หวาดเสียว! โคมไฟถ.ศรีนครินทร์ห้อยโตงเตงอันตราย หวั่นหล่นใส่รถวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไข

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เส้นทางบนถนนศรีนครินทร์ ทั้งขาเข้า-ออก พบเห็นโคมไฟส่องสว่างชำรุด ช่วงทางแยกออกถนนพระราม 9 ก่อนถึงรพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ มีโคมไฟส่องสว่างที่อยู่เกาะกลางถนน ห้อยลงมาทั้ง 2 ฝั่ง เป็นที่น่าหวาดเสียวของผู้ใช้ถนน เกรงว่าตกลงมาถูกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่แล่นผ่าน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน เพราะปริมาณการใช้รถบนถนนเส้นนี้ในแต่ละวันนับหมื่นคัน

ที่มา>>>ข่าวสด

ด.ช.วัย 14 เล่นซนปืนโต๊ะปิงปองร.ร.พลาดท่าล้มเหล็กเสียบก้น

 เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 20 มิ.ย. ศูนย์วิทยุกู้ชีพโรงพยาบาลปทุมธานี ได้รับแจ้งเด็กนักเรียนถูกเหล็กเสียบได้รับบาดเจ็บ ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงได้ประสานงานรถกู้ชีพนครรังสิตและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งเข้าช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยและครู กำลังช่วยอุ้มเด็กนักเรียนชายทราบชื่อด.ช.เอ (นามสมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ถูกเหล็กขึงตาข่ายโต๊ะปิงปอง เสียบที่ก้นลึกประมาณ 20 เซนติเมตร ร้องไห้อยู่ด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งจึงใช้เครื่องตัดถ่าง ตัดเหล็กที่เสียบคาก้นออกจากตัวโต๊ะปิงปอง และรีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลปทุมเวช เพื่อให้แพทย์เอาเหล็กที่เสียบคาอยู่ออกจากก้นเด็ก

สอบถามนายเจริญ ชัยสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า เด็กที่ได้รับบาดเจ็บนั้น เล่นอยู่กับเพื่อนในช่วงเวลาพักเที่ยง และปีนขึ้นไปเล่นบนโต๊ะปิงปอง และอาจจะพลาดล้มลงมากระแทกกับเหล็กที่ขึงตาข่ายโต๊ะปิงปองอยู่จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว แต่ถึงอย่างไรก็ตามให้อาจารย์ที่อยู่ในโรงเรียนได้ช่วยกันดูแลเด็กนักเรียน ไม่ให้เล่นซนแบบนี้ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ส่วนเด็กที่ได้รับบาดเจ็บนั้นตอนนี้ถึงมือแพทย์แล้วอาการปลอดภัย

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มใหญ่เมาเหล้าขาว40ดีกรี ขี่จยย.เสียหลักพุ่งตกคลองที่แห้งขอด คอหักดับสยอง

 เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. ร.ต.อ.สาลี ดวงอุประ รองสว.(สอบสวน) สภ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุรถจักรยายนต์หลุดโค้งตกคลองน้ำเสียชีวิต บริเวณถนนของหมู่บ้าน ซอยหนองบัวขาว ม.4 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน

ที่เกิดเหตุเป็นถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางโค้งหักศอก พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นรอยัล สีแดง ทะเบียน บ-8956 พิษณุโลก ร่วงตกลงไปในคลองน้ำที่แห้งขอดและมีป่าหญ้าปกคลุมหนาทึบ ใกล้กันพบศพเป็นชาย 1 ราย สภาพศพนอนอยู่ภายในคลองน้ำที่แห้งขอดลึกกว่า 5 เมตร สภาพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าแตะ มีรอยถลอกฟกซ้ำตามร่างกายหลายแห่ง คอหักจนสามารถหมุนได้รอบ คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ทราบชื่อนายอู๋ แสนคำ อายุ 61 ปี ชาวอ.เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องใช้ความพยามช่วยกันลำเลียงนำศพขึ้นมาจากคลองอย่างทุลักทุเล จากการสอบสวน น.ส.มะลิ มีจักร ญาติของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายอู๋ได้พกสุรา 40 ดีกรีมานั่งดื่มกินที่บ้านของตนและนั่งดื่มจนเมามาย จากนั้นนายอู๋จึงขอตัวกลับบ้าน ตนเห็นว่านายอู๋เมามากแล้วประกอบกับรถจักรยายนต์ของนายอู๋ไม่มีไฟหน้า เพราะถนนของหมู่บ้านไม่มีไฟส่องสว่าง กลัวจะเกิดอุบัติเหตุจึงบอกให้นายอู๋ขี่รถด้วยความระมัดระวัง จนเมื่อเวลา 11.00 น.ของวันนี้ มีชาวบ้านผ่านมาพบว่ารถของนายอู๋ร่วงตกลงไปอยู่บริเวณโพรงหญ้าในคลองน้ำ ช่วงทางโค้งของถนนพอดี จึงได้มาเรียกตนไปดูที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นนายอู๋เสียชีวิตแล้ว ก่อนแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานคาดว่า นายอู๋กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักละแวกดังกล่าว ประกอบกับมีอาการมึนเมาสุราและระหว่างทางมืดสนิทไม่มีไฟส่อง จึงไม่ทันระวัง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้งหักศอก จึงทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้ง จนร่างกระเด็นไปกระแทกกับพื้นดินตกลงอยู่ในคลองน้ำ เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ชนเกลื่อนถนน 6 ศพ! รถโม่ปูนข้ามเลน ประสานงา 6 ล้อกรมทางหลวงตราด

เกิดอุบัติเหตุรถโม่ปูนสิบล้อ ข้ามเลนมาประสานงากับรถ 6 ล้อของกรมทางหลวง หมวดทางหลวงแหลมกลัด บนถนนสุขุมวิทสาย 3 ตราด-คลองใหญ่ จ.ตราด มีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นคนงานของกรมทางหลวง บาดเจ็บสาหัส 2 รวมทั้งคนขับสิบล้อ…

วันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.ท.วิษณุ เขาวง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถ 10 ล้อโม่ปูนซีเมนต์ ชนประสานงากับรถ 6 ล้อ บนถนนสุขุมวิท 3 สายตราด-คลองใหญ่ หมู่ 4 บ้านตรอกแซง ต.ท่าพริก อ.เมืองตราด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยบุญช่วยเหลือจังหวัดตราดกำลังช่วยกันนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลตราดและโรงพยาบาลกรุงเทพตราดอย่างเร่งด่วนจำนวน 4 ราย ต่อมามีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลตราด 2 คน ส่วนในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 4 คน รวมแล้วมีผู้เสียชีวิต 6  คน

ตรวจสอบบนถนนพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-9008 จันทบุรี เป็นรถโม่ปูนซีเมนต์ ชนประสานงากับรถยต์กระบะ 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน 98-7080 กรุงเทพมหานครของกรมทางหลวง หมวดทางหลวงแหลมกลัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างผู้เสียชีวิตบริเวณที่นั่งคนขับพร้อมกับผู้ที่นั่งมาด้วยด้านข้างอีก 1 คน ของรถกรมทางหลวง ส่วนอีก 2 คนกระเด็กตกจากกระบะด้านหลังมาบริเวณถนน และเสียชีวิตเช่นกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งหมด 4 คนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6 ราย

สอบสวนเบื้องต้น ทราบจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่ารถ 10 ล้อ โม่ปูนซีเมนต์ได้วิ่งมาจากทางตัวเมืองตราด ส่วนรถ 6 ล้อของกรมทางหลวงบรรทุกคนงานรวมทั้งคนขับจำนวน 7 คนวิ่งมาจากทาง อ.คลองใหญ่ เพื่อมาทำธุระในตัวเมืองตราด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถโม่ปูนที่วิ่งสวนทางมาได้ข้ามเลนมาชนประสานงากับรถ 6 ล้อ อย่างแรง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว

ต่อมา ทราบชื่อผู้ที่สียชีวิตในที่เกิดเหตุ ได้แก่ 1 น.ส.รัชนี เพราะนิยม อายุ 37 ปี 2. นายเจริญ พรมดี อายุ 47 ปี 3. น.ส.น้อย ขาวคม อายุ 55 ปี 4. นายวรุฒ วงษ์ทอง อายุ 21 ปี ส่วนผู้เสียชีวิตที่ รพ.ตราด  1.นายมานิตย์ ตะพองมาตร อายุ 38 ปี 2. นายกิตติ เครือพิเศษ อายุ 35 ปี และผู้บาดเจ็บอาการสาหัสชื่อ นายสันติ จันทรเสน อายุ 38 ปี ทั้งหมดเป็นคนงานของกรมทางหลวง หมวดทางหลวงแหลมกลัด อ.เมืองตราด

ส่วนคนขับรถโม่ปูนได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพตราด ยังไม่ทราบชื่อ.

ที่มา>>>Thairath

6 ล้อขนคนงานเฉี่ยวรถกวาดถนนไปชนกระบะ-เก๋งวิ่งสวนมาที่ราชบุรี ตาย 1 เจ็บ 15

ภาพจาก: มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์

เกิดอุบัติเหตุบนถนนสายเจดีย์หัก-บ้านทุ่งปอ จ.ราชบุรี รถ 6 ล้อบรรทุกแรงงานพม่าเฉี่ยวชนกับรถกวาดถนนที่ใช้รถกระบะลากมา ก่อนไปชนกับรถเก๋งและรถกระบะที่วิ่งสวนทางมาแล้วพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 15 คน…

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 31 พ.ค.59 พ.ต.ท.ธวัช เคนดา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถหกล้อชนกับรถกระบะและรถเก๋ง มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายเจดีย์หัก-บ้านทุ่งปอ หมู่ 3 ต.เจดีย์หัก ไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ พบรถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 81-0780 ลำปาง พลิกคว่ำอยู่ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้ติดอยู่ใต้รถ ชาวบ้านกว่า 20 คน ได้ช่วยกันงัดรถหกล้อขึ้นและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เป็นคนงานชาวพม่า 10 ราย อาการสาหัส 4 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายจอวิน สัญชาติพม่า อายุ 50 ปี ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กธ 956 ราชบุรี ชนอัดติดกับรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 7818 ราชบุรี อยู่ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย เป็นเด็กนักเรียน 2 ราย และเป็นผู้ใหญ่ 3 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลราชบุรี รวมทั้งหมด 15 ราย อาการสาหัส 4 ราย และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 รายเร่งช่วยคนเจ็บ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถหกล้อวิ่งมาจากตัวเมือง บรรทุกคนงานก่อสร้างชาวพม่ามา 16 คน เพื่อจะไปทำงานก่อสร้างซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณครึ่งกิโลเมตร ขณะที่รถกำลังจะเลี้ยวซ้ายเพื่อจะไปสถานที่ทำงาน เกิดไปเฉี่ยวชนด้านหลังของรถกวาดถนนที่ใช้รถกระบะลากมา ทำให้รถเสียหลักหมุนไปฟาดกับรถกระบะและรถเก๋งที่วิ่งสวนทางมา ก่อนจะพลิกคว่ำ จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 15 ราย และเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ชิงตายก่อน! หนุ่มใหญ่เครียดคดีต้องขึ้นศาล หนีผูกคอดับในบ้านนนทบุรี

หนุ่มใหญ่นนทบุรี เครียดคดีค้างเก่า ขับรถเทรลเลอร์ประสบอุบัติเหตุทำคนตายเมื่อ 12 ปีก่อน นายจ้างมารับตัวไปขึ้นศาลปทุมธานี พบ ผูกคอเสียชีวิตในห้องน้ำ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 พ.ค. 59 ร.ต.อ.ศุภกร จันทมัตตุการ รอง สว.สส.สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 64/1 หมู่ 7 ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ถนนเลียบคลองลากค้อน จึงพร้อมด้วยแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่ชั้นล่างบนเก้าอี้ยาว พบศพ นายธง พลายละหาร อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/1 ม.7 ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย บริเวณลำคอมีรอยเชือก ภายในห้องน้ำด้านหลังพบเชือกไนลอนสีขาวผูกติดอยู่กับขื่อ ถูกตัดลงมา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายวสันต์ ปิ่นทอง อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 เล่าว่า ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า นายธง ผูกคอตายในห้องน้ำ จึงเดินทางมาและช่วยกันนำร่าง นายธง ลงมา พร้อมทั้งแจ้งแพทย์ประจำอนามัยใกล้ที่เกิดเหตุเดินทางมาช่วยเหลือแต่ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยก่อนหน้านี้ นายธง บ่นกับ นายวสันต์ ว่า อยากตายและคิดมากเรื่องคดีเก่า ที่เคยขับรถเทรลเลอร์บรรทุกรถแบ็กโฮไปประสบอุบัติเหตุ จนทำให้คนที่นั่งมาในรถด้วยกันเสียชีวิต เมื่อ 12 ปีก่อน ในพื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

หนีผูกคอดับภายในห้องน้ำในบ้าน จ. นนทบุรี หนุ่มใหญ่เครียดคดีต้องขึ้นศาล 12 ปี 

ขณะที่วันนี้ นายพีรเดช แพงภูงา อายุ 39 ปี นายจ้าง เดินทางจะมารับ นายธง ไปศาลจังหวัดปทุมธานี กลับพบว่า นายธง ผูกคอเสียชีวิตแล้ว กล่าวว่า นายธง เป็นคนขับรถอยู่ที่บ้าน และคอยให้ความช่วยเหลือเดินเรื่องคดีต่างๆ เกี่ยวกับคดีเมื่อ 12 ปีก่อน โดยศาลนัดสืบเสาะว่าจะไม่หลบหนีไปไหน และที่ผ่านมาก็ไม่ได้หลบหนี อยู่บ้านที่เกิดเหตุตลอด และไม่เคยได้หมายอะไร กระทั่งมาถูกออกหมายจับเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา และวันนี้เป็นวันที่ศาลนัด จึงมารับ

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายธง ใช้ให้ น.ส.สุภัสรี นนทรักษ์ อายุ 22 ปี ไปรับภรรยา นายธง ที่ทำงานเพื่อที่จะไปศาลด้วยกัน แต่เมื่อกลับมาไม่เห็น นายธง ออกตามหาพบว่าห้องน้ำล็อกอยู่จึงตะโกนเรียกไม่มีคนตอบ ปีนห้องน้ำดูพบว่า นายธงผูกคอ จึงพังประตูเข้าไปนำมีดตัดเชือกนำตัวนายธง ลงมาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจมอบให้มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath

รถพ่วง 18 ล้อชนแหลกบน ถ.สุขุมวิท ตาย 1 เจ็บ 4 คาดโชเฟอร์หลับใน

(เครดิตภาพจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพฯ)

รถพ่วง 18 ล้อ วิ่งส่ายก่อนข้ามเลนพุ่งชนรถบรรทุกแก๊ส 22 ล้อ แล้วเสียหลักชนรถยนต์ส่วนบุคคล มีรถมาชนต่อท้ายจนเป็นอุบัติเหตุใหญ่ระเนระนาดบนถนนสุขุมวิทขาออก อ.เมืองสมุทรปราการ ผลตาย 1 เจ็บ 4 คาดโชเฟอร์รถพ่วงหลับใน…

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 21 เม.ย. 59 ร.ต.ท.บดินทร์ ดอนชวนชม รอง สว.สอบสวน สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันมีผู้บาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิทขาออก มุ่งหน้าคลองด่านใกล้วัดแสงธรรม หมู่ 4 ต.บางปูเก่า อ.เมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนสองเลนวิ่งสวนทางกัน บนถนนฝั่งมุ่งหน้าคลองด่านพบรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ แอดแวนเจอร์ สีแดง-เทา ทะเบียน ภฮ 4298 กรุงเทพมหานคร ถูกรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนหางพ่วง 71-5317 ชลบุรี ของ บจก.ซีอาร์ที ทรานสปอร์ต พุ่งชนด้านหน้า จนทั้งสองคันพังยับเยิน ภายในรถอีซูซุ พบศพ นางพเยาว์ ปุ่มฆ้อง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/275 หมู่ 3 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ร่างอัดติดอยู่กับคอนโซลหน้ารถ เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างทำการงัดศพออกมา ในสภาพคอหัก แขนทั้งสองข้างหัก มีแผลฉีกที่ขาขวา

นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ฎว 3315 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่กลางถนน สภาพหน้ารถพังยับ ตู้ด้านหลังหลุดออกจากโครงรถ ห่างออกไป 50 เมตร พบรถสองแถว ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 10-7057 สมุทรปราการ วิ่งระหว่างปากน้ำ-คลองด่าน สภาพพังยับเยิน โครงหลังคาด้านหลังขาดกระเด็นไปตกอยู่ข้างทาง ส่วนตัวถังรถหลุดออกจากแชตซีห่างออกไป 30 เมตร พบรถบรรทุกแก๊ส 22 ล้อ ยี่ห้อวอลโว่ สีขาว หัวพ่วงทะเบียน 83-3470 สมุทรปราการ หางพ่วงทะเบียน 83-9691 สมุทรปราการ จอดอยู่ข้างถนน สภาพยางและกระทะล้อหลุดออก 2 ล้อ

ในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย อาการสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู และโรงพยาบาลเมืองสมุทรบางปู

จาการสอบสวน คนขับรถบรรทุกแก๊ส ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ตนขับรถนำแก๊สไปส่งในย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู และกำลังขับรถกลับบริษัทที่ จ.ระยอง มาถึงจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นรถพ่วง 18 ล้อคันดังกล่าวขับมาจากคลองด่านมุ่งหน้าบางปูด้วยความเร็ว และส่ายไปมาในระยะไกล จึงได้หักหลบเข้าชิดขอบทางด้านซ้ายและลดความเร็วลง เนื่องจากเกรงว่ารถพ่วงจะส่ายเข้ามาชน แต่พอรถพ่วงขับเข้ามาใกล้ กลับพุ่งข้ามเลนเข้าหารถตน จึงได้เร่งความเร็วเพื่อให้พ้นจากรถพ่วง แต่ไม่พ้น และได้พุ่งเข้ามาเฉี่ยวชนบริเวณล้อหลังด้านขวา ก่อนที่จะพุ่งไปชนประสานงากับรถนั่งส่วนบุคคลอีซูซุ แอดแวนเจอร์ สีแดง-เทา ที่ขับตามหลังรถตนมาอย่างแรงขณะเดียวกัน รถกระบะตู้ทึบสีขาวที่ขับตามหลังมา ได้พุ่งชนท้ายรถนั่งส่วนบุคคลคันดังกล่าว จนเสียหลักพลิกคว่ำออกไปกลางถนน เป็นเหตุให้ตู้ท้ายกระบะหลุดออกจากตัวรถ กระเด็นไปกระแทกรถสองแถวที่วิ่งสวนมาจนรถพังยับ ทำให้รถอีกหลายคันที่ตามมาได้พากันเบรกกันอุตลุด หลังเกิดเหตุได้วิ่งลงมาดู พบว่ามีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ส่วนคนขับรถบรรทุกพ่วงคันต้นเหตุได้อาศัยจังหวะช่วงชุลมุนหลบหนีไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ระหว่างที่คนขับรถบรรทุกพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ขับมาตามถนนน่าจะหลับใน เนื่องจากเป็นช่วงเช้าตรู่ ก่อนที่จะพุ่งข้ามเลนมาชนกับรถคันอื่น เป็นเหตุให้มีรถเสียหายหลายคัน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวโชว์เฟอร์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ มาทำการสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath