เผยภาพเก๋งเช่า 2 นศ.ไทยในสหรัฐฯ ก้นเหวลึก จมน้ำครึ่งคัน คาดเริ่มกู้ซากอีกไม่ช้า

จากกรณีเหตุการณ์ 2 นักศึกษาไทย เช่ารถไปเที่ยวแต่เกิดอุบัติเหตุรถตกเหวและยังไม่สามารถกู้ขึ้นได้นั้น ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่เชื่อว่ามีผู้โดยสารเป็นนักศึกษาไทย 2 คนตกหน้าผาบริเวณถนน Freeway 180 เส้นทางมุ่งหน้าไปยังอุทยาน Kings Canyon National Park มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อลงไปกู้ซากรถดังกล่าว โดยเพจ SiamTownUS ได้เผยแพร่ภาพสถานที่เกิดเหตุ และพบว่า มีรถสีแดงอยู่บริเวณก้นเหวลึกลักษณะจมน้ำอยู่ครึ่งคัน พร้อมกับระบุว่า น่าจะมีการกู้ซากรถใน 2-3 วันนี้


ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

หนุ่มโหดลวงข่มขืนดญ.12 ขวบ ก่อนโยนร่างทิ้งเหมืองแร่ลึก 100 เมตรจนเสียชีวิต!

เว็บไซต์ไซบีเรียนไทมส์ของรัสเซียรายงานคดีเขย่าขวัญว่า ตำรวจพบศพ ด.ญ.วิกตอเรีย เรย์เมอร์ อายุ 12 ขวบ ตกอยู่ใต้เหมืองแร่ลึกกว่า 100 เมตร ที่เมืองโนโวคุซเนียตสก์ เขตไซบีเรีย หลังจากหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย คือ นายเยฟกีนี บูฮาริน อายุ 40 ปี หลังตรวจพบคราบเลือดของด.ญ.เรย์เมอร์บนรถเจ็ตสกีหิมะของนายบูฮาริน สอบสวนทราบว่า นายบูฮารินขับรถชนด.ญ.เรย์เมอร์โดยไม่ได้เจตนา และกลัวความผิด จึงซ่อนศพเด็กหญิง ก่อนจะโยนลงเหมืองแร่ แต่ผลวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ว่า คำให้การของนาบูฮารินขัดแย้งกันนายเยฟกีนี บูฮาริน (เอ็นเค-ทีวี)

แหล่งข่าวระบุว่า นายบูฮารินขับรถเจ็ตสกีหิมะ และเห็นด.ญ.เรย์เมอร์ยืนรอป้ายรถเมล์เพื่อเดินทางไปบ้านพี่สาว จึงอาสาไปส่งให้ แต่กลับพาไปที่บ้านของตัวเอง และข่มขืนด.ญ.เรย์เมอร์ จากนั้นโยนเด็กหญิงลงไปในเหมืองแร่ภาพ: เอ็นเค-ทีวี

ผลวิเคราะห์ชี้ว่า ด.ญ.เรย์เมอร์ยังไม่เสียชีวิตตอนตกลงไปในเหมืองแร่ โดยเสียชีวิตเนื่องจากกะโหลกศีรษะแตก คอหัก และหน้าอกเป็นแผลประกาศตามหาด.ญ.เรย์เมอร์ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.

รายงานระบุว่า นายบูฮารินเป็นเพื่อนของพ่อของด.ญ.เรย์เมอร์ ที่ทำงานด้วยกัน แต่เสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุเหมืองแร่ และรู้จักกับแม่ของด.ญ.เรย์เมอร์ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

จยย.แหกโค้งตกสะพาน! แม่ดับสลดลูกสาว11ขวบขาหัก ญาติกลัวช็อกไม่กล้าบอกข่าวร้าย!!

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. พ.ต.ต.รัชตะ สร้อยแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้งตกสะพานลงไปในคลองชลประทาน เหตุเกิดบริเวณโค้งบัวหลวง ถนนสายศิลาอาสน์-วังสีสูบ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงประสานแพทย์ฉุกเฉินร.พ.อุตรดิตถ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ที่เกิดเหตุบนพื้นคลองชลประทานที่น้ำแข้งขอดต่ำกว่าถนนประมาณ 5 เมตร พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีฟ้า-ขาว ทะเบียน 1 กข 8215 อุตรดติถ์ ล้มคว่ำอยู่ใกล้กับศพน.ส.กฤษณา ทองหลวง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 296/5 หมู่ 3 ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ใกล้กันยังพบร่างลูกสาวของน.ส.กฤษณา อายุ 11 ปีอยู่ในชุดนักเรียนได้รับบาดเจ็บกระดูกขาหัก หน่วยกู้ภัยจึงรีบนำตัวส่งร.พ.อุตรดิตถ์ ต่อมาสามีของผู้ตายพร้อมด้วยญาติๆเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเมื่อเห็นศพต่างร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุน.ส.กฤษณา ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักไปรับลูกสาวที่โรงเรียน จากนั้นมุ่งหน้ากลับบ้านเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งหักศอกเกิดเสียหลักแหกโค้งพุ่งตกลงในคลองร่างกระแทกกับแท่งคอนกรีตเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกสาวกระแทกพื้นดินขาหัก โดยทางครอบครัวยังไม่บอกกับลูกว่าแม่เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนให้ญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คนเร่ร่อนสะดุ้งเฮือก!! นอนหลับข้างถนน รถบุรุษไปรษณีย์พุ่งเสยกระจาย

วันที่ 25 พ.ย. พ.ต.ต.อุฤทธิ์ ขรรค์แก้ว พงส.สภ.คลองวาฬ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถเข็น บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากทม. หลักกิโลเมตรที่ 320 +600 ม.7 บ้านขนุนทอง ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง ประจวบฯ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง รุดตรวจสอบ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ เข้าให้ความช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีแดง หมายเลขทะเบียน 1กจ 7514 ประจวบฯ ล้มไถลไปกับพื้นถนนประมาณ 10 เมตร ทำให้นายอภิรักษ์ หิรัญอุดม อายุประมาณ 30-35 ปี อยู่ถนนสู้ศึก เขตเทศบาล อำเภอเมือง ประจวบฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บุรุษไปรษณีย์และเป็นคนขับรถได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น นำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบฯJpegใกล้กันพบรถเข็นเก็บขวดพลาสติกและของเก่า ซึ่งเป็นของชายพเนจร อายุประมาณ 50-60 ปี ได้ถูก จยย.เฉี่ยวชนจนล้ม สิ่งของกระจัดกระจายเกลื่อนบริเวณ ในขณะที่กำลังนอนหลับในที่มืด โดยเอาศีรษะพาดกับขอบถนนแล้วใช้รถเข็นจอดบังศีรษะเอาไว้ แต่โชคดีที่ชายพเนจรไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดJpegส่วนสาเหตุจากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นบุรุษไปรษณีย์ได้กลับจากจัดเตรียมเอกสารเพื่อเตรียมนำส่งในช่วงเช้าระหว่างเดินทางกลับบ้านถึงจุดเกิดเหตุมีความมืด ได้เฉี่ยวชนกับรถเข็นของชายพเนจรที่จอดนอนอยู่บริเวณข้างทาง จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

“นาทีนั้นคิดแค่อยากให้เด็กปลอดภัยเท่านั้น” เปิดใจนักเรียนนายเรืออากาศ ฮีโร่ตัวจริง

จากที่โซเชี่ยลมีการแชร์ภาพนายเรืออากาศ เข้าช่วยเด็กให้พ้นจากอุบัติเหตุจนตัวเองต้องเจ็บตัว นั้น  นักเรียนนายเรืออากาศ กรงเพชร จันทร์ทะธรรม นักเรียนชั้นปีที่ 4 รร.นายเรืออากาศนวมินทรกษัตริยาธิราช ฮีโร่ที่เข้าช่วยเหลือเด็ก เปิดเผยกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนักเรียนนายร้อยสี่เหล่า พยาบาลสี่เหล่า และนักเรียนแพทย์ ได้ร่วมกันไปเป็นจิตอาสา โดยมีภารกิจหลักในการดูแล และอำนวยความสะดวกของประชาชน ทั้งในเรื่องจัดระเบียบการเข้าแถว  ดูแลผู้ป่วย

“ในช่วงเวลาดังกล่าวผมมีหน้าที่กั้นรถเพืี่อให้คนข้ามถนน บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ในพิธีสักการะพระบรมศพ จู่ๆ เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 2 ขวบได้วิ่งมาบนถนน ขณะที่กำลังกั้นถนนเพื่อให้รถวิ่ง ไม่ทราบว่าเด็กมาจากไหน ขณะเดียวกันมีรถกระบะวิ่งมาจึงทำให้ตนรีบเข้าไปช่วยเหลือเด็กผู้หญิงคนดังกล่าว โดยขณะนั้นคิดแต่เพียงต้องการให้เด็กปลอดภัยเท่านั้น”  นักเรียนนายเรืออากาศ เผย14568197_1250169058374883_4775816288978190835_n

 นักเรียนนายเรืออากาศ กรงเพชร จันทร์ทะธรรม เปิดเผยต่อว่า ภายหลังเหตุการณ์ที่เด็กปลอดภัยแล้วตนได้กลับปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ สักพักเพื่อนได้ทักถึงแผลที่เลือดออก บริเวณดวงตา จึงเข้ารับการรักษาที่เต็นท์แพทย์สนามของ รพ.พระมงกุฏ โดยตนได้เย็บแผลจำนวน 4 เข็ม บริเวณเปลือกตา

10312465_10201801362386790_5277793454050942763_nนักเรียนนายเรืออากาศ กรงเพชร จันทร์ทะธรรม เปิดเผยทิ้งท้ายว่า ตนรู้สึกตกใจกับการแชร์ในเหตุการณ์ของตนในโลกออนไลน์ในครั้งนี้เพราะเป็นเวลาเพียงคืนเดียว แต่การกระทำของตนในครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้คนหันมาทำความดีมากขึ้น ส่วนอาการบาดเจ็บของตนนั้นเหลือเพียงอาการปวดเพียงอย่างเดียว

ที่มา>>>ข่าวสด

คุณตาวัย 74 ชาวพิษณุโลก ปั่นจักรยานออกถางป่า ริมทางรถไฟ ยึดมั่นขอทำดีถวายในหลวง

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. บริเวณถนนเลียบทางรถไฟบึงพระ หลังกองบิน 46 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจนไปมา ต่างพบเห็นชายชราสูงอายุคนหนึ่ง กำลังใช้มีดถางหญ้าที่รกชัฏอยู่อย่างตั้งใจเป็นประจำอย่างนี้ทุกวัน จนเป็นที่ชื่นชมของผู้พบเห็น201610201923071-20041022171637ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถาม ได้ความว่าชื่อนายเพชร์ ตรุดเส็ง อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/14 หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก คุณตาเพชร์ เปิดเผยเรื่องราวที่มาตัดหญ้าบริเวณถนนเลียบทางรถไฟบึงพระ ว่าภูมิลำเนาดั้งเดิมเป็นชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่มายึดอาชีพขับสามล้อรับจ้างที่พิษณุโลก ต่อมาประสบอุบัติเหตุ จึงไม่ได้ขับสามล้อต่อ แต่ด้วยเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ประกอบกับเห็นว่าบริเวณริมถนนที่ใช้สัญจรผ่านทุกวันมีหญ้าขึ้นรกชัฏ201610201923072-20041022171637อีกทั้งช่วงกลางคืนก็เป็นเส้นทางเปลี่ยวอาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพมาก่อเหตุได้ จึงตัดสินใจปั่นรถจักรยานคู่ใจออกจากบ้านตั้งแต่เช้า พร้อมเครื่องมือ เคียว มีดหวด มีดพร้า ห่อข้าวและน้ำดื่มเตรียมออกมาถางหญ้า ตัดหญ้าริมทางไปเรื่อยๆจนกว่าจะรู้สึกเหนื่อย ก็จะพักกินเข้าเช้าดื่มน้ำ แล้วก็ถางหญ้าต่อไปจนถึงเวลาประมาณ 10 โมง จึงจะเก็บเครื่องมือปั่นจักรยานกลับบ้านทำแบบนี้ทุกวัน ก็เพื่อให้ถนนเส้นนี้ดูสะอาดและปลอดภัย

“ผมเองไม่ได้รู้สึกว่าการมาถางหญ้าริมทางเป็นงานที่ต่ำต้อย หรือว่าจะต้องมีคนจ้าง แม้ว่าผมเองจะมีฐานะยากจน มีรายได้เพียงเบี้ยยังชีพคนชรากับเงินที่ลูกๆให้บ้าง เดือนละไม่กี่บาท แต่ผมก็ยึดหลักพอเพียงตามในหลวง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทำให้พอมีกินมีใช้ มีคนผ่านไปมาเมตตาซื้อกับข้าว ซื้อของให้กินบ้าง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะยึดมั่นว่านี่คือการทำความดีอย่างหนึ่ง เพื่อขอถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งตนใจว่าจะทำอย่างนี้ต่อไปทุกวันจนกว่าจะหมดแรงทำไม่ไหว” คุณตาเพชร์ เผย

ที่มา>>>ข่าวสด

รถทัวร์ กรุงเทพ-เชียงใหม่ หักหลบตกร่องถนน เจ็บระนาว คาดเหตุหมอกจัด

เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.วันที่ 28 ก.ย.59 ศูนย์วิทยุ 191 ภูธร จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำตกร่องกลางถนน บริเวณ กม.ที่ 606-607 ถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) เขตบ้านสองแควตะวันออก หมู่ 9 ต.เถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรีบประสาน ร.ต.อ.อุดม ตาใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เถิน จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.เถิน สมาคมกู้ภัยออมบุญเถิน กู้ภัยเถินบุรี ให้การช่วยเหลือ201609281053555-20080612161324เมื่อไปถึงพบเป็นรถโดยสารสีฟ้า-ขาว ของบริษัทวิริยะทัวร์ สายกรุงเทพ-เชียงใหม่ ทะเบียน 14-0792 กรุงเทพฯ สภาพรถได้ชนเข้ากับเสาไฟกิ่งแล้วเสียหลักพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน โดยข้างๆรถมีผู้โดยสารจำนวนมากกำลังช่วยกันนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถ เจ้าหน้าที่จึงรีบให้ความช่วยเหลือ พาคนเจ็บส่งไปยัง รพ.เถิน รวม 14 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อยและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 12 คน ทาง บริษัททัวร์จึงได้จัดรถตู้มารับไปส่งที่หมายปลายทางต่อไป ส่วนอีก 2 คน เป็นหญิงซึ่งได้รับบาดเจ็บทางกระดูก รพ.เถิน ได้นำส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ลำปาง คือ นางบุญปั๋น ขัตินนท์ อายุ 65 ปี และนางกุ้ยยิง แซ่หมอ อายุ 42 ปี201609281053553-20080612161324จากการสอบสวน นายเจริญ โพนกระโทก อายุ 36 ปี โชเฟอร์รถทัวร์คันดังกล่าว ให้การว่าตนเองได้ขับรถพาผู้โดยสารจำนวน 14 คนมาจากสถานีขนส่งหมอชิตมุ่งหน้าไป จ.เชียงใหม่ ระหว่างที่ขับรถมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งมีรถทัวร์วิ่งตามกันมาสามคัน โดยตนเองได้ขับตามหลังสุด แต่ขณะนั้นรถทัวร์คันที่สอง เกิดเปลี่ยนเลนกะทันหัน ประกอบกับจุดเกิดเหตุมีหมอกลงหนาจัด ทำให้มองเห็นรถคันหน้าไม่ชัดเจน ทำให้ตนต้องหักหลบจึงไปชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านห่วงควายยึดเกาะกลางถนน เสี่ยงอุบัติเหตุ ขู่เจ้าของควายรับผิดชอบทางแพ่งและอาญา

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีฝูงควาย 6 ตัว ออกมาหากินหญ้าบริเวณเกาะกลางถนน ย่านชุมชนหาดใหญ่ ใกล้กับสถานีขนส่งผู้โดยสารหาดใหญ่แห่งที่ 2  เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งชาวบ้านกังวลว่าจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ผู้ที่ขับรถก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังในขณะที่ขับผ่านฝูงควาย

รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านได้ระบุว่าฝูงควายดังกล่าว เป็นของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ โดยปกติในช่วงเช้าพวกจะหากินอยู่ในบริเวณทุ่งนาไม่ไกลจากจุดนี้ แต่ในช่วงบ่ายของทุกวันก็จะรวมกลุ่มกันข้ามถนนเดินขึ้นมาหากินบนเกาะกลางถนน และตอนเย็นก็จะเดินข้ามถนนกลับไปที่คอกเอง ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุถูกรถชน แต่มีบางครั้งที่บางตัวเคยเดินพลัดตกท่อระบายน้ำในบริเวณนี้ จนต้องนำรถเครนมายกขึ้นไป กลายเป็นภาพชินตามของชาวบ้านนายไพร พัฒโน นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวว่า เทศบาลได้รับการร้องเรียนแล้ว จะดำเนินการแก้ปัญหาอยู่ ได้ประสานกับเจ้าของควายฝูงนี้ ทำอย่างไรอย่าให้ฝูงควายหากินบริเวณเกาะกลางถนน เนื่องจากเป็นย่านชุมชน มีรถสัญจรผ่านไปมาในปริมาณมาก ควายอาจข้ามถนนและทำให้เกิดอุบัติเหตุจนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินและบาดเจ็บ เจ้าของควายต้องรับผิดชอบทางแพ่งและอาญา ดังนั้น จะป้องกันไว้ก่อนน่าจะเป็นการดีที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะเสยท้ายเก๋ง 2 แม่ลูก เสียหลักเหวี่ยงชนเสาไฟฟ้า รถเกือบขาดครึ่ง ดับคาซาก 2 ศพ

วันที่ 3 ก.ย. ร.ต.อ.กิจจพัฒน์ จิตติราช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนบรมราชชนนี ช่องทางคู่ขนาน หน้าศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล หมู่ 5 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน แพทย์เวร ร.พ.พุทธมณฑล เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุพบรถเก๋งนิสสัน เซฟิโร่ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน พล 6921 กทม. ชนกับเสาไฟฟ้ารถเกือบขาดเป็น 2 ท่อน พังยับเยินทั้งคัน ฝากระโปรงท้ายเปิดอ้าออก กันชนหลุด กระจกหน้าแตกหลุดออกทั้งบาน ภายในรถพบศพนายภัทราวุธ ทีปะปาล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/73 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เสียชีวิตติดคาซากอยู่บนเบาะคนขับ ส่วนที่เบาะผู้โดยสารพบศพนางมยุพรรณ ทีปะปาล อายุ 65 ปี ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกันทำอาชีพค้าขายผ้าห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรถกระบะ อีซูซุ สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน ถษ 6634 กทม. ด้านหลังต่อเป็นตู้เหล็กจอดอยู่ซึ่งเป็นรถยนต์คู่กรณี สภาพรถด้านหน้าแถบซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน แต่ไม่พบคนขับรถ คาดว่าหลบหนีไปในช่วงชุลมุน จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถเก๋งของผู้ตายขับมาทางตรงในช่องทางคู่ขนาน ขณะนั้นมีรถจยย.ขับขี่อยู่ด้านหน้า จากนั้นรถเก๋งเบี่ยงขวาเพื่อจะแซง เป็นจังหวะเดียวกับที่รถกระบะขับมาด้วยความเร็วในเลนขวา ทำให้ชนท้ายรถเก๋งเข้าอย่างแรง จากนั้นรถเสียหลักหมุนหลายตลบก่อนจะสะบัดไปฟาดกับเสาไฟฟ้าจนรถเก๋งเกือบขาดออกเป็น 2 ท่อน

ร.ต.อ.กิจจพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับคนขับรถกระบะขณะนี้ยังไม่พบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเช็คหมายเลขทะเบียนเพื่อประสานไปยังบริษัท พร้อมกับเชิญตัวคนขับมามอบตัวเพื่อทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา จากนั้นได้ส่งศพไปชันสูตรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หวาดเสียว! โคมไฟถ.ศรีนครินทร์ห้อยโตงเตงอันตราย หวั่นหล่นใส่รถวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไข

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เส้นทางบนถนนศรีนครินทร์ ทั้งขาเข้า-ออก พบเห็นโคมไฟส่องสว่างชำรุด ช่วงทางแยกออกถนนพระราม 9 ก่อนถึงรพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ มีโคมไฟส่องสว่างที่อยู่เกาะกลางถนน ห้อยลงมาทั้ง 2 ฝั่ง เป็นที่น่าหวาดเสียวของผู้ใช้ถนน เกรงว่าตกลงมาถูกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่แล่นผ่าน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน เพราะปริมาณการใช้รถบนถนนเส้นนี้ในแต่ละวันนับหมื่นคัน

ที่มา>>>ข่าวสด