิดอาการหายใจสั้นๆ เจ็บหน้าอก ชัก หมดสติ และอาจทำให้เสียชีวิต หากหายใจเอาสารนี้เข้าไป หากสัมผัสแอมโมเนียจะทำให้ผิวหนังและตาไหม้ และสูญเสียการมองเห็น และถ้าสัมผัสกับแอมโมเนียในสภาพของเหลวจะทำให้เกิดแผลไหม้ เนื่องจากความเย็นจัด (Cold Burn)

ที่มา>>>ข่าวสด