หนุ่มกินแต่เหล้าน้อยใจพ่อด่าไม่ทำงานผูกคอดับกับขื่อบ้าน

เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 19 ก.ย. ร.ต.อ.อนุพงษ์ บุญนาน สภ.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งมีคนผูกคอตายเสียชีวิต ในบ้านเลขที่ 226 หมู่ 6 ต.หนองไผ่ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีและเจ้าหน้ามูลนิธิส่งเสริมธรรมอุดรธานี
201609191204491-20041020130510ที่เกิดเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นเดียว พบร่างของนายสำลี แสนสวาท อายุ 36 ปี ลูกชายของนายไสว แสนสวาท อายุ 57 ปี เป็นเจ้าของบ้านใช้เชือกไนล่อนสีแดง ผูกคอตายเข้ากับขื่อ หลังคาในห้องนอนของตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างลงมา จากการสอบสวน นายไสวให้การว่า ตนมีลูก 3 คนผู้ตายเป็นลูกชายคนโต แต่ไม่ทำมาหากิน ชอบดื่มเหล้าทุกวัน ตนบ่นให้เขาเลิกกินเหล้าให้ช่วยงานพ่อแม่เหมือนน้องทั้ง 2 คน ก่อนเหตุช่วงหัวค่ำลูกชายไปดื่มเหล้าบ้านเพื่อน ตนจึงให้ลูกเล็กไปตามกลับมาบ้าน ตนก็ได้ต่อว่าเรื่องไปกินเหล้าบ้านคนอื่นอีก จากนั้นผู้ตายก็เข้าไปในห้องนอนจนภรรยาตนมาตรวจดูลูกๆ ทุกคนจึงพบว่าลูกชายคนโตผูกคอตายเสียแล้ว

หลังจากนั้นแพทย์ได้ชันสูตรพลิกศพ ตามร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆ พบแต่ที่ลำคอมีรอยเขียวช้ำ ผู้ตายคงเสียชีวิตเกิดจากขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิต มาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งทางญาติไม่ติดใจการตายครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แล้วมอบศพให้ญาติ นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผงะ!ศพชายนิรนามถูกฆ่ารัดคอลอยอืดกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พ.ต.ท.อำนาจ ประเทือง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท ได้รับแจ้งพบศพลอยน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มาติดที่สะพานธรรมามูล บริเวณหน้าวัดธรรมามูลวรวิหาร ต.ธรรมามูล จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแจ้งอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาท201609171125554-20100819161612ที่เกิดเหตุพบศพนอนหงายลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา จึงลงเรือนำศพขึ้นจากแม่น้ำที่บริเวณหน้าโรงเรียนวัดธรรมามูล หมู่ 1 ต.ธรรมามูล แล้วแจ้งแพทย์เวรโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรตรวจชันสูตรศพจากการตรวจสอบพบว่าเป็นศพชายรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165 เซนติเมตร อายุประมาณ 30-35 ปี สภาพศพเน่าเปื่อย สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวลายดำ กางเกงยืดขาสั้นสีดำ มีเชือก 2 เส้นรัดคอ เป็นเชือกไนล่อนสีเขียวและอีกเส้นใหญ่กว่าเป็นเชือกมะนิลาสีขาว ที่ต้นแขนซ้ายและต้นแขนขวามีรอยสักเป็นตราสัญลักษณ์คล้ายไม้กางเขนและอักษรคล้ายภาษาพม่า จากการชันสูตรของแพทย์เบื้องต้นทราบว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน โดย เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดชัยนาทแล้ว ไม่มีการแจ้งคนหายแต่อย่างใด คาดว่าศพลอยน้ำมาจากจังหวัดอื่น และอาจเป็นแรงงานต่างด้าวถูกฆ่ารัดคอโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หากสงสัยว่าเป็นญาติหรือคนรู้จักสามารถติดต่อได้ที่ สภ.เมืองชัยนาท โทรศัพท์ 0-5642-1354

ที่มา>>>ข่าวสด

ชิงตายก่อน! หนุ่มใหญ่เครียดคดีต้องขึ้นศาล หนีผูกคอดับในบ้านนนทบุรี

หนุ่มใหญ่นนทบุรี เครียดคดีค้างเก่า ขับรถเทรลเลอร์ประสบอุบัติเหตุทำคนตายเมื่อ 12 ปีก่อน นายจ้างมารับตัวไปขึ้นศาลปทุมธานี พบ ผูกคอเสียชีวิตในห้องน้ำ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 พ.ค. 59 ร.ต.อ.ศุภกร จันทมัตตุการ รอง สว.สส.สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 64/1 หมู่ 7 ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ถนนเลียบคลองลากค้อน จึงพร้อมด้วยแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่ชั้นล่างบนเก้าอี้ยาว พบศพ นายธง พลายละหาร อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/1 ม.7 ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย บริเวณลำคอมีรอยเชือก ภายในห้องน้ำด้านหลังพบเชือกไนลอนสีขาวผูกติดอยู่กับขื่อ ถูกตัดลงมา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายวสันต์ ปิ่นทอง อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 เล่าว่า ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า นายธง ผูกคอตายในห้องน้ำ จึงเดินทางมาและช่วยกันนำร่าง นายธง ลงมา พร้อมทั้งแจ้งแพทย์ประจำอนามัยใกล้ที่เกิดเหตุเดินทางมาช่วยเหลือแต่ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยก่อนหน้านี้ นายธง บ่นกับ นายวสันต์ ว่า อยากตายและคิดมากเรื่องคดีเก่า ที่เคยขับรถเทรลเลอร์บรรทุกรถแบ็กโฮไปประสบอุบัติเหตุ จนทำให้คนที่นั่งมาในรถด้วยกันเสียชีวิต เมื่อ 12 ปีก่อน ในพื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

หนีผูกคอดับภายในห้องน้ำในบ้าน จ. นนทบุรี หนุ่มใหญ่เครียดคดีต้องขึ้นศาล 12 ปี 

ขณะที่วันนี้ นายพีรเดช แพงภูงา อายุ 39 ปี นายจ้าง เดินทางจะมารับ นายธง ไปศาลจังหวัดปทุมธานี กลับพบว่า นายธง ผูกคอเสียชีวิตแล้ว กล่าวว่า นายธง เป็นคนขับรถอยู่ที่บ้าน และคอยให้ความช่วยเหลือเดินเรื่องคดีต่างๆ เกี่ยวกับคดีเมื่อ 12 ปีก่อน โดยศาลนัดสืบเสาะว่าจะไม่หลบหนีไปไหน และที่ผ่านมาก็ไม่ได้หลบหนี อยู่บ้านที่เกิดเหตุตลอด และไม่เคยได้หมายอะไร กระทั่งมาถูกออกหมายจับเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา และวันนี้เป็นวันที่ศาลนัด จึงมารับ

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายธง ใช้ให้ น.ส.สุภัสรี นนทรักษ์ อายุ 22 ปี ไปรับภรรยา นายธง ที่ทำงานเพื่อที่จะไปศาลด้วยกัน แต่เมื่อกลับมาไม่เห็น นายธง ออกตามหาพบว่าห้องน้ำล็อกอยู่จึงตะโกนเรียกไม่มีคนตอบ ปีนห้องน้ำดูพบว่า นายธงผูกคอ จึงพังประตูเข้าไปนำมีดตัดเชือกนำตัวนายธง ลงมาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจมอบให้มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath

พบโครงกระดูก คาดหนุ่มเก็บเงินกู้ หายตัวนาน 7 เดือน จ่อตรวจ ดีเอ็นเอ

ตร.สภ.ปากช่อง พบโครงกระดูกห่อด้วยถุงพลาสติก ถูกทิ้งกองต้นมันสำปะหลัง คาดเป็นศพหนุ่มเก็บเงินกู้ที่หายตัวไป หลังมาเก็บเงินลูกหนี้เมื่อ 7 เดือนก่อน เรียกญาติ ตรวจดีเอ็นเอ เพื่อความชัดเจน เร่งตามหาลูกหนี้ต้องสงสัย

เมื่อช่วงสายวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ร.ต.อ.วิวรรธน์ โภคาสี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีผู้พบศพโครงกระดูกถูกห่อด้วยถุงพลาสติกและสแลนสีดำมัดด้วยเชือกไนลอน ทิ้งไว้ข้างกองต้นมันสำปะหลัง คาดจะเป็น นายชัยวัฒน์ หรือหนึ่ง ภู่กันแก้ว อายุประมาณ 33 ปี บ้านเดิมอยู่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่เก็บเงินกู้ของบริษัทแห่งหนึ่ง ใน จ.นครราชสีมา ที่หายตัวไปเมื่อ 7 เดือนก่อน

เจ้าหน้าที่ได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อญาติ ที่อยู่ จ.นครสววรค์ มาให้รายละเอียด พร้อมเก็บดีเอ็นเอ นำมาเปรียบเทียบกับ ดีเอ็นเอ ของศพ ที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บเส้นผมไว้ ส่วนศพ ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต ที่แผนกนิติเวช รพ.ตำรวจแล้ว

ส่วนทางด้านคดี พ.ต.อ.บัญญัติ ทั่งกลาง ผกก.(สอบสวน) ภ.จ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ให้ลงมากำกับดูแล การวางรูปคดี การสอบสวนว่าเกิดจากสาเหตุใด รวมทั้งหาพยานหลักฐาน ทั้งบุคคล และวิทยาศาสตร์ เพื่อจะได้หาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้นำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยจะลงไปตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งว่าจะมีอะไรที่สามารถเก็บมาเป็นหลักฐานได้อีก ทั้งนี้หากเกี่ยวข้องกับการออกเก็บเงินกู้ เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ก็จะต้องสอบสวนให้ได้และเชื่อมโยงกันทั้งที่เกิดเหตุ บุคคลผู้ต้องสงสัย จุดที่พบรถจักรยานยนต์ว่ามีความสัมพันธ์กันขนาดไหน ถ้าสงสัยเกี่ยวข้องก็จะเรียกตัวมาสอบสวน หรือพิจารณาขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับต่อไปมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2558 ได้มีการแจ้งความว่า นายชัยวัฒน์ หรือหนึ่ง ภู่กันแก้ว อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 578/4 หมู่ 6 ต.ลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ที่มาทำเงินเป็นพนักงานเก็บเงินกู้ของบริษัท แห่งหนึ่ง ใน จ.นครราชสีมา ได้หายตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซีบีอาร์ สีน้ำเงินทะเบียน จขฉ 228 นครราชสีมา หลังจากมาเก็บเงินกู้ลูกหนี้รายหนึ่ง ในหมู่บ้านซับสวอง หมู่ที่ 6 ต.ขนงพระ ซึ่งตามปกติจะมีเพื่อนพนักงานมาด้วย แต่วันนั้นเพื่อนพนักงานลาหยุด จึงออกมาคนเดียว แต่ก่อนที่จะเข้ามาเก็บกับลูกหนี้รายนี้ยังติดต่อโทรศัพท์กับเพื่อนร่วมงาน แต่หลังจากนั้นก็หายตัวไปติดต่อไม่ได้ ก็มีการออกสืบสวนถึงผู้ต้องสงสัย ก็พบว่าได้หายตัวออกจากบ้านไป.

ที่มา>>>Thairath