กวาดให้เรียบ! บุกทลายร้านแต่งรถซิ่งคลองหนึ่ง ยึดจยย.ได้อื้อ คาดถูกโจรกรรมมา

วันที่ 9 ก.พ. พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส. ร.ท.ณรงค์ สลับศรี หัวหน้าชุดลาดตระเวน ปตอ.พัน2 ร.ต.แมนธีระพันธุ์ จีนนางรอง เจ้าหน้าที่ทหาร ปตอ.พัน 2 กำลังชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร อส.คลองหลวง ร่วมกันเข้าตรวจค้นร้านซ่อมรถจยย. ชื่อ ช.เซ๊ะม.กรุงเทพอยากสัมผัสเดี๋ยวจัดให้ ตั้งอยู่เลขที่12/3 หมู่ 5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่ามีการนำรถจยย.ที่ผิดกฎหมายมาทำการดัดแปลงแต่งซิ่ง

จากการตรวจค้นภายในร้านซึ่งเป็นโกดังชั้นเดียวพื้นที่ประมาณ 50 ตร.ว. ภายในพบรถจยย.จอดอยู่จำนวนมาก รวมทั้งซากรถจยย. โครงรถจยย.ซึ่งไม่มีเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงได้ตรวจยึดรถจยย.โครงรถจยย.อะไหล่รถจยย. เหล็กปีกเครื่องบินที่ใช้ในการโจรกรรมรถจยย.รวมแล้วกว่า 100 รายการ พร้อมควบคุมตัวนายกัมปนาท ขำธานี อายุ 31 ปี เจ้าของไปทำการสอบสวน

 พ.ต.ท.นิมิตร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าร้านรับซ่อมจยย.ร้านนี้มีการนำรถที่ผิดกฎหมายมาทำการดัดแปลง และมีวัยรุ่นเข้าออกเป็นจำนวนมาก จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ในการเข้าตรวจค้นก็พบรถจยย.ที่เลขที่แผงคอหน้าถูกเจียรตัวเลขออก รูกุญแจถูกทำลาย พร้อมถังรถจยย.ที่ไม่มีเอกสารครอบครองจำนวนมาก จึงตรวจยึดของกลางกว่า 100 รายการ เพื่อไปตรวจสอบที่สภ.คลองหลวง เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบรถจยย.ทั้งหมดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

 

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่ทันลืมตาดูโลก! ทารกแรกคลอดถูกจับยัดถุงพลาสติก หิ้วทิ้งริมคันนา!!

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. พ.ต.ท.ศิริชัย พรหมอารักษ์ สว.(สอบสวน) สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม รับแจ้งพบศพเด็กทารกถูกทิ้งในทุ่งนาพื้นที่รอยต่อระหว่าง บ้านแก่งโพธิ์ กับ บ้านต้อง ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงประสานแพทย์เวร ร.พ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ร่วมรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยนาวาธาตุพนมที่เกิดเหตุบริเวณริมคันนาของนายสมคิด มงคล อายุ 60 ปี พบถุงหิ้วพลาสติกใส ภายในมีศพทารกแรกคลอดเพศชาย ที่สะอืดยังมีสายรกติดอยู่ สภาพลำตัวเขียวคล้ำ มือหงิกเกร็งตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยถูกทำร้าย แพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง

จากการสอบสวนนายสมคิด ให้การว่าขณะออกมาเตรียมทำนาปรัง พบถุงหิ้วพลาสติกใสห่อหุ้มสองชั้นเลยใช้ไม้เขี่ยแล้วเพ่งมองดูใกล้ๆ ก็ต้องถึงกับผงะ เพราะพบว่าภายในถุงมีศพทารก จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบพ.ต.ท.ศิริชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเด็กทารกเพศชายที่ถูกนำมาทิ้ง ยังไม่มีกลิ่นเหม็นแต่อย่างใดคาดว่าเพิ่งถูกนำมาทิ้งได้ไม่ถึง 1-2 ชั่วโมง ซึ่งจะได้สอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียงว่ามีหญิงตั้งครรภ์ หรือมีวัยรุ่นหญิงตั้งท้องหรือไม่ โดยจะนำทารกแรกเกิดเพศชายรายนี้ ส่งผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการตายว่าเด็กทารกยังมีชีวิตอยู่ก่อนนำมาทิ้ง หรือเสียชีวิตหลังถูกทิ้ง ก่อนเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.ออกหมายจับแล้ว 2 โจ๋สุดกร่างในคลิปทำร้าย 2 สามีภรรยา (คลิป)

จากคลิปวิดีโอวงจรปิดเหตุการณ์ 2 สามี-ภรรยา ถูก 2 วัยรุ่น ขี่รถจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รุมชกต่อยกลางถนน จนรถจยย.ของ 2 สามี-ภรรยาล้มลงกับพื้น แต่ 2 วัยรุ่นยังไม่หยุด กลับลงไปชกซ้ำอีกหลายหมัด ซึ่งทางภรรยาของผู้ที่ถูกทำร้าย พยายามห้ามปราม แต่กลับไม่เป็นผล แถมยังจะถูกทำร้ายด้วย จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ขี่รถออกไป แต่ผ่านไปไม่ถึง 1 นาที ชายวัยรุ่นทั้ง 2 คน ก็ขี่รถจยย.ย้อนกลับมาชกต่อยกับคู่กรณีซ้ำอีกครั้ง โดยเหตุเกิดขึ้นเย็นวันที่ 10 ต.ค.59 บริเวณถนนจันทน์ ย่านซอยเซนต์หลุยส์ โดยทางผู้เสียหายทั้ง 2 คน ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ยานนาวา

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันสองคัน ระหว่างสองวัยรุ่นกับสองสามีภรรยา หลังจากนั้นสองวัยรุ่นลงจากรถมาต่อยคู่กรณีและขับรถหนีไป เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ยานนาวา นั้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ต.ค. เบื้องต้นผู้เสียหายได้ร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ และขอศาลอนุมัติหมายจับตามภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อ ที่อยู่ ยืนยันไม่ว่าในการพิสูจน์ทราบไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากมีขั้นตอนพิสูจน์ทราบอยู่แล้ว

พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ชกต่อยขณะใช้รถใช้ถนนกันบ่อยครั้ง ผู้เสียหายสามารถแจ้งความดับตำรวจได้ อย่าทำร้ายร่างกายกัน เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ฝากขอบคุณประชาชนที่แชร์คลิป เพื่อที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เร็วขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!คนงานเจอทารกถูกทิ้งปล่อยนอนร้องตัวเปียกฝน หลังห้องน้ำแคมป์คนงานที่สามโคก

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ ฟักประไพ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาจากพลเมืองดีว่า พบเด็กทารกแรกเกิดถูกนำมาทิ้งหลังห้องน้ำ ภายในแคมป์คนงานก่อสร้าง บ้านไม่มีเลขที่ในซอยปทุมทอง 1 หมู่ที่ 1 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู201610080959186-20050222192603ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวด้านหลังห้องน้ำ พบมีคราบเลือดติดกับสังกะสี สอบถามทราบว่าที่แคมป์คนงานมีแต่หญิงสูงอายุประมาณ 3 คนเท่านั้น นอกนั้นเป็นผู้ชาย และไม่มีใครตั้งครรภ์ทั้งสิ้น บริเวณห้องน้ำดังกล่าว ห่างจากถนนเข้ามาประมาณ 200 เมตร คาดว่าแม่เด็กคงมาจากทางด้านหลัง และชาวบ้านพร้อมคนงานไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดเข้ามา2จากการสอบถามนายยู จันทรังษี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านข่า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม คนงาน กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตนกำลังจะเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องเด็กดัง ตอนแรกนึกว่าแมว ต่างพากันเดินหา ปรากฏว่าพบเด็กทารกเพศหญิงเพิ่งคลอด ถูกทิ้งที่ด้านหลังห้องน้ำหลังห้องที่ 2 โดยมีคราบเลือดติดที่สังกะสี และพบว่ามีเด็กทารกเพศหญิง แรกคลอดนอนเปียกฝนและยังร้องอยู่ ซึ่งคาดว่าคงถูกแม่มาคลอดในห้องน้ำแล้วโยนทิ้ง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ โดยจุดที่พบเด็กทารกนั้น ไม่ทราบว่าผู้เป็นแม่ได้มาเข้าห้องน้ำและนำเด็กเพิ่งคลอดออกมา และทิ้งข้างห้องน้ำดังกล่าว201610080959172-20050222192603ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบว่าภายในแคมป์ก่อสร้าง จะมีหญิงที่ตั้งท้องใกล้คลอด แต่อย่างใด และจากการสอบถามประชาชน ซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างในละแวกใกล้เคียง ก็ยังไม่พบว่าบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นแม่เด็ก คาดว่าอาจจะเป็นวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ในระหว่างที่ยังไม่พร้อม เลยมาแอบคลอดในห้องน้ำคนงาน แล้วโยนลูกทิ้งไว้ก่อนหลบหนีไป ซึ่งเด็กถูกนำส่งรพ.สามโคก มีน้ำหนัก 2,470 กรัม ร่างกายแข็งแรง และจะติดตามหาแม่ใจร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวสวยนั่งดริงก์วงแตก!! ลุยจับสถานบันเทิงดัง เจอทั้งฉี่ม่วง-ยาผิดกฎหมาย ผจก.หนีหมายจับ

นอภ.บางละมุง สั่งปลัดลุยจับสถานบันเทิงชื่อดังพัทยา จับนักเที่ยวฉี่ม่วง 16 ราย พร้อมรวบหนุ่มสาวพกยากล่อมประสาท นอกจากนี้ยังพบผู้จัดการ หนีหมายจับคดี ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เบื้องต้นร้านโดน 6 ข้อหาหนัก พร้อมสั่งปิดถาวร 5 ปี201609290927133-20041019161308เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 29 ก.ย. นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนว่าที่ร้านสิบแปดบวก สถานบันเทิงชื่อดัง ตั้งอยู่ถนนพัทยาสายสาม ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการลักลอบเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดและปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำกว่ากฎหมายเข้าใช้บริการอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงสั่งการให้ เรืออากาศโทภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันปราบปราม นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ สภ.เมืองพัทยากว่า 30 นาย ไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบว่าสถานบันเทิงดังกล่าวยังเปิดให้บริการอยู่ จากการเข้าตรวจสอบพบวัยรุ่นนักเที่ยวราตรีนั่งดื่มกินอยู่กันเป็นจำนวนมาก โดยมีสาวนั่งดริงก์หน้าตาดีกว่า 20 คน นั่งตามโต๊ะค่อยให้บริการเอาใจลูกค้าเพื่อคลายเหงา เจ้าหน้าที่จึงสั่งปิดเพลงพร้อมกับให้อยู่ในความสงบ ตรวจสอบพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 9 คน ไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน 10 คน มีสารเสพติดในร่างกายจำนวน 16 คน และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยาหัวเชื้อถูกทิ้งไว้ตามโต๊ะ โดยไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน201609290927136-20041019161308นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายพีรพัฒน์ ศิริมงคล อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ76/2559 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 ในฐานความผิด “ดูหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน” นายศุภเลิศ โมราวรรณ์ อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาอีรินมินไฟว์จำนวน 13 เม็ด และ น.ส.ศุศรุษา เตี๋ยสกุล อายุ 25 ปี พร้อมของกลางยาอีรินมินไฟว์จำนวน 14 เม็ด ซึ่งยาดังกล่าวผิดกฎหมาย จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ไม่มีการอนุมัติทะเบียนตำรับยาในประเทศ และถือเป็นยาจิตเวช ควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ไม่ควรให้กับคนอื่นรับประทาน โดยหากกินกับเหล้าอาจถึงตาย201609290927134-20041019161308เรืออากาศโทภรศิษฐ์ เผยว่า หลังจากได้รับคำสั่งจาก นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จึงลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง ปรากฏว่ามีการเปิดเกินเวลาปล่อยเยาวชนอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดเข้าใช้บริการ โดยมีแนวโน้มมั่วสุมยาเสพติด และยังทราบว่ามีผู้ต้องหาหนีหมายจับ “ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน” ไปทำงานเป็นผู้จัดการร้านอีกด้วย จึงวางแผนเข้าจับกุมไว้ได้ดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายเทียมศักดิ์ ทักษิณ อายุ 32 ปี นายวิริศพันธ์ ธนัทศิริเดชายศ อายุ 34 ปี นายพีรพัฒน์ ศิริมงคล อายุ 25 ปี ในฐานความผิด 6 ข้อหาหนัก อาทิ ร่วมกัน เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายสุราเกินเวลา ปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ ส่วนผู้ต้องหากระทำความผิดอื่นๆ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะได้ยื่นเรื่องเสนอ นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สั่งปิด 5 ปี สถานบริการดังกล่าว เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่ง ม.44 ของหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติอีกด้วย ทั้งนี้ จึงฝากเน้นย้ำไปยังผู้ประกอบการสถานบริการ หากสถานบริการแห่งใดยังฝ่าฝืนลักลอบกระทำความผิดก็จะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น201609290927138-20041019161308

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋วงแตก!ร้องลั่น กระสุนปริศนาพุ่งเจาะกะโหลกสาวทอมดับคาห้องเช่า

 เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 11 ส.ค. พ.ต.ต.โอภาส ไชยบุญ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ตรัง ว่าชาวบ้านแจ้งเข้ามาได้ยินเสียงปืนดัง บริเวณห้องเช่า ซอย 4 ถนนเวียนกะพังฯ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง หลังรับแจ้งจึงได้ประสานแจ้งให้สายตรวจ 191 เมืองตรัง 20,204 สายตรวจ สภ.เมืองตรัง เข้าตรวจสอบที่ห้องเช่าเลขที่ 18/31 ถนนเวียนกะพังฯ ซอย 4 ตามที่ได้รับแจ้ง พบกลุ่มวัยรุ่นกำลังส่งเสียงเอะอะอยู่ และพบมีคนโดนยิงในห้อง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบมี พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิการนนท์ ผกก.สภ.เมืองตรัง กำลัง ตร.ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตร.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.ตรัง แพทย์เวร รพ.ตรัง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบกลุ่มวัยรุ่นกำลังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบภายในห้องเช่า พบร่างของผู้หญิงนอนตะแคงจมกองเลือดอยู่บนพื้นบริเวณหน้าปากประตูห้องน้ำ ทราบชื่อ คือน.ส.จีระนันท์ หรือพลอย เฉี้ยนเงิน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/3 หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นสาวทอม บ้านอยู่ปากเมง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด เข้าบริเวณกกหูซ้ายกระสุนฝังในศีรษะ ตรวจหาหลักฐานบริเวณที่เกิดเหตุภายในบ้านเช่า ไม่พบอาวุธปืน มีเพียงขวดสุรา ยาเส้นใบจากตกกระจายเกลื่อน โทรศัพท์มือถือวางอยู่บ้านพื้นที่ 2 เครื่อง และพบน้ำแข็งถูกเททิ้งในห้องน้ำยังไม่ละลาย สอบถามพยานที่เกิดเหตุอยู่ในบ้านยังให้การวกวน เบื้องต้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ พวกตนกลับมาจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในตัวเมืองตรัง รวม 4 คน พร้อมกับผู้ตาย แล้วกลับมานั่งดื่มเหล้ากันต่อที่ห้องพัก ระหว่างที่นั่งดื่มกินกันได้ยินเสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับเห็นผู้ตายล้มฟุบลงขณะนั่งม้วนใบจาก พวกตนจึงตกใจ วงแตกหมอบลงกับพื้นที่ไปคนละทิศละทาง โดยพวกตนไม่เห็นคนร้าย ด้าน พ.ต.ต.โอภาส พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีกลุ่มวัยรุ่นอยู่ด้วยกัน 4 คน ปิดประตูห้องและไม่มีคนนอก และพยานยังให้การวกวน นอกจากนี้ บริเวณหลังบ้านเจอกากพืชกระท่อมที่ผ่านการต้มแล้วจำนวนมาก รวมทั้งกากใหม่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน คาดมีการเสพน้ำต้มพืชกระท่อมสูตร 4X100 ด้วย
ล่าสุดพยานอีกปากที่หายตัวไปหลังเกิดเหตุ ได้ติดตามตัวมาให้ปากคำแล้ว อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้จะไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซ้ำอีกรอบ

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดซาบซึ้ง! ลูกสาว 4 คนรับจ้างล้างรถ-ทำสวน เพื่อหาเงินจัดงานศพพ่อ (คลิป)

 เว็บไซต์ uknip และ บีบีซี รายงานว่า พี่น้องวัยรุ่นหญิงล้วน 4 คน วัย 18, 17, 15 และ 14 ปี ในเมืองเออร์ลีย์ เขตบาร์กเชอร์ ทางใต้ของอังกฤษ ออกไปทำงานล้างรถและทำสวน เพื่อหาเงินมาทำพิธีศพให้นายมาร์ก พ่อบังเกิดเกล้า หลังจากจบชีวิตลงด้วยโรคร้าย เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในพี่น้อง 4 คน เล่าว่า พ่อล้มทรุดลงในบ้านวันที่ 18 ก.ค. ครอบครัวจึงเรียกรถพยาบาลแล้วนำส่งโรงพยาบาลรอยัลบาร์กเชอร์ แพทย์วินิจฉัยว่า พ่อเป็นมะเร็งลำไส้ระยะลุกลามอย่างร้ายแรง มะเร็งตับระยะลุกลาม และโลหิตเป็นพิษ ครอบครัวและพ่อรู้สึกสะเทือนใจ ขณะที่แพทย์บอกว่า หมดหนทางรักษาพ่อได้แล้ว โดยพ่อนอนที่โรงพยาบาลและจะมีชีวิตอยู่ถึงพรุ่งนี้ นายมาร์กใช้เวลาอยู่กับลูกสาว 4 คน ภรรยา และลูกชายติดแม่อีกคน อยู่บนเตียงนอนคนไข้ ทุกคนในครอบครัวบอกว่า รักพ่อมากแค่ไหน แม้จะแทบไม่กล้าพูดออกมา แต่พ่อบอกว่า รักและภูมิใจในตัวเรา โดยภรรยาค้างคืนกับสามีที่โรงพยาบาล จนถึงเวลา 04.41 น. วันที่ 19 ก.ค. นายมาร์กหายใจเฮือกสุดท้ายและจากโลกนี้ไปอย่างสงบโดยปราศจากความทุรนทรายใดๆ

 เนื่องจากนายมาร์กจากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ค่าใช้จ่ายพิธีศพจึงเป็นปัญหาใหญ่ นายมาร์กสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และครอบครัวจะซาบซึ้งทุกการรับบริจาคอย่างยิ่ง ขณะที่ครอบครัวดิ้นรนเพื่อพ้นช่วงเวลาเลวร้ายนี้ โดยลูกสาว 4 คน ต้องการอย่างน้อย 2,500 ปอนด์สเตอร์ลิง (116,166 บาท) เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด

น.ส.ไบรโอนี ลูกสาวคนหนึ่งของนายมาร์ก กังวลว่าจะเกิดขึ้นอะไรขึ้นตามมาหากไม่ได้รับเงิน

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถสมทบทุนช่วยเหลือที่เว็บไซต์ www.gofundme.com/2gg66z8eโดยมียอดบริจาคแล้ว 9,305 ปอนด์สเตอร์ลิง (441,571 บาท)

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.ล่าโจ๋สะบ้าย้อยขี่จยย.ปาระเบิดปิงปองใส่คู่อริดับสยอง เจ็บอีก 3

 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. พ.ต.ท.วิจิตร ยกทรัพย์ รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.สะบ้าย้อย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมาตนรับแจ้งกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-6 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ประมาณ 5-6 คัน ก่อนใช้ระเบิดปิงปองขวางใส่กลุ่มวัยรุ่นคู่อริ บริเวณสะพานบ้านคลองน้ำใส หมู่ 5 ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ทำให้มีวัยรุ่นเสียชีวิตทันที 1 คน ชื่อนายเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ชาว จ.สงขลา ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณหน้าอกและลำคอ และมีผู้ได้บาดเจ็บอีก 3 ราย พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อย โดยที่เกิดเหตุบนสะพานพบเศษชิ้นส่วนวัตถุระเบิดปิงปอง และเส้นลวดตกอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อนอีก 3 คน กำลังยืนคุยกันบนสะพาน จากนั้นมีกลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ขับผ่านมาประมาณ 5-6 คัน แล้วใช้ระเบิดปิงปองขวางปาใส่กลุ่มผู้ตาย 3 ลูก แต่ระเบิดทำงานเพียง 1 ลูก ทำให้ผู้ตายและเพื่อนถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณหน้าอกและลำคอเสียชีวิต ส่วนเพื่อนได้รับบาดเจ็บจนพลเมืองดีช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุดผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัยทั้งหมดแล้ว กลุ่มคนร้ายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปมุ่งหน้าไปตามเส้นทางบ้านซูโซ๊ะ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ได้วิทยุออกสกัดจับตามเส้นทาง แต่ยังไม่พบ พ.ต.ท.วิจิตร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัว ทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มวัยรุ่นด้วยกัน ไม่เกี่ยวกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี เพื่อหาเบาะแสและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด