ฝนตกหนักภูเก็ตน้ำท่วมหมู่บ้านชาวเลฯราไวย์สูงกว่า 40 ซม.

 เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมในจังหวัดภูเก็ตหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ถนนภายในหมู่บ้าน ชาวไทยใหม่ หรือชาวเลราไวย์ บริเวณหมู่ 2 ระหว่างซอยตาบวนกับซอยบ้านออก ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง โดยระดับน้ำท่วมสูงกว่า 40 เซนติเมตร และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้าคือเมื่อ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา น้ำได้ท่วมสูงต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน เนื่องจากไม่มีทางระบายน้ำ หลังเกิดน้ำท่วมเมื่อชาวเลฯนำเครื่องสูบน้ำของทางเทศบาลตำบลราไวย์พร้อมไปติดตั้ง เพื่อสูบน้ำออกจากจุดน้ำท่วมให้ไหลลงสู่ทะเลอีกครั้งเพื่อแก้ปัญหา ส่วนพื้นที่อื่นๆ เช่นที่ปากซอย ทรายทอง ม.7 ต.กะทู้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีน้ำท่วมผิวจราจรสูง ประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นทางเข้าออกทางเดียวของหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในซอย สัญจรไปมาด้วยความลำบาก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสายที่ผ่านมาฝนหยุดตก ทำให้หลายพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังลดระดับลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องเฝ้าระวังต่อไปอีกครั้ง เนื่องจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกแจ้งเตือนว่า ทะเลอันดามันและช่องแคบมะละกา มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 8-18 นอต หรือ 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ที่มา>>>ข่าวสด

บึงกาฬฝนตกติดต่อหลายวัน เขตเทศบาลน้ำท่วมหลายจุด-ต้นไม้โค่นปิดทางหลวง

 เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้และอ่าวไทย ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬมีฝนตกลงมาติดต่อกันเป็นระยะนานกว่า 5 วัน และยังมีลมกระโชกแรงเป็นเหตุให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เกิดอยู่ข้างทางหลวงสาย อ.เซกา-อ.บึงโขงหลง ล้มทับปิดถนนทั้ง 2 เลนรถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ตรงกิโลเมตรที่ 25-26 บ้านอุดมทรัพย์ ต.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงเซกา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างศรีวิไลจุดบึงโขงหลง และตำรวจเซกา ต้องนำอุปกรณ์มีดและเลื่อยโซ่ยนต์มาตัดทอนกิ่งไม้ และต้นไม้ออกจึงสามารถเปิดเส้นทางให้รถวิ่งผ่านไปมาได้สะดวก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์นี้ ส่วนสถานการณ์น้ำในจังหวัดบึงกาฬ หลังผู้สื่อข่าวตระเวนดูพบว่า หลายจุดที่เป็นจุดเสี่ยงและมีประวัติน้ำเอ่อท่วมในปีผ่านมา พบว่าน้ำในลำห้วย เช่น แม่น้ำสงคราม ลำห้วยซาว ก็เริ่มจะปริ่มริมตลิ่งแล้ว หากฝนยังตกลงมาอีกน้ำคงท่วมที่นาอย่างแน่นอน ซึ่งบางแปลงพึ่งปลูกและหว่านข้าวใหม่ๆ แต่บางคนก็ยังไม่ได้ปักดำ เพราะต้องรอต้นกล้าให้แก่ก่อน ส่วนในเขตเทศบาลบึงกาฬน้ำระบายไม่ทันหลายจุด ทำให้น้ำท่วมสูงถึงหัวเข่าในบ้านพักเจ้าหน้าที่ รพ.บึงกาฬ และโรงเรียนบึงกาฬ ต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายออกตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีหน่วยทหาร กกล.รส.บึงกาฬ คอยเฝ้าเครื่องและเติมน้ำมัน ส่วนเทศบาลวิศิษฐ์ก็มีน้ำท่วมขังในถนนรักสงบหน้าที่ทำการตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และถนนพ้นทักภัยท่วมขังตรงจุดทางลงไปโรงเรียนมหาไถ่ศึกษา แต่รถก็ยังวิ่งผ่านไปมาได้

ที่มา>>>ข่าวสด

แล้งวิกฤติ! ชาวบ้านปิดล้อมแย่งน้ำเทศบาลเมืองคอน ห้ามสูบหวั่นตลิ่งพัง

แล้งเมืองคอนวิกฤติ!! น้ำประปาเทศบาลขาดแคลนหนัก-ชาวบ้านเปิดศึกแย่งน้ำ แห่ปิดล้อมบ่อน้ำห้ามไม่ให้เทศบาลสูบน้ำไปใช้ผลิตน้ำประปา เหตุทำให้ตลิ่งพัง ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนอย่างหนัก…

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครศรีธรรมราช ว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่วิกฤติอย่างหนัก หลังจากน้ำประปาในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชหยุดไม่ไหลมานานเกือบ 2 เดือนแล้ว จนชาวบ้านในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักไปทั่วทุกครัวเรือน ซึ่งแม้ว่าทางผู้บริหารเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้วิ่งหาแหล่งน้ำดิบมาผลิตน้ำประปากันวุ่นหลายแห่ง แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ยิ่งสร้างความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแหล่งน้ำดิบที่บ่อน้ำนาทราย ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งทางเทศบาลนครนครศรีธรรมราชใช้เป็นแหล่งน้ำดิบที่สูบไปผลิตน้ำประปาตลอด 24 ชม. แต่ก็ยังไม่เพียงกับความต้องการของประชาชนในเขตเทศบาล ที่ต้องสูบน้ำไปใช้ตลอด 24 ชม.ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ได้มีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาทราย จำนวนประมาณ 50 คน ได้เดินทางมาปิดล้อมบริเวณบ่อน้ำนาทราย หมู่ 1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้หยุดทำการสูบน้ำจากบ่อน้ำนาทรายดังกล่าวทันที เพราะได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ต.นาทราย เป็นอย่างมาก ทำให้ขาดแคลนน้ำไม่มีน้ำใช้ และยังทำให้ตลิ่งพัง ทำให้พืชผลด้านการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากการสูบน้ำจากบ่อน้ำดังกล่าวไปใช้มากเกินไป ชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาทราย ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จนในที่สุดนายสุดเจริญ สุดสมบูรณ์ นายก อบต.นาทราย ได้เดินทางมาเจรจากับชาวบ้าน และสั่งหยุดเครื่องสูบน้ำของเทศบาลทันที ตามความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.

ที่มา>>>Thairath