คนร้ายบุกยิงลูกชาย! แม่รับเคราะห์แทนร่างพรุน ตร.สุราษฎร์เร่งล่ามือปืนโหด!!

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. พ.ต.ต.กิตติพล จุลศักดิ์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้านเสียชีวิต บริเวณขนำข้างบ้านเลขที่ 19 หมู่ 8 ต.บางงอน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี จึงประสานแพทย์เวร ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานภาค 8 ร่วมรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สุทธิ นิติอัครพงศ์ รรท.ผกก.สภ.พุนพิน ตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าขนำยกพื้นสูงพบศพ นางปราณี มากพา อายุ 57 ปี สภาพนอนหงาย มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าลำตัวจำนวน 7 รู โดยมีนายมณี บุญรอด อายุ 65 ปีสามีนั่งเฝ้าอยู่ข้างศพ ตรวจสอบพบหมอนรองกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานพ.ต.ท.สุทธิ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นางปราณี นั่งคุยอยู่กับสามี และนายสมเกียรติ อายุ 26 ปีลูกชาย พร้อมด้วยนายบอย เพื่อนของนายสมเกียรติ บริเวณหน้าขนำ ต่อมามีรถคนร้าย 2 คนใช้รถปิกอัพโตโยต้า ไม่ทราบทะเบียนขับเข้ามาจอดห่างจากขนำประมาณ 100 เมตร จากนั้นคนลงจากรถเดินถือปืนลูกซองตรงเข้ามาหาแล้วยิงใส่ทันที กระสุนถูกนางปราณีเสียชีวิตทันที แล้วพากันหลบหนีไป

พ.ต.ท.สุทธิ กล่าวต่อว่า คาดว่าคนร้ายน่าจะต้องการมายิงนายสมเกียรติมากกว่า แต่กระสุนพลาดไปถูกผู้เป็นแม่เสียชีวิต หลังเกิดเหตุตำรวจนำตัวนายสมเกียรติ และนายบอยไปสอบสวนข้อเท็จจริงและเร่งออกติดตามจับกุมคนร้าย นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงเข้ากลางอก!! เมียนั่งตายสยองคาบ้าน ผัวหึงเล่นเฟซบุ๊ก แม่สุดช็อกเห็นลูกสาวถูกฆ่าต่อหน้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท.อุทัย ยอดราช รอง สว.(สอบสวน) สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตาย 1 ศพ บาดเจ็บ 1 คน ที่บ้าน หมู่ 6 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล รับแจ้งแล้ว จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก. พ.ต.ท.ปรัชญา จันทร์สมวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุชาติ มีชัย สวป.  แพทย์เวร รพ.สิชล และหน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ้งสิชลรีบรุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงบ้านดังกล่าวในห้องโถงเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ นางปิยะภรณ์ ธรรมมิกะกุล อายุ 33 ปี อยู่บ้านที่เกิดเหตุ นั่งพิงตู้โชว์เลือดท่วมตัว อยู่ในชุดนุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อยืดคอปกสีชมพู สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. เข้ากลางหน้าอก 1 นัด ใกล้กันพบร่างนายพรชัย ธรรมมิกะกุล อายุ 35 ปี สามีของผู้ตาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าศีรษะจำนวน 1 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงรีบนำส่ง รพ.สิชล เพื่อช่วยชีวิต

 ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ตกอยู่บนพื้นบ้าน จำนวน 1 กระบอก มีร่องรอยยิงไปแล้วจำนวน 2 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยมีนางอัตรา ช่างทอง มารดาของนางปิยะภรณ์ อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุการณ์และอยู่ในอาการตกใจสุดขีด

จากการสอบปากคำนางอัตรา ให้การว่า ทราบว่า นายพรชัย ลูกเขย ทำงานเป็นช่างเชื่อมรับทำหลังคาโครงเหล็กรายใหญ่ใน อ.สิชล ส่วนนางปิยะภรณ์ ลูกสาวเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าที่ตลาดสำเพ็งสิชล ใน อ.สิชล อยู่กินกันมานานหลายปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุขณะที่นางปิยะภรณ์ ผู้ตายเตรียมตัวจะออกจากบ้านไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดสำเพ็งสิชล ปรากฏว่านายพรชัย สามีได้มาหาแล้วเข้ามาพูดคุย หาว่านางปิยะภรณ์ มีชายอื่นมาติดพัน ทำให้ทั้ง 2 มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนนายพรชัย ซึ่งอยู่ในอาการหึงหวง และโกรธจัดได้ชักอาวุธปืนที่พกมายิงใส่นางปิยะภรณ์ เข้าหน้าอก 1 นัด ตายคาที่ ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองจนฟุบได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบในเวลาต่อมา

ด้าน พ.ต.อ.โชคดี เผยว่า สาเหตุ มาจากความหึงหวง ซึ่งนายพรชัย ระแวงว่านางปิยะภรณ์ ผู้ตายไปมีชายอื่น และเคยมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ ครั้งล่าสุดด้วยความหึงหวงมาหลายครั้งแล้ว นายพรชัย กับนางปิยะภรณ์ ผู้ตายมีปากเสียงกันเรื่องที่ผู้ตายเล่นเฟซบุ๊กคุยกับชายคนหนึ่ง ก่อนนายพรชัย จับได้และทำลายโทรศัพท์มือถือของนางปิยะภรณ์ พังไป 1 เครื่อง เพราะความหึงหวง กระทั่งมาก่อเหตุสยองดังกล่าว

อย่างไรก็ตามอาการของนายพรชัย ยังสาหัส อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางตำรวจได้อายัดตัวไว้ดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว ส่วนศพผู้ตายหลังจากชันสูตรเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้ว!! หนุ่มแว้นมือปืนยิงรถบรรทุกพ่อแม่ลูก โมโหหักหลบแก๊งจยย.-ทำรถล้ม

จากกรณีนายสุทิศ จินพละ อายุ 42 ปี คนขับรถบรรทุก 18 ล้อ นางเตือนจิตร สอนจันทึก อายุ 43 ปี ภรรยา พร้อมกับลูกสาววัย 7 ปี ถูกกลุ่มเด็กแว้น ใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถจำนวน 11 นัด ขณะขับรถบนถนนสายเอเชียขาขึ้น นครสวรรค์ ผ่านบริเวณต่างระดับบางปะหัน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อกลางดึกวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 4 ส.ค. ที่ สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก. พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ รองผบก. กลัดเข็มเพชร รอง ผบก. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.เอนก พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บางปะหัน ควบคุมตัว นายวรภพ หรือ บอย ดีดพิณ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงรถยนต์บรรทุก 18 ล้อ ตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 373//59ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมแมกกาซีน จำนวน 2 อัน รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ระหว่างการแถลงข่าวนายวรภพ หรือ บอย ได้พบกับนายสุทิศ จินพละ อายุ 42 ปี คนขับรถบรรทุก 18 ล้อ นายวรภพ ได้ยกมือไหว้ขอโทษ และนายสุทิศ ได้กล่าวให้อภัย จากนั้นควบคุมตัวนายวรภพ หรือ บอย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ ในจุดที่จะเกิดการเฉี่ยวชนกัน และจุดที่ติดตามไปใช้อาวุธปืนยิง บริเวณต่างระดับบางปะหัน ถนนสายเอเชียขาขึ้น ม.7 ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุทธิ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ไปดูการแข่งขันรถจยย.ของกลุ่มเด็กแว้น ช่วงจังหวะนั้นรถบรรทุก 18 ล้อของผู้เสียหายขับมา เมื่อพบเห็นกลุ่มรถจยย.จำนวนมาก จึงได้หักหลบออก จังหวะนั้นนายบอยได้ขับรถเบี่ยงออกมาพอดี จนจะเฉี่ยวชน นายบอยได้หักหลบจนเสียหลักล้มลง ด้วยความโกรธแค้นโมโห จึงได้ขับขี่รถจยย.ติดตามไปแล้วใช้อาวุธปืน ซึ่งพกติดตัว ยิงใส่รถบรรทุก 18 ล้อ จำนวน 3 ครั้ง หลายนัดแล้วหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนพยานต่างๆ และตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ จนทราบตัวผู้ก่อเหตุติดตามไปจับกุมได้ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านญาติ ที่อ.บางปะอิน ส่วนมาตรการในการป้องกันและปรามเด็กแว้น จะใช้กำลังชุดไล่ล่า กดดันไม่ให้มีการแข่งขัน หรือรวมกลุ่มกันตามเส้นทาง ตั้งจุดตรวจค้นตามเส้นทางสายหลัก ผู้กระทำผิดกฎหมายในทุกด้านให้เพิ่มความถี่มากขึ้นกว่าเดิม โดยนายวรภพ ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุ ตนมาดูการแข่งขันรถจยย. ของลูกค้าที่มาแต่งรถจยย. จังหวะนั้นกำลังจะกลับบ้าน เพราะดึกแล้ว ขับรถออกมาจากกลุ่มเด็กแว้น รถเกิดเหตุเกือบจะไปชนกับรถบรรทุก จนรถจยย.ล้มได้รับความเสียหาย ด้วยความโมโห จึงขับรถจยย.ติดตามไปยิงใส่รถบรรทุกหลายนัด มองแล้วเห็นแต่คนขับเพียงคนเดียวบนรถ ไม่รู้ว่ามีภรรยาและลูกสาวอยู่บนรถด้วย  ต้องขอโทษคนขับรถยนต์บรรทุกด้วย ส่วนการที่พกปืนติดตัวเอาไว้ เพราะในกลุ่มเด็กแว้นมาจากหลายพื้นที่ หลายแก๊ง ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น

ด้านนายสุทิศ จินพละ อายุ 42 ปี คนขับรถบรรทุก 18 ล้อ ขอฝากเตือนไปยังเด็กวัยรุ่นที่ชอบออกมาแข่งขัน ให้เอาเวลาว่างไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ดีกว่า อย่าออกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและสังคม โชคดีที่วันนั้นตนเองและครอบครัวไม่เสียชีวิตบาดเจ็บมาก ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลือดูแลตั้งแต่วันเกิดเหตุและช่วยติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ที่แท้เป็นเพื่อนบ้านมือยิงอดีตตร.ฝึกสุนัขชาวสวีเดน ตร.ตามจับแล้ว รับถูกแกล้งโดนหยาม

กรณีพบศพ นายลาส โดนัล ควอว์ฟอร์ด อดีตตำรวจฝึกสอนสุนัข สัญชาติสวีเดน เสียชีวิตภายในอยู่ภายในห้องครัว ของบ้านพักส่วนตัวที่เปิดเป็นโรงแรม สถานที่ฝึกสุนัข ของบริษัทบริษัทเคนเนล สแกนดิเนเวีย โฮเทล ฟอร์ ด็อก แคท แอนด์ เบิร์ด จำกัด เลขที่ 68/2 หมู่ 8 บ้านโป่งเก้ง ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยสภาพนอนหงายอยู่ข้างถังแก๊ส มีร่องรอยถูกยิงเข้าบริเวณศีรษะด้านหลัง ลำตัว และแขน จำนวนหลายสิบแผล และมีผู้ไปพบศพเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่หน้าสภ.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ วงษ์ปิ่น รอง ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ พร้อมชุดจับกุม นำตัวนายประทีป สังข์ศิริ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 3 ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 273/2559 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 ผู้ต้องหาฆ่า นายลาส โดนัล ควอว์ฟอร์ด อดีตตำรวจฝึกสอนสุนัข สัญชาติสวีเดน เสียชีวิตภายในอยู่ภายในห้องครัว เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.ค.59

โดยหลังก่อเหตุนายประทีป ไม่ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ยังคงอยู่ในบ้านพักตามปกติ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนและทราบตัวว่านายประทีป เป็นผู้ก่อเหตุ จึงควบคุมตัวมาจากบ้านพักที่อยู่ใกล้เคียงกันกับบ้านของผู้เสียชีวิต พร้อมอาวุธปืน ออโตเมติกลูกซอง 5 นัด จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนเดี่ยวลูกซองยาวขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 1 ปลอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 9 นัด ปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 1 ปลอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. พร้อมซองและเครื่องกระสุนปืนจำนวน 1 นัด

จากการสอบปากคำนายประทีป ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือยิงนายลาสจริง และลงมือทำเพียงคนเดียว โดยวันเกิดเหตุขับรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเหลือง ตอนครึ่งหมายเลขทะเบียน บจ 810 เพชรบุรี ของตนเองมาจอดหน้าบ้านของผู้ตาย พร้อมกับนำอาวุธปืนยิงนายลาสทันที เนื่องจากโกรธแค้น และถูกนายลาส เหยียดหยามเยาะเย้ย และแกล้งตนรวมถึงญาติพี่น้อง อยู่บ่อยครั้ง จนเกิดความแค้นและมาก่อเหตุดังกล่าว

โดยหลังจากมีการแถลงข่าวเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายประทีป ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านที่ก่อเหตุ ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์

ที่มา>>>ข่าวสด

“พล.ต.ต.”ลั่นไกระเบิดขมับฆ่าตัวตายข้างรถเบนซ์ หน้าบ้านพักย่านหัวหมาก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. ตำรวจสน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุมีชายใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 9 ซ.รามคำแหง 54 (ซอยมหาสิน) ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชรพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายหลัง บริเวณชั้นล่างพบรถเบนซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ชว-5627 กรุงเทพ ใกล้กันนอกรถทางฝั่งขวาพบศพพล.ต.ต.ทรงวุฒิ ถวัลย์กิจดำรงค์ อายุ 68 ปี อดีตผบก.นนทบุรี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 หัวระเบิด เข้าที่ขมับขวา เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ คาดว่าผู้ตามมีโรคประจำตัวซึมเศร้า อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างการหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

สำหรับ พล.ต.ต.ทรงวุฒิ เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และมีความสนิทกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก.ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ปปส. สนธิกำลังทหาร-ตร. ลุยค้นบ้านแก๊งค้ายาปากพนัง ยึดของกลางเพียบ

ภาพจาก จนท.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช

ปปส.ภาค 8 สนธิกำลังทหาร-ตำรวจ ลุยค้นบ้าน เครือข่ายยาเสพติดแก๊งมายปากพนัง” จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ยึดของกลางยาเสพติด อุปกรณ์เสพยา อาวุธปืนเอ็ม 16 ไปตรวจสอบ พร้อมส่งดำเนินคดีต่อ…

วันที่ 4 มิ.ย.59 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.จว.นศ. พ.ต.อ.นิคม พลประสิทธิ์ ผกก.กก.ตชด.ทุ่งสง ร.อ.สมศักดิ์ รัชวการ ทหาร มทบ.41 ค่ายวชิราวุธ ทภ.4 และ นายกฤตชัย เพชรนิรมล เจ้าพนักงาน ปปส.ภาค 8 ได้ร่วมกันแถลงข่าวว่า เมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) ได้มีการสนธิกำลังร่วมกันระหว่าง ตชด. ทหาร เจ้าหน้าที่ ปปส.และตร.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ประมาณ 50 นาย ลุยตรวจค้นบ้านพักของเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า แก๊งเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ อ.ปากพนัง ซึ่งมีนายสุรศักดิ์ บุญเพ็ญ หรือ มาย ปากพนัง อายุ 23 ปี เป็นหัวหน้าแก๊งใหญ่ ได้แผ่ขยายอิทธิพลค้ายาเสพติดในพื้นที่ และมีการสะสมอาวุธปืนสงครามจำนวนมาก ไล่ยิงถล่มทวงค่ายาเสพติดกันเป็นประจำ

จุดแรกกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายสุรศักดิ์ บุญเพ็ญ ที่บ้านเลขที่ 49/1 หมู่ 2 ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง ค้นพบอุปกรณ์ชุดลูกเลื่อนของอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 ชุด ใส่ถุงพลาสติกซ่อนไว้ข้างเสาบ้าน ปลอกกระสุนปืน 9 มม. จำนวน 6 ปลอกในห้องครัว อุปกรณ์ทำความสะอาดปืน 9 มม.จำนวน 1 ชุด ถุงพลาสติกสำหรับใส่ยาเสพติดจำนวน 1 แพ็ก ประมาณ 100 ถุง และอุปกรณ์การเสพยาไอซ์อีก จำนวน 1 ชุดจากนั้น กำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่ง ได้ตรวจค้นบ้านลูกสมุน 2 ราย โดยค้นบ้านของนายเกรียงศักดิ์ ถาวรสังข์ หรือ ตั๊ม อายุ 22 ปี พบใบพืชกระท่อมสด จำนวน 45 กรัม บ้านของนายอรรถพล รอดแก้ว หรือเจ อายุ 24 ปี พบยาบ้า 1 เม็ด กระสุนปืน .38 จำนวน 2 นัด และน้ำต้มใบพืชกระท่อมอีก 1 ขวดลิตร ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมยึดของกลางทั้งหมดนำส่ง สภ.ปากพัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ระทึก! จนท.มะกันบุกจับคนร้าย โดนลอบยิงเจ็บ 4 คน-ไฟไหม้โรงแรมยับ

(ภาพ: AP)

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ออกตามหาผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่โมเตล ในรัฐแคนซัส แต่เจ้าหน้าที่ถูกลอบยิงได้รับบาดเจ็บ 4 นายหลังจากเดินทางมาถึง ก่อนเกิดไฟไหม้โรงแรมแห่งนี้จนเสียหายหนัก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจตามจับผู้หลบหนี ของสำนักบังคับคดีและบังคับใช้กฎหมาย (U.S. Marshals Service) ของสหรัฐฯ ออกตามหาผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่โมเตล ‘คันทรี คลับ’ ในเมืองโทพีกา รัฐแคนซัส เมื่อคืนวันเสาร์ ก่อนเจ้าหน้าที่จะถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และโรงแรมแห่งนี้ถูกไฟลุกไหม้เสียหายหนัก

ร้อยโท คอลลีน สจวต เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองโทพีกา เปิดเผยว่า หลังจากทีมเจ้าหน้าที่เดินทางถึงโมเตลแห่งนี้ ใครบางคนได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่พวกเขา กระสุนถูกเจ้าหน้าที่สำนักบังคับคดีฯ 2 นาย, เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) 1 นาย และเจ้าหน้าที่ซึ่งยังไม่ทราบหน่วยงานอีก 1 นาย แต่ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิตควันไฟพวยพุ่งออกจากโมเตล คันทรี คลับ (ภาพ: WIBW/AP)

ในเวลาเดียวกันก็เกิดไฟลุกไหม้โมเตล คันทรี คลับ โดยเพลิงได้ลุกท่วมโมเตลแห่งนี้นานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งนายไมเคิล มาร์ติน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเมืองโทพีกา บอกกันสำนักข่าว ดับเบิลยูไอบีดับเบิลยู ว่า โมเตลถูกไฟเผาทำลาย แต่ไม่ระบุว่าไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจ หรือเจอผู้เสียชีวิตในกองเพลิงหรือไม่ และไม่แน่ชัดด้วยว่าผู้ต้องสงสัยหลบหนีไปได้ หรือยังอยู่ในโรงแรมที่ถูกเพลิงไหม้

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของ นายเครก บีม โฆษกของสำนักบังคับคดีฯ สหรัฐฯ ผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นผู้ต้องสงสัยตามหมายจับ แต่เขาไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ ทั้งเพศ, รูปพรรณ และข้อหาที่ได้รับ โดยอ้างว่ายังอยู่ระหว่างการสืบสวน ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักบังคับใช้กฎหมาย 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ที่มา>>>Thairath