“เจ๊สา”นางฟ้าคาราโอเกะโพสต์ยอมรับร้านเคยถูกจับจริง แต่ไม่ได้ค่าประเวณี

จากกรณีที่พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต หรือสารวัตรกาโต้ สว.กก.1.บก.สส.ภ.2 พร้อมพวก 6 คน บุกจับร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ในซอย 9 ไร่ ย่านพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แล้วถูก น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 36 ปี แจ้งความดำเนินคดี 3 ข้อหาหนัก ต่อมามีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.59 ที่ผ่านมา ร้านนางฟ้าคาราโอเกะแห่งนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จับกุมในข้อหานำเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณีโดยผิดกฎหมายและค้ามนุษย์ และเมื่อปี 2557 ยังเคยถูกตำรวจเมืองพัทยาจับกุมในข้อหาเดียวกัน ตามที่รายงานไปแล้วนั้น  ล่าสุดเวลา 05.30 น. วันที่ 23 ก.ค. น.ส.ปะระนิสา หรือเดียร์ ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 36 ปี หรือคนที่รู้จักเรียกกันว่า “เจ๊สา” ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค โดยเช็คอินที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อหาใจความสำคัญระบุว่า ตัวเองขอแถลงข่าวกรณีที่สื่อหลายสำนักนำเสนอข่าวว่าร้านถูกตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จับกุมในข้อหานำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณีและค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.59 ที่ผ่านมานั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ยอมรับว่าเคยถูกตำรวจจับกุมจริง โดยในช่วงเวลานั้นที่ร้านมีน.ส.สมหมาย จงธนสกุล อายุ 49 ปี เป็นผู้ดูแล ส่วนที่มาที่ไปคือก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมได้มี น.ส.แพร (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) เดินทางมาสมัครเป็นพนักงานต้อนรับ หรือพีอาร์ ทำหน้าที่คอยต้อนรับและนั่งดื่มกับลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยนำสำเนาบัตรประชาชนระบุว่าอายุ 19 ปีมาทำการสมัคร หลังจากทำงานได้ระยะหนึ่งได้มีชายหนุ่มมาติดพัน น.ส.แพร หลังจากร้านปิดก็มักจะพากันออกไปเที่ยวต่อโดยทางร้านไม่ทราบว่าไปที่ไหน หรือไปทำอะไรกัน กระทั่งวันที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 เข้าจับกุม น.ส.แพร ได้ติดต่อไปหาชายคนดังกล่าวโดยอ้างว่าเอาโทรศัพท์ไปจำนำไว้ในราคา 500 บาท ขอให้เดินทางมาพบที่ร้านและช่วยไถ่โทรศัพท์คืนให้ด้วย โดยเสนอตัวพลีร่างเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน ต่อมาน.ส.แพรขอออกไปกินข้าวกับลูกค้าชาย แต่ตามกฎของร้านหากพนักงานออกจากร้านก่อนเวลาก็จะถือว่าขาดงาน และหักเงินวันละ 400 บาท น.ส.แพร จึงไปขอเงินกับหนุ่มคู่ขาเพื่อมาจ่ายให้กับนางสมหมาย คนดูแลร้าน เพื่อจะได้ไม่ต้องหักเงินเดือน

หลังจากทั้งคู่ออกไปไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จึงบุกเข้าจับกุมตัวนางสมหมาย ในข้อหาเป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณี และข้อหาค้ามนุษย์ ก่อนส่งตัวให้ ร.ต.อ.จักรกฤษ จันตาคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนยอมรับว่าได้เดินทางไปที่สภ.เมืองพัทยาจริง แต่ไปเพื่อประกันตัวนางสมหมาย ไม่ได้ไปขอเคลียร์คดี เนื่องจากร้านนี้เป็นของน้าแท้ๆของตน ส่วนน.ส.แพรเองก็ไม่ได้ให้การซัดทอดมาถึงร้าน และเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล

ตามข่าวที่บอกว่าสายตรวจมาตรวจและว่ากล่าวตักเตือนนางสมหมาย เรื่องมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานอยู่ในร้าน รวมถึงเรื่องที่ร้านเคยถูกตำรวจจับเมื่อปี 2557 ตนยืนยันว่าไม่ใช่เป็นความจริงแต่อย่างใด ร้านแห่งนี้เคยถูกจับเพียงครั้งเดียว หากดูสำนวนและคำให้การของน.ส.แพรแล้ว ถือว่าไม่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ แต่ติดที่ตรงว่าน.ส.แพรอายุไม่ถึง 18 ปี และมีเงินค่าขาดงาน 400 บาทมาเกี่ยวด้วย เลยทำให้มีช่องทางในการตั้งข้อกล่าวหา

ส่วนกรณี น.ส.แพร ที่มาสมัครงานตอนแรกนั้น ถือว่าเป็นความผิดพลาดโดยไม่เจตนาของนางสมหมาย ที่ไม่ได้ตรวจดูสำเนาบัตรประชาชนของ น.ส.แพร จนมาทราบภายหลังว่าบุคคลในบัตรไม่ใช่ตัวน.ส.แพร แต่หน้าตาคล้ายกันมากๆ สุดท้ายตนอยากขอความเห็นใจจากพี่ๆ น้องๆ นักข่าวด้วย เพราะพอข่าวนี้ถูกนำเสนอออกไปทำให้กระทบถึงภาพลักษณ์ของร้านเป็นอย่างมาก”น.ส.ปะระนิสากล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เช็คสเตตัสในเฟซบุ๊คของ น.ส.ปะระนิสา พบว่าเจ้าตัวได้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 ก.ค.) พร้อมกับมีข้อความระบุว่าเหนื่อยกับข่าว เลยบินไปท่องเที่ยวพักผ่อนสมองและทำบุญที่เชียงใหม่ประมาณ 1 สัปดาห์

ด้าน พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เผยว่า ขณะนี้ทาง พ.ต.ท.นราวุธ กับพวก ยังไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัด หลังจากนี้จะได้ทำบันทึกข้อความด่วนที่สุด ส่งไปถึง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เพื่อส่งผ่านไปยัง พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 ให้ส่งตัวตำรวจในปกครองมารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนภายในวันพุธที่ 27 ก.ค.นี้ และหากยังไม่มาอีกก็จะทำการออกหมายจับต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด