“วิษณุ เครืองาม”เผยชัดเจน ทำไมตั้งพระราชอาสน์และมีพระภูษาคลุมไว้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งถึงเรื่องพระราชอาสน์ที่คลุมพระภูษาคลุมไว้ ว่า ต้องเข้าใจว่าแม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ จะสถิตย์ในหทัยราษฎร์ ก็สถิตในหทัยราษฎร์ของพระบรมฯเช่นกัน แต่เป็นยิ่งกว่าเพราะท่านเป็นลูกและมีความผูกพัน ฉะนั้น เป็นเรื่องที่ท่านรับสั่งว่าขอเวลาทำพระทัยร่วมกับประชาชนชาวไทย คนไทยวิปโยคอย่างไร ท่านก็วิปโยคอย่างนั้น อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป อยู่จะตั้งขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างก็จะรวดเร็วเกินไป เมื่อกลับจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทุกคนสังเกตเห็นว่าเมื่อประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมศพ โปรดให้ตั้งพระราชอาสน์และมีพระภูษาคลุมไว้ เสมือนว่ายังประทับอยู่ทุกประการ

 นอกจากนี้ ยังมี คุณ หนุ่มรัตนะพันทิป ณล ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คถึงกรณีนี้ว่า สงสัยกันมากเหลือเกินว่าผ้าที่คลุมนั้นคืออะไร จะอธิบายให้ทราบว่าในระหว่างนี้ตำแหน่งนั้นตกอยู่ในที่ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชโดยสมบูรณ์ก็จริงอยู่ แต่ว่าทรงมีพระบัณฑูรว่า ไว้รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม จึงจะรับการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อไป ดังนี้แล้วในเวลานี้ทรงวางองค์อยู่ในฐานะพระบรมโอรสาธิราชฯ เหมือนอย่างที่เคยมา พระเก้าอี้ที่ทางสำนักพระราชวังทอดถวายนั้นเสมือนยังเป็นของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถครับ

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ค หนุ่มรัตนะพันทิป ณล

ที่มา>>>ข่าวสด

จีนติงไทยประจานนักท่องเที่ยวจีน ชี้บางครั้งไทยก็ไม่รู้ธรรมเนียมประเทศอื่น

 * จีนติงไทยประจานนักท่องเที่ยวจีน ชี้บางครั้งไทยก็ไม่รู้ธรรมเนียมประเทศอื่น *

จีนติงไทย

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยทางการจีนติงไทยประจานพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่วัดร่องขุ่น ชี้บางครั้งไทยก็ไม่รู้ธรรมเนียมประเทศอื่นเหมือนกัน

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนักธุรกิจจากประเทศจีนเข้าพบว่า กลุ่มที่เข้ามาพบนั้นเป็นบริษัทให้คำแนะนำ และที่ปรึกษาทางกฎหมายในการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งจะเป็นเหมือนตัวกลางเชื่อมโยงบีโอไอ มีลูกค้าหลายหมื่นบริษัท และนักธุรกิจไทยที่ไปทำธุรกิจที่จีนก็ต้องไปพบเขา

และเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้ไปเป็นสักขีพยานในการลงนามสัญญาการร่วมทุนและความร่วมมือพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน ซึ่งนำโดยนายหลู จิ้น ชิว ประธานสมาคมนักธุรกิจเชื้อสายจีนทั่วโลก และมีนักธุรกิจชั้นนำจากมณฑลต่าง ๆ ในจีนกว่า 30 ราย เข้ามาดูลู่ทางในการลงทุนที่พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่

จีนติงไทย

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนได้ตัดพ้อต่อว่ามาพอสมควร ในกรณีที่ไทยบ่นเรื่องนักท่องเที่ยวจีนแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในวัดร่องขุ่น จ.เชียงราย โดยยอมรับว่ามีบางพวกที่ไปทำอย่างนั้นจริง แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาประจาน เพราะบางทีคนไทยก็ไม่รู้ธรรมเนียมประเทศอื่นเหมือนกัน ส่วนที่มีการเผยแพร่ภาพนักท่องเที่ยวจีนแย่งกันตักกุ้งนั้น ส่วนนี้ไม่ว่ากัน เพราะในสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี