สมาร์ทโฟนในอนาคต “ต้องมี” แบตเตอรี่ที่ป้องกัน “ไฟลุกไหม้” ได้

สมาร์ทโฟนในอนาคต “ต้องมี” แบตเตอรี่ที่ป้องกัน “ไฟลุกไหม้” ได้เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนจำนวนมากต้องประสบเหตุไฟลุกไหม้อย่างคาดไม่ถึง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อผู้ผลิตเป็นอย่างมาก นั่นทำให้บริษัทเทคโนโลยีและนักวิจัยต่างเห็นความสำคัญและเร่งป้องกันมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาอีกในอนาคต

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้พัฒนาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีชิ้นส่วนช่วยดับไฟในตัว โดยการเพิ่มส่วนประกอบของสาร Triphenyl Phosphate ลงในเส้นใยพลาสติก เมื่อแบตเตอรี่เกิดไฟลุกไหม้ด้วยอุณภูมิสูงถึง 150 องศาเซลเซียส เส้นใยพลาสติกจะละลายและปล่อยสารเคมีออกมา ซึ่งจะช่วยดับไฟที่ลุกไหม้แบตเตอรี่ได้ใน 0.4 วินาที

ก่อนหน้านี้ การเพิ่มชิ้นส่วนสำหรับช่วยดับไฟลงในแบตเตอรี่นั้น ได้ลดประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่ลง แต่ Yi Cui หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ในโปรเจ็คต์นี้ได้กล่าวว่า การทดสอบนี้ได้ให้ผลแตกต่างออกไป และสารเคมีก็จะไม่ถูกปล่อยออกมาในระดับอุณหภูมิปกติ

1

ด้วยความที่แบตเตอรี่ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้รับการผลิต นั่นทำให้นักวิทศาสตร์และนักวิจัยต่างพากันหาวิธีอื่นๆสำหรับแก้ไขปัญหาที่ทำให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนสูงเกิน

ล่าสุด LG ได้ออกมายืนยันว่าสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง LG G6 จะไม่ประสบปัญหาแบตเตอรี่มีความร้อนสูงเกิน โดยทางบริษัทได้ทำการติดตั้งท่อทองแดงที่ช่วยระบายความร้อนออกจากแบตเตอรี่โดยตรง

2

LG G6


“สำหรับชาวสุโขทัย ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุโขทัย ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุโขทัย ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

สมาร์ทโฟนกล้องคู่ (Dual-Camera) ยอดเยี่ยมประจำปี 2016 รวมที่สุดของสมาร์ทโฟนกล้องคู่แห่งปี

สมาร์ทโฟนกล้องคู่ (Dual-Camera) ยอดเยี่ยมประจำปี 2016 รวมที่สุดของสมาร์ทโฟนกล้องคู่แห่งปีสมาร์ทโฟนกล้องคู่ (Dual-Camera) ยอดเยี่ยมประจำปี 2016 รวมที่สุดของสมาร์ทโฟนกล้องคู่แห่งปี นวัตกรรมกล้องแห่งอนาคตที่ผู้ใช้มือโปรไม่ควรพลาด!

หนึ่งในฟีเจอร์บนสมาร์ทโฟนที่ดึงดูดผู้ซื้อมากที่สุดก็คือกล้องถ่ายภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้หากจะเลือกสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพดีๆ สักรุ่น ก็อาจจะต้องเลือกรุ่นที่มีความละเอียดสูงๆ, มีระบบกันสั่นชั้นยอด, มีระบบโฟกัสภาพที่แม่นยำฉับไว หรือถ่ายวิดีโอได้คมชัดลื่นไหล แต่ขณะนี้ดูเหมือนจะมีกระแสใหม่ที่มาแรงแซงหน้าไปเรียบร้อยแล้วก็คือกล้องคู่ (Dual-Camera)

ซึ่งในปี 2016 นี้มีเปิดตัวออกมาหลายรุ่น และแต่ละรุ่นต่างก็เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปแทบทั้งสิ้น จึงจะเห็นได้ว่ากระแสกล้องคู่นี้ไม่ได้มาเล่นๆ อย่างแน่นอน และน่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ในอนาคตสำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพ แต่รุ่นใดจะเป็นสมาร์ทโฟนกล้องคู่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี 2016 และการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนกล้องคู่ นั้นดีกว่าสมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแบบเดิมๆ อย่างไรบ้าง วันนี้ทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ได้สรุปมาให้ทุกท่านได้ติดตามกันเรียบร้อยแล้วครับ

สมาร์ทโฟนกล้องคู่ (Dual-Camera) ดีกว่าสมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแบบเดิมๆ อย่างไร?

1ก่อนที่จะพาทุกท่านไปดูกันว่ามีสมาร์ทโฟนกล้องคู่รุ่นใดบ้างที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปีนี้ ในเบื้องต้นเราก็ขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับนวัตกรรมกล้องคู่กันสักนิด เพราะเชื่อว่าแม้หลายๆ ท่านจะเคยเห็นสมาร์ทโฟนกล้องคู่ผ่านตามาบ้างแล้ว แต่ก็อาจจะยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วกล้องคู่ (Dual-Camera) นั้นดีกว่ากล้องเดี่ยวแบบเดิมๆ อย่างไรบ้าง

สำหรับนวัตกรรมกล้องคู่บนสมาร์ทโฟนในปัจจุบันอาจแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือ แบบสองเลนส์+สองเซ็นเซอร์รับภาพ และแบบสองเลนส์+เซ็นเซอร์รับภาพเดียว ซึ่งทั้งสองรูปแบบนี้ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป โดยแบบสองเลนส์+สองเซ็นเซอร์รับภาพ นั้นมีจุดเด่นตรงการที่มีเซ็นเซอร์รับภาพสองตัวทำงานแยกกันอย่างอิสระ เช่นสมาร์ทโฟนเรือธงกล้องคู่รุ่นยอดนิยมรุ่นหนึ่ง เซ็นเซอร์ตัวแรกทำหน้าที่เก็บรายละเอียดภาพสี หรือภาพ RGB โดยเฉพาะ ส่วนเซ็นเซอร์ตัวที่สองทำหน้าที่เก็บรายละเอียดภาพขาว-ดำ (Monochrome) กับมิติภาพโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อนำผลลัพธ์ที่ได้จากทั้งสองเซ็นเซอร์มารวมกัน ก็จะได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพดีกว่า และมีรายละเอียดภาพที่มากกว่า อีกทั้งกล้องคู่แบบสองเลนส์+สองเซ็นเซอร์รับภาพนี้ ก็ยังสามารถถ่ายภาพแบบชัดตื้นชัดลึก หรือภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Depth of Field) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
2ส่วนกล้องคู่แบบสองเลนส์+เซ็นเซอร์รับภาพเดียว นั้นมักจะมาพร้อมกับเลนส์สองตัวที่มีทางยาวโฟกัส และรูรับแสงที่แตกต่างกัน เช่นเลนส์ตัวแรกอาจเป็นเลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle Lens) ซึ่งมีทางยาวโฟกัสที่ 28 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสงที่ระดับ f/1.8 ส่วนเลนส์ตัวที่สองอาจเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) ซึ่งมีทางยาวโฟกัสที่ 56 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสงที่ระดับ f/2.8 ซึ่งแน่นอนว่ากล้องคู่แบบนี้สามารถแยกเก็บรายละเอียดของวัตถุด้านหน้า และเก็บรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ด้านหลัง เพื่อนำมาประมวลผลเป็นภาพชัดตื้นชัดลึก หรือภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Depth of Field) ได้เป็นอย่างดี และไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งที่นำเอาข้อได้เปรียบของเลนส์สองระยะทางยาวโฟกัสนี้มาพัฒนาต่อยอดให้สามารถทำงานเสมือนระบบซูมภาพด้วยเลนส์ (Optical Zoom) ได้อีกต่างหาก
34เรียกได้ว่านวัตกรรมสมาร์ทโฟนกล้องคู่นั้นได้เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และช่วยสร้างความแตกต่างจากนวัตกรรมกล้องถ่ายบนสมาร์ทโฟนแบบเดิมๆ ซึ่งนี่ก็ถือเป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น เชื่อว่าในอนาคตนวัตกรรมกล้องคู่จะก้าวไปไกลกว่านี้ และทำอะไรได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน ส่วนในปี 2016 นี้จะมีสมาร์ทโฟนกล้องคู่รุ่นใดบ้างที่โดนใจทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์มากที่สุด ไปติดตามกันต่อได้เลยครับ

Huawei Mate 9 และ Huawei P9 สมาร์ทโฟนกล้อง LEICA Dual Camera

5

หากให้นึกถึงสมาร์ทโฟนกล้องคู่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ เชื่อว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็คงต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับ Huawei Mate 9 และ Huawei P9 อย่างแน่นอน ด้วยการที่เป็นกล้องคู่ที่พัฒนาร่วมกับไลก้า (LEICA Dual Camera) แบรนด์กล้องระดับพรีเมียมสัญชาติเยอรมัน ที่แม้แต่บรรดามือโปรในวงการถ่ายภาพยังต้องยกนิ้วให้ โดยทั้งคู่ต่างก็มาพร้อมกับเซ็นเซอร์รับภาพสองตัวได้แก่เซ็นเซอร์รับภาพ RGB ที่ทำหน้าที่เก็บรายละเอียดของภาพสี และเซ็นเซอร์รับภาพ Monochrome ที่ทำหน้าที่เก็บรายละเอียดของภาพขาว-ดำ กับมิติภาพ ซึ่งเมื่อนำผลลัพธ์จากเซ็นเซอร์รับภาพทั้งสองนี้มารวมกัน ก็จะได้ภาพถ่ายที่มีรายละเอียดมากกว่า และมีคุณภาพที่ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาพขาว-ดำนั้นดูดีราวกับถ่ายจากกล้อง LEICA จริงๆ เลยทีเดียว อีกทั้งนวัตกรรมกล้อง LEICA Dual Camera นี้ได้พัฒนามาจนถึงรุ่นที่สองแล้ว (2nd Generetion) ซึ่งถูกนำมาใส่ไว้ใน Huawei Mate 9 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ ประเทศเยอรมนี โดยมีการอัปเกรดให้มีความละเอียดมากขึ้น, มีระบบกันสั่นแบบ OIS, มีระบบโฟกัสภาพแบบ 4-in-1 Hybrid Autofocus และมีระบบซูมภาพแบบ Hybrid Zoom

ข้อมูลเพิ่มเติม : Huawei Mate 9
ข้อมูลเพิ่มเติม : Huawei P9

 iPhone 7 Plus สมาร์ทโฟนกล้องคู่ที่มาพร้อม Optical Zoom

6

เหมือนเป็นการตอกย้ำว่านวัตกรรมกล้องคู่นั้นเป็นนวัตกรรมกล้องแห่งอนาคตที่ไม่ได้มาเล่นๆ และสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนได้จริง เพราะแม้แต่แบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Apple เอง ก็อดไม่ได้ที่จะนำเอากล้องคู่มาใส่ไว้ใน iPhone 7 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน โดยกล้องคู่ที่อยู่บน iPhone 7 Plus นั้นมีความแตกต่างไปจากกล้องคู่บน Huawei Mate 9 หรือ Huawei P9 เนื่องจากเป็นแบบกล้องเลนส์คู่+เซ็นเซอร์รับภาพตัวเดียว ซึ่งประกอบไปด้วยเลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle Lens) ซึ่งมีทางยาวโฟกัสที่ 28 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสงที่ระดับ f/1.8 สำหรับเก็บรายละเอียดของวัตถุที่อยู่ด้านหน้า ส่วนเลนส์ตัวที่สองเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) ซึ่งมีทางยาวโฟกัสที่ 56 มิลลิเมตร พร้อมรูรับแสงที่ระดับ f/2.8 สำหรับเก็บรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ด้านหลัง เพื่อนำมาประมวลผลรวมกันจนออกมาเป็นภาพชัดตื้นชัดลึก หรือภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Depth of Field) และด้วยการที่มีเลนส์สองระยะทางยาวโฟกัสอยู่ในตัว กล้อง iPhone 7 Plus จึงถูกพัฒนาต่อยอดให้สามารถใช้งานระบบซูมภาพด้วยเลนส์ (2x Optical Zoom) ได้ด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่หลายๆ คนตัดสินใจจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อ iPhone 7 Plus แทน iPhone 7 รุ่นมาตรฐานซึ่งไม่มีกล้องคู่ติดตั้งมาให้

ข้อมูลเพิ่มเติม : iPhone 7 Plus

LG V20 และ LG G5 สมาร์ทโฟนกล้องคู่มุมกว้างพิเศษ

7

LG V20 และ LG G5 ต่างก็มาพร้อมกล้องคู่ที่มีคุณสมบัติที่แทบจะถอดแบบกันมา เรียกว่ามี DNA เดียวกันก็คงจะไม่ผิดนัก เพียงแต่ LG V20 จะมีความสดใหม่กว่าเนื่องจากเปิดตัวออกมาในภายหลัง โดยกล้องคู่ของทั้ง LG V20 และ LG G5 นั้นจะเป็นแบบสองเลนส์+สองเซ็นเซอร์รับภาพเช่นเดียวกันกับ Huawei Mate 9 และ Huawei P9 เพียงแต่จะไม่ได้แยกเป็นเซ็นเซอร์ RGB กับ Monochrome แต่จะเน้นไปที่เลนส์มุมกว้างพิเศษ โดยเลนส์ตัวแรกนั้นเป็นเลนส์ระยะปกติ (75 องศา) ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับภาพความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงที่ระดับ f/1.8 ส่วนเลนส์ตัวที่สองนั้นเป็นเลนส์ที่มีมุมกว้างถึง 135 องศา ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับภาพความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งให้ภาพที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยคล้ายสไต์ของเลนส์ตาปลา (Fisheye Lens) ด้วยเหตุนี้จุดขายของกล้องคู่บน LG V20 และ LG G5 จึงแตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนกล้องคู่รุ่นอื่นๆ คือเน้นไปที่การถ่ายภาพมุมกว้าง โดยเฉพาะภาพวิวทิวทัศน์ ไม่ได้เน้นไปที่การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอเหมือนกับสมาร์ทโฟนกล้องคู่อีกหลายๆ รุ่น ซึ่งทาง LG ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าสามารถถ่ายภาพได้กว้างกว่าเลนส์กล้องปกติถึง 2 เท่า (Ultra Wide) เลยทีเดียว

ข้อมูลเพิ่มเติม : LG V20
ข้อมูลเพิ่มเติม : LG G5

 Xiaomi Mi 5s Plus สมาร์ทโฟนเรือธงกล้องคู่ในราคาคุ้มค่า

8

สำหรับสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนที่มีจุดขายในเรื่องของราคาที่คุ้มค่า อันดับแรกๆ ที่หลายคนน่าจะนึกถึงก็คือแบรนด์ Xiaomi ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนกล้องคู่ใหม่ล่าสุดออกมา นั่นก็คือ Xiaomi Mi 5s Plus ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติระดับไฮเอนด์ที่จัดเต็มเทียบชั้นกับเรือธงรุ่นท็อปจากแบรนด์ชั้นนำได้แบบสบายๆ แต่เคาะขายในราคาที่ย่อมเยากว่า โดยกล้องคู่บน Xiaomi Mi 5s Plus นั้นเป็นแบบสองเลนส์+สองเซ็นเซอร์รับภาพ และมีระบบการทำงานพื้นฐานที่ดูคล้ายกับ Huawei Mate 9 และ Huawei P9 อยู่ไม่น้อย นั่นคือเซ็นเซอร์รับภาพตัวแรกจะทำหน้าที่เก็บรายละเอียดของภาพสี (RGB) ส่วนเซ็นเซอร์รับภาพตัวที่สองจะทำหน้าที่เก็บรายละเอียดของภาพขาว-ดำ (Monochrome) (เซ็นเซอร์รับภาพความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงที่ระดับ f/2.0) ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อรวมผลลัพธ์ที่ได้จากเซ็นเซอร์สองตัวนี้เข้าด้วยกัน ก็จะได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูง และมีรายละเอียดที่ดีกว่าปกติ อีกทั้ง Xiaomi Mi 5s Plus รุ่นนี้ยังเป็นสมาร์ทโฟนกล้องคู่รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี Qualcomm Clear Sight Dual Camera ซึ่งช่วยให้กล้องคู่นี้มี Dynamic Range ที่ดีขึ้น, เก็บรายละเอียดได้ดีขึ้น และมีปริมาณของจุดรบกวน (Noise) ที่น้อยลงเมื่อต้องถ่ายภาพในที่มืด หรือในที่ที่มีแสงน้อย

ข้อมูลเพิ่มเติม : Xiaomi Mi 5s Plus

 Vivo X9 สมาร์ทโฟนเซลฟี่กล้องคู่ด้านหน้า

9

ดูเหมือนว่าทาง Vivo จะต้องการทำให้นวัตกรรมกล้องคู่มีความแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ เพราะแทนที่จะนำกล้องคู่ไปติดตั้งไว้ที่ด้านหลังตัวเครื่องเหมือนกับคู่แข่งในตลาด แต่เลือกที่จะนำเอากล้องคู่ไปติดตั้งไว้ที่ด้านหน้าของตัวเครื่องแทน เรียกได้ว่าพัฒนามาเพื่อเอาใจชาวเซลฟี่พันธุ์แท้แบบเต็มตัว โดยระบบภายในจะประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX376 พร้อมกล้องตัวแรกที่ทำหน้าที่เก็บภาพความละเอียดสูงสุด 20 ล้านพิกเซล (f/2.0) ที่ทำงานร่วมกับกล้องตัวที่สองความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่ทำหน้าที่ตรวจวัดระดับลึกตื้นของภาพ ซึ่งเมื่อนำผลลัพธ์ของทั้งสองกล้องมาประมวลผลรวมกันแล้ว ก็จะได้ภาพแบบชัดลึกชัดตื้น หรือภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Depth of Field) ที่สวยงามไม่แพ้กล้องโปร แถมยังถือขึ้นมาเล็งถ่ายด้วยตัวเองได้แบบไม่ต้องลำบากคนรอบข้างอีกต่างหาก จึงนับเป็นสมาร์ทโฟนเซลฟี่ระดับท็อปอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม : Vivo X9

10

จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนกล้องคู่ (Dual-Camera) ทุกรุ่นข้างต้น ต่างก็มีความยอดเยี่ยมสมกับตำแหน่งที่ได้รับในปี 2016 นี้ ด้วยนวัตกรรมกล้องคู่ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน


“สำหรับชาวระยอง ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ระยอง ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ระยอง ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

dtac online store ร้านขายสมาร์ทโฟนออนไลน์ พร้อมสิทธิพิเศษเพื่อคนยุคใหม่

dtac online store ร้านขายสมาร์ทโฟนออนไลน์ พร้อมสิทธิพิเศษเพื่อคนยุคใหม่ในยุคปัจจุบันที่โลกทั้งใบถูกย่อส่วนเหลือเท่าฝ่ามือในโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ธุรกิจร้านค้าต่างก็ปรับตัวจากการค้าขายแบบมีหน้าร้าน สู่การค้าขายบนโลกออนไลน์ หลายปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า เราสามารถซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ขนม ไปจนถึงหนังสือ จากร้านออนไลน์ต่างๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงที่ร้าน

แล้วไม่ใช่แค่ซื้อเท่านั้น แต่เรายังสามารถเลือกสินค้า เปรียบเทียบราคา หรือรับโปรโมชันพิเศษเฉพาะการสั่งซื้อออนไลน์ แถมยังสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านได้จากการบอกแบบปากต่อปากด้วย อย่างเช่นการรีวิวในอินเตอร์เน็ตหรือคอมเมนต์ในแฟนเพจของร้าน

ค่ายโทรศัพท์มือถือเองก็มีการปรับตัวเพื่อหันมาให้บริการสินค้าออนไลน์แล้วเช่นกัน อย่าง dtac ที่ล่าสุดเปิดบริการสั่งซื้อสมาร์ทโฟนออนไลน์ ผ่าน dtac online store โดยมาพร้อมกับความคุ้มค่าและสิทธิพิเศษที่มากกว่าเดิม โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าที่เลือกสั่งซื้อตัวเครื่องพร้อมแพ็กเกจรายเดือนของ dtac
ยกตัวอย่างเช่น สมาร์ทโฟนยอดฮิตอย่าง iPhone 7 (128GB) และ iPhone 7 Plus ที่สามารถสั่งซื้อผ่าน dtac online store ได้ในราคาพิเศษเพียง 22,500 บาท พร้อมรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากโปรโมชั่น UP เช่น ส่วนลดค่าเครื่อง 8,000 บาท จากราคาเต็ม 30,500 บาท เหลือเพียง 22,500 บาท และเมื่อใช้งานครบปีจะได้รับสิทธิ์อัพเกรดเป็น iPhone รุ่นใหม่ในปีหน้า

สำหรับลูกค้าที่ย้ายค่ายเบอร์เดิมกับทาง dtac จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 1,500 บาท รวมเป็นส่วนลดทั้งหมด 9,500 บาท จึงสามารถสั่งซื้อ iPhone 7 (128GB) ได้ในราคาเพียง 21,000 บาทเท่านั้น ลดไปถึง 31%
สิทธิพิเศษไม่ได้มีแค่ส่วนลดเท่านั้น เพราะผู้ใช้จะได้รับค่าโทรฟรี 800 นาทีทุกเครือข่าย เล่นอินเตอร์เน็ต 4G/3G สูงสุดเดือนละ 50GB ฟรี พื้นที่เก็บรูปภาพ และวิดีโอ 100GB ใช้งาน dtacwifi ได้ไม่จำกัด ฟังเพลงสตรีมมิ่งผ่านแอปพลิเคชัน dtac Music Infinite ฟรีไม่เสียค่าอินเตอร์เน็ต และชมภาพยนตร์คมชัดระดับ HD ผ่านแอปพลิเคชัน Primetime เดือนละ 20 เรื่อง แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง อีกทั้งยังได้รับการประกันอุบัติเหตุคุ้มครองสูงสุดถึง 500,000 บาท และพิเศษเฉพาะโปรโมชั่น UP ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์เป็น BLUE MEMBER ด้วย


“สำหรับชาวภูเก็ต ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ภูเก็ต ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ภูเก็ต ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

อ่านไม่ตอบVsไม่เปิดอ่าน แบบไหนดีกว่ากัน

อ่านไม่ตอบVsไม่เปิดอ่าน แบบไหนดีกว่ากัน

ปัญหาระดับชาติของคนยุคใหม่ที่ทำให้นอยด์จนความเอ็นจอยในชีวิตหดหาย เวลาที่ส่งไลน์หาใครแล้วมันขึ้นว่า Read แต่ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ ประหนึ่งข้อความของเราหายไปกับสายลม แต่บางคนกลับมองว่า เอาวะ!อย่างน้อยเราก็รู้ว่า สารของเราส่งถึงคนรับ ดีกว่าไม่เปิดอ่านเลย อันนั้นดูเหมือนไม่แคร์สัตว์โลกยิ่งกว่า!

ตกลงการโดนอ่านไม่ตอบ กับข้อความไม่ถูกเปิดอ่านเลยแบบไหนมันดีกว่ากัน

Read

อ่านไม่ตอบดีกว่า เพราะว่าสารยังส่งถึงคนรับ

            ส่วนตัวจูนเลือกข้อนี้นะ อย่างน้อยข้อความที่เราส่งไป พอขึ้น Read เราก็อุ่นใจแล้วว่า โอเคคุณรับรู้ละนะ ยิ่งถ้าส่งปุ๊บเปิดปั๊บแม้ไม่ตอบแต่มันก็ฟินมากนะ ดูเหมือนคุณยังอยากรับสาร อารมณ์เหมือนได้บอกรักกับคนที่ชอบ ขอแค่ได้บอกก็พอ เหมือนยกภูเขาออกจากอก คุณจะรักตอบหรือไม่มันก็เรื่องของคุณ แต่ฉันได้บอกความนัยออกไปฉันโล่งแล้ว ฟินราเร่เฮฮาเหมือนปลาได้น้ำ ฉะนั้นส่งอะไรไปถ้าเขาอ่านแม้ไม่ตอบ จูนรู้สึกดีกว่าเขาไม่เปิดอ่านเลย!

ตุ๊กตูนออร์แกไนซ์สาวผู้มีนิสัยห้าวหาญตรงๆ แมนๆ เห็นด้วยในคำตอบนี้ นางให้ความเห็นว่า

“มันก็แล้วแต่ว่าเราเขียนไปว่าอะไร ถ้าเป็นประโยคบอกเล่าอ่านแล้วไม่ตอบ เราไม่ซี หรือถ้าเป็นประโยคคำถามมองในแง่ดีอาจจะลืมตอบ ทำอย่างอื่นไปด้วยเปิดอ่านไปด้วยก็เลยลืม ที่เลือกตอบข้อนี้เพราะรู้สึกดีกว่า เพราะอย่างน้อยอีกฝ่ายก็ได้รับสารที่ส่งไปแล้ว แต่กับการที่เขาไม่เปิดอ่านเลย เหมือนส่งสารไปแล้วไม่ถึงมือผู้รับ”

ริชชี่พีอาร์สาวสุดมั่น ให้ความเห็นสั้นๆแต่ได้ใจความว่า

“ส่งอะไรไปก็ขอให้อ่านเถอะ! ไม่ตอบไม่ว่า แต่ถ้าเปิดอ่านเราสบายใจ!”

No read

   เสียใจน้อยกว่าถ้าไม่เปิดอ่าน

สาวๆ หลายคนเลือกตอบข้อนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาอาจจะยุ่งจนยังไม่ได้อ่าน หรือระบบการส่งข้อความอาจขัดข้องทางเทคนิค เขาอาจยังไม่ได้รับ ซึ่งตราบใดที่ข้อความยังไม่ขึ้นว่า Read พวกเธอเหล่านี้ก็รู้สึกว่า มันไม่เสียความรู้สึกเท่าการอ่านไม่ตอบหรอก!

มินดา นักบัญชีสาวพราวเสน่ห์ เลือกตอบข้อนี้พร้อมให้เหตุผลว่า

“อ่านไม่ตอบดูกวนตีนอ่ะ อ่านแล้วแต่ไม่ตอบคืออะไร ไม่เปิดอ่านยังมโนได้ว่าคงยังไม่ว่าง รู้สึกดีกว่าเยอะ”

ส่วนน้องเชอร์รี่ เลขานุการผู้มีงานอดิเรกคือการกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ให้ความเห็นไว้ทั้ง 2 คำตอบ เธอบอกว่า

“สำหรับหนู การไม่เปิดอ่านเลยเสียใจน้อยกว่า เพราะถ้าเขาเปิดอ่านแต่ไม่ตอบ มันเป็นการกระทำที่ดูเฉยชามาก เป็นสิ่งที่แสดงให้เรารู้ว่าเขาไม่อยากสานต่อ ไม่อยากคุย เราไม่ได้สำคัญสำหรับเขา แต่ถ้าเลือกมองอีกมุม การที่เขาอ่านแต่ไม่ตอบ คือเราได้บอก ได้ทัก ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำไปแล้ว และเขาก็รับรู้แล้วด้วย เราก็สบายใจเพราะได้ทำตามสิ่งที่อยากทำ ที่เหลือคือหน้าที่จัดการความรู้สึกแย่ๆของเราด้วยตัวของเราเองแค่นั้นพอ”

มาถึงพี่อุราร่า คอลัมนิสต์สุดแซ่บให้ความเห็นไว้ทั้ง 2 คำตอบ เธอบอกว่า

“สำหรับพี่ไม่เปิดอ่านเลยเสียใจน้อยกว่าค่ะ แต่จริงๆก็เจ็บทั้งคู่เนอะ เพราะไม่เปิดไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เห็น เขาอาจจะเห็นว่ามีข้อความจากเราแล้วเฉยๆ ไม่กดอ่าน อันนี้ก็เงิบได้ค่ะ”

เอาจริงๆก็ไม่มีใครอยากส่งข้อความไปแล้วโดนอ่านไม่ตอบ หรืออีกฝ่ายไม่ยอมเปิดอ่านหรอกค่ะ ยิ่งเป็นคนที่สำคัญกับใจไม่มีใครโอหรอกจริงไหม และในเมื่อโทรศัพท์มันสามารถโทร.หากันได้ ไม่ใช่เป็นแค่แท่งสี่เหลี่ยมไว้รับส่งข้อความ แนะนำว่าถ้าเป็นประโยคคำถามที่ต้องการคำตอบ หรือถ้าอยากคุยจริงๆ โทร.เถอะค่ะเพื่อชีวิตที่ดีกว่า!!

…อ่านมาถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านตอบข้อไหนกันคะ อ่านแต่ไม่ตอบ หรือข้อความไม่ถูกเปิดอ่านเลย?

ที่มา>>>Sanook

อุทาหรณ์มนุษย์กล้อง! สาวเสื้อแดงฟ้องหมิ่นคนถ่ายภาพตัวเองประจานลงเฟซบุ๊กแล้ว!!

ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของ”มนุษย์กล้อง” ที่มักจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแชะภาพ ประจานผู้อื่นลงสื่อโซเชียล หลังมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ถ่ายภาพผู้หญิงใส่เสื้อสีแดงที่กำลังยืนรอรถไฟฟ้าบีทีเอส อ้างว่าสาวเสื้อแดงเดินชนแล้วไม่ยอมขอโทษ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กคนนี้ยังใช้ถ้อยคำหยาบคาย สร้างความเสียหายแก่สาวที่ใส่เสื้อแดง ล่าสุด ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Ploynaphat Trisuittiphakorn หรือคุณยิ้มซึ่งเป็นหญิงเสื้อแดงที่อยู่ในรูป เผยว่า จะทำการฟ้องคนที่ถ่ายรูปเธอมาลงโซเชียล ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแล้ว ระบุว่า  ถึง: เพื่อนๆ

ตอนนี้ยิ้มจะฟ้องผู้หญิงคนนั้น คนที่ทำให้ยิ้มเกิดความเสียหาย ซึ่งถูกใครก็ไม่รู้มารุมด่า แต่ก็โชคดีที่มีคนรู้จักช่วยตอบแทน และที่เขียนข้อความเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้อวดเก่งหรอกนะค่ะ แต่ที่เขียนเพราะมีเพื่อนเป็นต่างชาติ ซึ่งเขาจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา ยิ้มจะฟ้องในมาตรา 16 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือ หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็คทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ *ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ แต่จะพยายาม (^0^) *อยู่ดีๆก็โดน เคยเห็นแต่คนอื่น ดันมาเป็นตัวเองดีซะอีกดังจะตาย 555

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 16 ระบุว่า ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

ที่มา>>>ข่าวสด

จีน เปิดตัว สมาร์ทโฟนหน้าจอม้วนได้ รุ่นแรกของโลก ด้วยหน้าจอ E-Ink แบบขาวดำ

จีนเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอม้วนได้ รุ่นแรกของโลก ด้วยหน้าจอ E-Ink แบบขาวดำ บนบอดี้แบบ Carbon Atom สามารถม้วนกลายเป็น Smart Watch ได้!

หลังจากที่ทาง ซัมซุง ได้สร้างความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี กับการเปิดตัว มือถือขอบจอโค้ง อย่าง Samsung Galaxy S6 edge, Samsung Galaxy Note Edge จนมาถึงรุ่นปัจจุบันอย่าง Samsung Galaxy S7 edge พร้อมกับแผนการเปิดตัว มือถือจอพับได้ ในอนาคตนั้น ล่าสุด บริษัท Moxi Group ในประเทศจีน ตัดหน้าซัมซุง กับการเปิดตัว สมาร์ทโฟนหน้าจอม้วนได้รุ่นแรกของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยสมาร์ทโฟนหน้าจอม้วนได้รุ่นนี้ ใช้เทคโนโลยี Graphene ในการผลิตหน้าจอ ส่วนบอดี้นั้น ผลิตจากวัสดุCarbon Atom ซึ่ง ตัวเครื่องนั้น จะมีขนาดที่แบนและยาวกว่าสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังสามารถม้วนเป็นรูปทรงกระบอกและกลายเป็น Smart Watch ได้อีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ สามารถม้วนได้โดยไม่กระทบต่อชิ้นส่วนภายใน อย่างเช่น ชิปเซ็ต หรือแบตเตอรี่ นั้น เป็นเพราะว่า ชิ้นส่วนทั้งหมด ถูกจับรวมให้อยู่ที่ด้านท้ายตัวเครื่องนั่นเอง โดยเวอร์ชันแรกของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเป็นหน้าจอ E-ink แบบขาว-ดำ เนื่อง จากผลิตได้ง่ายกว่า ซึ่งหน้าจอสี จะใช้พลังงานมากกว่าหน้าจอแบบขาวดำ โดยในช่วงแรก จะวางจำหน่ายในประเทศจีนก่อน แต่ถ้าหากความต้องการมากพอ อาจจะขายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ

สำหรับสมาร์ทโฟนหน้าจอม้วนได้จาก Moxi Group นี้ จะผลิตออกมาประมาณ 100,000 เครื่อง วางจำหน่ายปลายปีนี้ ในราคา 5,000 หยวน หรือราวๆ 27,000 บาท

ที่มา>>>Sanook