แห่ช่วย “น้องบริ้งค์” ป่วยโรคกระดูกยอดเงินทะลุ1แสนแล้ว แม่นำเงินผ่าตัดหวังลูกกลับมาเดินได้

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายประยุทธ เต่าแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลบ้านเกาะ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ญ.รวัญญา มายวน (น้องบริ้งค์) อายุ 11 เดือน ที่บ้านเลขที่ 24/1 ม.6 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งพิการตั้งแต่กำเนิดด้วยโรคกระดูกผิดรูปร่วมกับกระดูกล็อค ซึ่งอัตราการพบมี 1 ในล้าน ซึ่งเคยเป็นข่าวทางหนังสือพิมพ์ข่าวสด และสื่ออื่นๆ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น มีผู้ใจบุญและได้มีผู้ใจบุญบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส อุตรดิตถ์ ชื่อบัญชี น.ส.วรรณศิริ น้อยทรัพย์ บัญชีเลขที่ 600-0-26656-1 ยอดรวม 110,250 บาทแล้วน.ส.วรรณศิริ น้อยทรัพย์ อายุ 21 ปี ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวนี้ และขอบคุณผู้ใจบุญบริจาคเงินผ่านบัญชีเข้ามา และยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บ้านพักเด็กและครอบครัว และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) อุตรดิตถ์ มอบเงินสงเคราะห์ รวม 3,000 บาท บาท พร้อมมอบนมผงให้น้องบริ้งค์ทุกเดือน กาชาดจังหวัด เทศบาลตำบลบ้านเกาะ นำเบี้ยคนพิการมาให้เดือนละ 800 บาท และ พมจ. ให้เบี้ยเด็กแรกเกิดอีกเดือนละ 600 บาท ซึ่งตนจะนำเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดเก็บไว้เป็นค่าผ่าตัดรักษาน้องบริ้งค์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่า 150,000 บาท“ปัจจุบันอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิก 6 คน ประกอบด้วย น้องบริ้งค์, ลูกชายคนโตวัย 2 ขวบที่กำลังจะเข้าโรงเรียน ดิฉันที่ต้องอยู่บ้านดูแลลูก แม่สามีที่ป่วยเป็นมะเร็งไม่สามารถทำงานหนักได้ มีเพียงสามี และพ่อสามี ที่ทำงานหารายได้ 2 คน รวมกันไม่ถึง 20,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอดูแลครอบครัว ทั้งค่ากินอยู่ ค่าผ่อนบ้าน ค่าพาน้องบริ้งค์ไปหาหมอ ค่านม ค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป ทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก เมื่อได้รับการช่วยเหลือ ก็บอกน้องบริ้งค์ว่ามีคนมาช่วยแล้วนะ หนูจะเดินได้แล้วนะ น้องก็ยิ้มดีใจ” น.ส.วรรณศิริ กล่าวสำหรับผู้ต้องการบริจาคเงินช่วยเหลือน้องบริ้งค์เพิ่มเติม สามารถบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส อุตรดิตถ์ ชื่อบัญชี น.ส.วรรณศิริ น้อยทรัพย์ บัญชีเลขที่ 600-0-26656-1

ที่มา>>>ข่าวสด

‘ธรรรมกาย’ เสริมป้อมค่าย! เพิ่มลวดหนาม-วงจรปิด ปล่อยบอลลูนบอกพิกัด

วัดพระธรรมกาย สถานการณ์เหมือนจะตึงเครียดขึ้น มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม เสริมลวดหนามทำเป็นป้อมค่ายป้องกันการถูกบุก ติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม พระปล่อยบอลลูนขึ้นฟ้า บอกพิกัดสำคัญบางอย่าง…

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 31 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้สำรวจดูบริเวณรอบวัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งพระธัมมชโยยังคงพักรักษาอาการอาพาธ ภายหลังพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ออกหมายจับเป็นวันที่ 14

พบว่าที่บริเวณประตู 5 และ 6 มีเจ้าหน้าที่ของทางวัด รปภ. และ พระในวัดคอยตรวจตาดูแลอย่างเข้มงวด และมีการนำขดลวดหนามมาวางไว้บนกำแพงรอบบริเวณฝั่งอาคาร 100 ปี คุณยายจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งเป็นจุดเดียวในวันนี้ที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพหลังรถแบคโฮมีป้ายห้ามถ่ายภาพและวิดีโอ

ส่วนที่บริเวณประตูโบสถ์ฝั่งถนนเลียบคลองสาม หมู่ 7 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดที่มีรถแบ็กโฮ จอดปิดประตูอยู่นั้น มีการนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมประมาณ 20 ตัว โดยใช้ผ้าเทปดำมาปิดอำพรางไว้ตามต้นไม้ พร้อมติดป้ายห้ามถ่ายรูป ขณะที่ด้านในวัดมีพระกำลังปล่อยลูกบอลลูนลอยขึ้นบนฟ้า สูงจากพื้นประมาณกว่า 50 เมตร คาดว่าเป็นสัญลักษณ์ หรือบอกพิกัดที่เป็นจุดสำคัญบางอย่างภายในวัด.ทางวัดมีการติดกล้องวงจรปิดลาดตระเวนความเคลื่อนไหวรอบๆ วัด

ที่มา>>>Thairath

ชาวบ้านที่สกลฯโวย! บิลเรียกเก็บไม่มียอดใช้น้ำ ซ้ำจ่ายแพงกว่าเดิม

ชาวบ้าน อ.โคกศรีสุพรรณ โวย! บิลไม่มียอดใช้น้ำ แต่ถูกเรียกเก็บเงิน เผยแต่ละเดือนเคยจ่ายไม่เกิน 100 บาท ช่วงหลังเจอเดือนละกว่า 400 บาท ด้าน ผวจ.สกลนคร สั่งปลัดอำเภอไปสอบข้อเท็จจริง คาดไม่เกิน 3 วันรู้ผล …

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน บ้านดง ม.3 ต.เหล่าโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร จำนวน 95 ครัวเรือน กรณีถูกผู้ดูแลประปาหมู่บ้าน ออกบิลเก็บค่าน้ำประปาหมู่บ้านย้อนหลังถึง 8 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค. 58-เม.ย. 59 เมื่อตรวจสอบบิลพบว่า หมู่บ้านนี้คิดค่าน้ำประปาหน่วยละ 5 บาท แต่ละบิลเรียกเก็บเฉลี่ย เดือนละ 300-400 บาท และบางบิลไม่มีตัวเลขระบุปริมาณน้ำที่ใช้ ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้จ่ายค่าน้ำไปแล้วครึ่งหนึ่ง จำนวน 4 เดือน รวมแล้วแต่ละหลัง ต้องจ่ายเงินค่านำประปา 2,000-3,000 บาท เร็วๆ นี้ถูกเรียกเก็บอีก 4 เดือนที่เหลือ ทำให้เคลือบแคลงสงสัยว่า เพราะเหตุใดในห้วงเวลาถึง 8 เดือน ไม่มีใครมาจดเลขมิเตอร์น้ำเลย แต่กลับมีบิลเรียกเก็บค่าน้ำประปากับชาวบ้าน บางบิลเดือนชนเดือนค่าน้ำประปาเท่ากันก็มีนางไพทูล เภาโพธิ์ ชาวบ้าน กล่าวว่า แต่เดิมบ้านของตนใช้น้ำเฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 100 บาท ต่อมาถูกเรียกเก็บกว่า 300 บาท หากมีหน่วยมาตรวัดระบุลงไปจะไม่สงสัย แต่ที่พบกลายเป็นบิลเรียกเก็บค่าน้ำประปาเฉยๆ ไม่มีตัวเลขระบุการใช้น้ำ เหมือนนึกอยากเขียนลงไปเท่าไหร่ก็ได้ บางหลังเจอไปเดือนละ 400-500 กว่าบาท ทั้งที่เคยใช้เดือนละ 100 กว่าบาท เคยสอบถามไปยังผู้ใหญ่บ้านดง ม.3 แต่ไม่ได้รับคำตอบ จึงพากันร้องสื่อมวลชน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วต่อไปใครจะกล้าใช้น้ำประปาของหมู่บ้าน หากเจอเหตุการณ์ออกมาเรียกเก็บค่าน้ำย้อนหลังหลายเดือนแบบนี้ ปกติชาวบ้านค่อนข้างเดือดร้อน น้ำไม่ค่อยไหลมีสีขุ่นหมองอยู่แล้ว ต้องมาเจอค่าน้ำที่ไม่มีที่มาที่ไปอีกผู้สื่อข่าว ได้สอบถามไปยัง นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ทราบว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ นางสาวภิรมย์ ก้อนแพง ปลัดอำเภออาวุโส อ.โคกศรีสุพรรณ ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยการเรียกประชุม ให้ผู้ใหญบ้าน หรือผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเสียหายถึงปกครองได้ เพราะเหตุใดถึงเรียกเก็บค่าน้ำกับชาวบ้านแล้ว ในบิลไม่มีหน่วยมาตรวัดปริมาณการใช้น้ำ มีเพียงแต่ยอดเงินเรียกเก็บกับชาวบ้าน ทั้งนี้ จึงอยากให้ชาวบ้านสบายใจ ขณะนี้ยังรอรายงานสรุปอยู่ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด จะได้สั่งการแก้ไขปัญหาต่อไป คาดว่าไม่เกิน 3 วัน คงจะสรุปผลสอบออกมา.

ที่มา>>>Thairath

‘บิ๊กตู่’ ยันคำถามพ่วงฯ ส.ว.ไม่มีสิทธิชงชื่อนายกฯ

“นายกฯ ควงภริยา” นำครม.-ขรก. ใส่บาตรพระสงฆ์ 59 รูป เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ พร้อมเปิดโอกาสให้รดน้ำขอพร ขอบคุณ ขรก.ร่วมทำงานเดินหน้าประเทศ ขออโหสิกรรมอารมณ์ร้อน แจงคำถามพ่วง ส.ว.ไม่ได้เลือกนายกฯ เอง ชวน ขรก.ทำเนียบฯ ประกวดชุดไทยสวยงาม ควักกระเป๋ารางวัลที่หนึ่ง 1 หมื่นบาท ขอเล่นสงกรานต์อย่าแต่งตัวโป๊ เปรียบผู้หญิงเหมือนทอฟฟี่อยู่ในห่อ หากถูกแกะแล้วไม่มีใครสนใจ

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นำคณะรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการ ภายในทำเนียบรัฐบาล ร่วมตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 59 รูป รวมทั้งสรงน้ำพระพุทธรูปร่วมกัน เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ ประจำปี 2559 โดยนายกรัฐมนตรี มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมกล่าวทักทายข้าราชการและสื่อมวลชนที่มาร่วมพิธี จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ข้าราชการ และสื่อมวลชน รดน้ำขอพรเพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทยประเพณีสงกรานต์ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของปีเก่า และเริ่มต้นปีใหม่ จึงอยากใช้วันนี้กล่าวขอบคุณทุกคน ตนไม่สามารถทำอะไรได้คนเดียว จึงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนเพราะเราเป็นทีมเดียวกัน ตนไม่มุ่งหวังอะไร แต่มุ่งหวังให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนในอนาคต จึงขอให้เริ่มต้นเป็นปีแห่งธรรมาภิบาล โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการทำงาน และขอบคุณตลอดเวลาที่ผ่านมาเห็นถึงความก้าวหน้าและเอาจริงเอาจัง แต่บางคนไม่เข้าใจ เพราะปัญหาซับซ้อน แต่เราทำเพื่อประชาชน นำไปสู่การแก้ไข จึงต้องเร่งสร้างความชัดเจน ตนไม่รังเกียจนักการเมืองหรือระบอบประชาธิปไตย แต่ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศจะมีระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง มีนักการเมืองที่ดีและมีธรรมาภิบาล ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชน 70 ล้านคน ที่นำประเทศหลุดพ้นจากกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกที่มีการแข่งขันอย่างเสรี และวันนี้ต้องเร่งรัดแก้ปัญหา สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวงให้ประชาชน และต้องสร้างความเข้าใจกับสังคมโลกว่าประเทศกำลังทำอะไร และนำสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องมาพิจารณาเพราะทุกเรื่องมีความสำคัญ ลดความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งสร้างความเข้าใจต่างประเทศด้วย

นายกฯ กล่าวต่อว่า การทำงานต้องมีเหนื่อยอยู่แล้ว หากวันใดไม่เหนื่อยแสดงว่าเราไม่ได้ทำงาน ต้องเหนื่อยที่จะคิด ริเริ่มและตรวจสอบ ถ้าทำงานสบายๆ ต้องไม่ใช่เวลานี้ ขอให้เป็นเวลาที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งและมีธรรมาภิบาล วันนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนตัดสินใจ ตนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้“ขอโทษ ขออโหสิกรรม สิ่งใดที่พูดไม่ดี พูดไม่เพราะ อารมณ์ไม่ดีบางครั้งเผลอตำหนิไปบ้าง ก็ขออโหสิกรรมด้วย ทุกคนเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องที่รัก รวมถึงนักข่าว สื่อมวลชนก็ขออโหสิกรรมด้วยในวันนี้ แต่วันหน้าอย่าทำอีกแล้วกัน เลือกตั้งปีหน้าห่วงรัฐบาลที่จะเข้ามาปกครองประเทศจะเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนคิดว่าได้ ผมก็รับได้เสมอเพราะทุกคนเป็นห่วงประเทศ เรากำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ หลายๆ อย่างจึงไม่จำเป็นต้องทำตามต่างประเทศ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้เข้าใจว่าแม้แต่อาเซียนรู้ว่าเรามีปัญหาก็ยังไว้ใจ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน หากประเทศเราอยู่ไม่ได้ ทุกประเทศก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนเข้าใจ และถ้าประเทศไทยไม่มีเสถียรภาพ ประเทศอาเซียนก็ล้มตามกันหมด จึงขอให้ภูมิใจในความเป็นไทยของเรา ดังนั้นการแก้ไขปัญหาอดีตที่สะสมมาหลายสิบปี ต้องใช้เวลา วันนี้เรารักษากฎหมายและกติกา จึงขออย่าทำอะไรผิดกฎหมาย และมาอ้างถึงสิทธิเสรีภาพ และประชาธิปไตย ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงคำถามพ่วงประชามติที่ให้ ส.ว.เลือกนายกฯ ได้ โดยบอกว่า ผู้ที่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ คือ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง และให้ ส.ว. มีส่วนร่วมในการประชุมและลงความเห็น แล้วมันเกี่ยวกับคนนอกตรงไหนเพราะยังมีความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในรัฐบาลหน้าแค่นี้ ก็ขอแค่นั้นทำได้ไหม ส.ว. ไม่ได้เสนอเอง หรือจะให้ทำงานภายใต้คนไม่ดีมาปกครอง ถ้าคิดว่าทำประเทศชาติให้ปลอดภัยก็เสนอคนดีเข้ามาบริหารประเทศ

ขณะเดียวกันในช่วงรดน้ำดำหัว นายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่า วันนี้ใครแต่งชุดไทยสวยจะมีรางวัลให้ 10,000 บาท ผู้ที่ได้รางวัลที่ 2 จะมอบรางวัล 5,000 และ 3,000 บาทตามลำดับ โดยตนจะควักกระเป๋าจ่ายเอง ซึ่งเรียกเสียงเฮภายในตึกสันติไมตรี ขณะที่ภริยายืนยิ้มอยู่ข้างๆ

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 นาวาโทหญิง แพทย์หญิงอุบลวัณณ์ จรูญฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย นำดารานักแสดงเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” พร้อมนำกระบอกฉีดน้ำให้นายกฯ ฉีดเนื่องในวันสงกรานต์ โดยนายกฯ ได้ฉีดน้ำใส่สื่อมวลชนและดารานักแสดง และระหว่างนั้น นายกฯ กล่าวด้วยว่า ไม่มีฝ่าย ไม่มีพวกกันอีกต่อไป ขอให้ทุกคนมีความสุข ตนก็ทำเพื่อทุกคน ขอให้ทุกคนช่วยกันหน่อย และขอให้สงกรานต์นี้เป็นสงกรานต์ที่มีความสุข เพราะจะเป็นปีที่เรามีความสุขที่สุด เพราะกว่า 10 ปีแล้วที่ประเทศไทยไม่มีความสุขที่แท้จริง เพราะฉะนั้นอยู่ที่พวกเราทุกคนที่จะช่วยกันทำ ไม่ใช่ตนคนเดียว

นายกฯ กล่าวต่อว่า อย่างดาราที่มาวันนี้เขาก็ไม่แต่งตัวโป๊ เราต้องแต่งตัวให้ดูดี แต่งชุดไทยบ้างก็สวยดี สำหรับการแสดงก็ว่ากันไป คนที่ดูก็ชินแล้ว มันต้องเป็นแบบนี้คนถึงจะดู แต่ความจริงทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นวัฒนธรรมไทย ไปเปิดดูเกาหลีทำไมเขาไม่แต่งโป๊ ก็ถือว่าแปลกนะ บางครั้งเขาแทบไม่จูบกันเลย ซึ่งก็ดูน่ารัก ตนบอกแล้วว่าผู้หญิงเปรียบเสมือนทอฟฟี่ หรือขนมหวานที่ต้องมีห่อ หากเราเอาขนมมาขายแล้วเปิดห่อทั้งหมดก็คงไม่มีใครอยากกิน มันต้องอยู่ในห่อแล้วจะน่าสนใจ พอเห็นแล้วน่ากินจึงค่อยเปิดดู ส่วนที่เปิดหมดแล้วมันก็ไม่น่าสนใจ ส่วนคนที่ไม่เปิดก็โชคดีไป นายกฯ ยังพูดหยอกด้วยว่า แต่กับบางคนห่อมาหลายปีแล้วขายไม่ออก วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกคนด้วย

ที่มา>>>Thairath