ร้อยตรีสายโหดที่วางยาเบื่อหมาไก่ตายเกลื่อนกองร้อย ล่าสุดโดนเด้งออกนอกพื้นที่แล้ว แต่กลับมีความจริงอีกด้านที่หลายคนฟังแล้วต้องอึ้ง!!!

จากกรณีมีคลิปเหตุการณ์ของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานในฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 4402 บ้านลาลอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี กำลังขุดหลุมฝังศพสุนัข ที่ถูกผู้บังคับบัญชากองร้อย วางยาเบื่อ -ใช้หนังสติ๊กยิงจนตายจำนวนหลายสิบตัว เผยแพร่ในโลกโซเชียล และต่อมาทาง กอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และทราบมาว่า ฐานปฏิบัติดังกล่าว มีผู้บังคับกองร้อย คือ ร้อยตรี สมยศ ทิพย์รัตน์ คุมอยู่นั้น

ล่าสุด (8 มิถุนายน 2560) เฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND ได้โพสต์ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า หลังจากที่ทางผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 44 (ผบ.ฉก.ทพ.44) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสาเหตุดังกล่าวเกิดจากฐานปฏิบัติการดังกล่าว อยู่ในชุมชนหมู่บ้านซึ่งมีสุนัขจรจัดอาศัยอยู่จำนวนมาก และมักจะเข้ามากินเศษอาหารที่เหลือภายในหน่วยอยู่เป็นประจำ

ต่อมาสุนัขจรจัดมีจำนวนมากขึ้น ทำให้อาหารไม่พอกิน จึงได้ไปกัดสัตว์เลี้ยง อาทิ แพะ แกะ เป็ด และไก่ของชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจึงมาเรียกร้องค่าชดเชย จนระยะหลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ ผบ.ร้อย.ทพ.4402 คนดังกล่าว ทำการวางยาเบื่อสุนัขจรจัดเพื่อตัดปัญหานั่นเอง ส่วนเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานที่อยู่ในคลิปทั้ง 2 นาย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางยาแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นผู้ถูกสั่งให้มาฝังสุนัขที่ตายแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินการกับ ผบ.ร้อย.ทพ.4402 คนก่อเหตุวางยาสุนัขนั้น ล่าสุด ทาง ผบ.ฉก.ทพ.44 ได้ออกคำสั่งให้ออกนอกพื้นที่และมาช่วยราชการที่กรมทหารพราน พร้อมดำเนินการสอบสวนลงโทษทางวินัยทหาร จากนั้นจะส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ฯ ซึ่งเป็นคดีอาญาแผ่นดินต่อไป

ที่มา : เฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND / johjae

“หายใจไม่ออก” ข้อความสุดท้ายจากพี่ชาย อุทาหรณ์เตือนใจสุดเศร้าจากผู้สูญเสีย

โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Sakdithat Tuwichian ซึ่งเป็นภาพที่มีลายมือเขียนแทบไม่รู้เรื่องบนกระดาษแผ่นเล็กๆ พร้อมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง โดยได้รับการแชร์ออกไปถึงกว่า 3 หมื่นครั้งแล้ว และอีกกว่า 2 หมื่นคอมเม้นต์ ที่แท้กชื่อคนที่รัก ให้ได้อ่านข้อความนี้

โดยข้อความได้ระบุว่า “เศร้าแท้…บังเอิญเจอกระดาษแผ่นนี้ พี่ชายผมเขียนไว้ก่อนสิ้นลม อ่านว่า …… “ห า ย ใ จ ไ ม่ อ อ ก”

ตอนเขาเขียน เขาพูดไม่ได้ เพราะใส่เครื่องช่วยหายใจ ..คิดดูเถอะ ขนาดใส่เครื่องหายใจยังเขียนว่าหายใจไม่ออก… .จริงๆผมไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องนี้ เพราะมันผ่านมาแล้ว แล้วก็อยากให้ผ่านๆไปเร็วๆ… จนมาเจอกระดาษแผ่นนี้ .. ขอเล่า ละกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใคร…

.. พี่ผมเป็นมะเร็งปอด รู้ตัวก็ระยะสุดท้าย..คืนก่อนเขาจะเสีย ผมนั่งเฝ้าเขาทั้งคืน ยันถึงเช้า ผมเห็นทุกอย่างทุกนาทีว่าเขาเจ็บปวดยังไง.. เห็น ที่เขาพยายามดึงท่อที่คอออก.. เห็นที่เขาจ้องหน้าผมแล้วน้ำตาไหล บีบมือผมไว้แน่นเหมือนพยายามจะพูดอะไร .. เห็น จนวินาทีที่เขาจากไป.. เห็น ทั้ง 4-5 ครั้ง ที่หมอพยายามปั๊มหัวใจยื้อขีวิต และผมเองนี่แหละที่บอกหมอว่า “พอเถอะ ไม่ต้องปั๊มแล้ว”.. ผมนี่แหละ วิ่งตามไปปลอบแฟนเขาที่วิ่งไปนอนดิ้นร้องไห้หน้าบันไดโรงพยาบาล ..ผมนี่แหละเป็นคนโทรบอกข่าวร้ายกับญาติๆ…ก็ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนั้นยังไงได้หมด ไม่รู้ว่าบอกใครให้เชื่อได้ยังไงว่า บุหรี่คือสาเหตุที่ฆ่าพี่ชายผม ไม่รู้จะบอกใครยังไงให้เชื่อ เพราะก่อนพี่ชายจะเขา รพ.ผมเองก็ยังไม่เชื่อ.. แล้วก็คงไม่ต้องสงสัย ว่าทำไมผมถึงไม่แตะ บุหรี่ เหล้า อีกเลย .. ..แล้วก็ไม่ได้จะมาบอกให้ใครเลิกหรือให้ใครเชื่อ “แค่จะบอกว่าgooกับพี่ชายเลิกได้เพราะอะไร..”แล้วก็จะบอกว่ามันมีวิธีเลิกที่ดีกว่านี้ ..

รู้นะว่าคนสูบบุหรี่ไม่อยากอ่านหรอก หรืออ่านก็จะหาข้อแม้มาหักล้าง เพราะกรูเคยเป็นมาก่อน ให้สะเทือนใจยังไง มันก็เรืองของคนอื่น ไม่เห็นจะเกี่ยว.. จนมาเจอกับตัวเอง ป่วยเองจากโรคทางเดินหายใจ พี่ชายแท้ๆจากไปเพราะมะเร็งปอด …”ถึงได้เข้าใจนี่งะ”

“ขออภัย เล่ายาวไปหน่อย ใจจริงอยากให้มันหายมาเล่าเองนะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปนาที “น้องน้ำตาล” สวมชุดว่ายน้ำเซ็กซี่โชว์ตัวรอบแรก “มิสยูนิเวิร์ส 2016”

วันที่ 26 ม.ค. เฟซบุ๊กเพจนางงาม และชาวโซเชียลมีเดีย แห่แชร์คลิปนาที “น้องน้ำตาล” ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ อวดโฉมในชุดว่ายน้ำในรอบ พรีลิมินารี ของการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ชิงมงกุฏแห่งจักรวาล ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยแฟนๆ ชาวไทย ต่างชื่นชมน้องน้ำตาลที่เดินออกมาได้อย่างโดดเด่นและสวยงาม ไม่เป็นรองคู่แข่ง

 ขอบคุณ นางงาม

ขอความเป็นธรรม! แม่เจ็บหนัก 4 เดือนก่อนดับ เหตุโดนแทง เผาซ้ำ คนทำยังลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ มีการแชร์เรื่องจากสมาชิกเฟซบุ๊ก BOok GEe ซึ่งได้ขอความเป็นธรรมหลังจาก เกิดเหตุการณ์มารดาถูกทำร้ายร่างกาย โดยแทงและจุดไฟเผาตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนที่มารดาจะเสียชีวิตลงเมื่อวานนี้ (17 ม.ค.) ซึ่งเกิดมาจากปัญหาระหว่าง ลูกสาวของผู้ตายอยากเลิกกับผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมและบุกเข้าทำร้ายในบ้าน

โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายดังกล่าว ได้โพสต์ข้อควมว่า ” “แซม กิติพงษ์ ..คุณเป็นใครถีงได้ไม่มีจิตสำนึกขนาดนี้ บุกบ้านแม่ผม แทงแม่ผม แล้วเอาน้ำมันราด จุดไฟเผาแม่อีก ให้ท่านทุกทรมานอยู่โรงพยาบาลจนท่านทนไม่ไหว..จากผมไป…ใจคุณทำด้วยอะไร แม่ผมไปทำอะไรให้คุณนักหนา แล้วมีหน้าไปโพสต์ยกนิ้วภูมิใจไร้จิตสำนึกมาก ฆ่าแม่คนอื่น…แล้วภูมิใจที่ได้กลับมากินข้าวต้มฝีมือแม่ที่บ้าน …เพื่อนๆช่วยกันแชร์ครับ คนใจหมาแบบนี้ ขอความเป็นธรรมให้กับแม่ผม แชร์ให้ถึงผู้รักษากฏหมายเมืองไทย “อย่าให้มันได้กินข้าวต้มกับแม่มันอีก”ทั้งนี้ พบว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ลงบันทึกประจำวันไว้เมื่อเดือนกันยายน 59  เพราะผู้ก่อเหตุคบหากับลูกสาวของผู้ตาย และมักจะทำร้ายฝ่ายหญิงอยู่เสมอ ภายหลังผู้เป็นแม่จึงขอให้เลิกยุ่งเกี่ยวต่อกัน สร้างความโกรธแค้นให้กับผู้ก่อเหตุและขู่อาฆาตเอาชีวิตคนในครอบครัวฝ่ายหญิงมาโดยตลอดล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายแซมบุกเข้ามาในบ้านกลางดึก พยามจะทำร้ายฝ่ายหญิงโดยใช้อาวุธมีดแทง แต่ผู้เป็นแม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงออกไปช่วยและถูกทำร้าย หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุใช้น้ำมันที่เตรียมมาราดจุดไฟเผาผู้เป็นแม่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นคนร้ายรายนี้ยังได้โพสต์ระบายความในใจและภาพตนเองลงในเฟซบุ๊ก ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ประกันตัวออกไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“น้องน้ำเต้า” โดนไล่ไปเกิดใหม่

หลังมีการนำเสนอข่าว “น้องน้ำเต้า นวลปรางค์” ไปเสริมจมูกเพิ่มความน่ารัก ปรากฏว่ามีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ หลายๆ ความเห็นรุนแรงมาก จนน้องน้ำเต้าเกิดอาการน้อยใจล่าสุด น้องน้ำเต้า โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่มีชาวเน็ตหลายคนมาด่าเธอเรื่องรูปร่างหน้าตา โดยน้องน้ำเต้าระบุว่าขอบคุณทุกคอมเมนต์ที่เข้าไปด่าค่ะขอบคุณมากๆ

#คนเราใครอยากตายคะพี่ๆทั้งหลายมาบอกให้หนูไปตายแล้วเกิดใหม่คนเราเลือกเกิดไม่ได้ถ้าเลือกได้จะเอามาทุกอย่างล่ะค่ะที่จะไม่ทำให้เป็นเสนียดตาคนอื่น

#เปิดอ่านได้กดว้าวได้

ที่มา>>>ข่าวสด

เจอแล้ว! คนใจหล่อ ช่วยลูกแมวกลางถนน เผยแมวปลอดภัย คนช่วยเจ็บ เพราะถูกกัดนิดนึง

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ คนขับรถเก๋งเลขทะเบียน กง 557 ลพบุรี ได้จอดรถช่วยเหลือแมวตัวหนึ่งที่หลงทางมาอยู่ในช่องทางด่วน โดยนำขึ้นรถพามาได้อย่างปลอดภัยนั้น ขณะเดียวกันผู้ใช้เฟซบุ๊ก คุณ Suwanna Thabping ได้โพสต์ภาพระบุว่า เพื่อนของตนได้ลงไปช่วยเจ้าเหมียว แต่ปรากฎว่าคนที่ช่วย ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากโดนเจ้าเหมียวที่อยู่ในอาการตกใจนั้นกัดเอา อย่างไรก็ตาม เจ้าเหมียวน้อยขณะนี้ปลอดภัยแข็งแรงดี

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวขอโทษแล้ว โพสต์ภาพคนอื่นแล้ววิจารณ์สนุกปาก ยอมรับผิด..จะโพสต์เอาฮา

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊กคนหนึ่ง ซึ่งได้โพสต์ภาพเพื่อน ติดผู้หญิงอีกคน และเขียนว่า “ผมสั้นสวยไม่จริงตัดไม่ได้นะ ดูความแตกต่าง” พร้อมกันนั้นยังมีการแสดงความคิดเห็นในเชิงล้อเลียนกล่าวว่า บุคคลดังกล่าวด้วย ซึ่งมีการแคปภาพและแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว g2พร้อมกันนั้น สาวที่ถูกกล่าวถึงยังได้โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกันโดยตั้งคำถามว่า “สามารถว่าคนอื่นแบบนี้ได้ด้วยหรือ”fb1-696x464ล่าสุดหญิงสาวที่โพสต์ภาพดังกล่าวได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค ยอมรับผิดทั้งหมด โดยบอกว่าไม่มีเจตนาดูถูกใคร

โดยระบุว่า เวรละ งานเข้า !! #ขอพูดนะตรงนี้ !! คือรูปที่ลง เราแค่กะเล่นกับเพื่อน เป็นคนชอบพูดเอาฮาอยู่แล้ว เพื่อนๆจะรู้ดี แระก็โพสแค่หน้าเฟสเพื่อน ไม่ได้ตั้งใจว่า หรือพาดพิงใคร ไม่คิดว่าคนอื่นจะเอาไปเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ คือถ้าเดือดร้อนใครก็ขอโทดด้วยค่ะ ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ทุกคนต้องมีมุมขำๆเล่นๆกับเพื่อนอยู่แล้ว เข้าใจกันด้วย ขอบคุนค่ะ #ขอเสริมให้ชัดเจนอีกนิดนึงนะค่ะ%e0%b8%ab%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9fเราไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายคนนั้นเลย เผื่อบางคนเข้าใจแบบนั้น ความจริงตั้งใจถ่ายเพื่อน แล้วเพื่อนเราคนนี้ปกติ มันจะตั้งหน้าเฟสมันไห้เห็นเฉพาะเพื่อนเท่านั้น ถามว่าก่อนโพสไม่คิดบ้างหรอ คิดค่ะ เอะใจค่ะ เพราะตอนแรกก็ปิดหน้าคนนั้นไปแล้ว แต่อยากเอาฮา เสือกคิดว่า เออยังไงเฟสเพื่อนเรามันก็ตั้งแค่เฉพาะเพื่อนยู่แล้ว โลกคงไม่กลม โพสขำๆไป เด่วค่อยลบ จนมาเป็นเรื่องเป็นราว ถึงได้รู้ว่า เอ้ามันเปิดสาธารณะ ไม่ไช่แค่เพื่อน ขอน้อมรับความผิดทั้งหมดค่ะ เราก่ไม่ได้สวยอย่างที่ทุกๆคนพูดนั่นแหละค่ะ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแร้วค่ะ สำนึกผิดแล้ว เล่นไม่นึกถึงคนอื่น อิระยำ
#ขอโทดเจ้าของภาพอีกทีค่ะ ได้โปรดอ่านแชทที

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงเข้ากลางอก!! เมียนั่งตายสยองคาบ้าน ผัวหึงเล่นเฟซบุ๊ก แม่สุดช็อกเห็นลูกสาวถูกฆ่าต่อหน้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท.อุทัย ยอดราช รอง สว.(สอบสวน) สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตาย 1 ศพ บาดเจ็บ 1 คน ที่บ้าน หมู่ 6 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล รับแจ้งแล้ว จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก. พ.ต.ท.ปรัชญา จันทร์สมวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุชาติ มีชัย สวป.  แพทย์เวร รพ.สิชล และหน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ้งสิชลรีบรุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงบ้านดังกล่าวในห้องโถงเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ นางปิยะภรณ์ ธรรมมิกะกุล อายุ 33 ปี อยู่บ้านที่เกิดเหตุ นั่งพิงตู้โชว์เลือดท่วมตัว อยู่ในชุดนุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อยืดคอปกสีชมพู สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. เข้ากลางหน้าอก 1 นัด ใกล้กันพบร่างนายพรชัย ธรรมมิกะกุล อายุ 35 ปี สามีของผู้ตาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าศีรษะจำนวน 1 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงรีบนำส่ง รพ.สิชล เพื่อช่วยชีวิต

 ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ตกอยู่บนพื้นบ้าน จำนวน 1 กระบอก มีร่องรอยยิงไปแล้วจำนวน 2 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยมีนางอัตรา ช่างทอง มารดาของนางปิยะภรณ์ อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุการณ์และอยู่ในอาการตกใจสุดขีด

จากการสอบปากคำนางอัตรา ให้การว่า ทราบว่า นายพรชัย ลูกเขย ทำงานเป็นช่างเชื่อมรับทำหลังคาโครงเหล็กรายใหญ่ใน อ.สิชล ส่วนนางปิยะภรณ์ ลูกสาวเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าที่ตลาดสำเพ็งสิชล ใน อ.สิชล อยู่กินกันมานานหลายปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุขณะที่นางปิยะภรณ์ ผู้ตายเตรียมตัวจะออกจากบ้านไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดสำเพ็งสิชล ปรากฏว่านายพรชัย สามีได้มาหาแล้วเข้ามาพูดคุย หาว่านางปิยะภรณ์ มีชายอื่นมาติดพัน ทำให้ทั้ง 2 มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนนายพรชัย ซึ่งอยู่ในอาการหึงหวง และโกรธจัดได้ชักอาวุธปืนที่พกมายิงใส่นางปิยะภรณ์ เข้าหน้าอก 1 นัด ตายคาที่ ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองจนฟุบได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบในเวลาต่อมา

ด้าน พ.ต.อ.โชคดี เผยว่า สาเหตุ มาจากความหึงหวง ซึ่งนายพรชัย ระแวงว่านางปิยะภรณ์ ผู้ตายไปมีชายอื่น และเคยมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ ครั้งล่าสุดด้วยความหึงหวงมาหลายครั้งแล้ว นายพรชัย กับนางปิยะภรณ์ ผู้ตายมีปากเสียงกันเรื่องที่ผู้ตายเล่นเฟซบุ๊กคุยกับชายคนหนึ่ง ก่อนนายพรชัย จับได้และทำลายโทรศัพท์มือถือของนางปิยะภรณ์ พังไป 1 เครื่อง เพราะความหึงหวง กระทั่งมาก่อเหตุสยองดังกล่าว

อย่างไรก็ตามอาการของนายพรชัย ยังสาหัส อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางตำรวจได้อายัดตัวไว้ดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว ส่วนศพผู้ตายหลังจากชันสูตรเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แฉแอดมินเพจดัง ล่อลวงเด็กสาวส่งภาพโป๊ อนาจาร ตั้งกรุ๊ปลับขายค่าสมาชิก!!

โลกโซเชี่ยลมีการเผยแพร่ เรื่องราวเกี่ยวกับการกระทำอนาจาร ซึ่งสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เปิดเผย ว่า เกิดเหตุจากแอดมินเพจหนึ่ง ซึ่งมีผู้ติดตามหลักแสน ทั้งนี้ ได้ระบุว่า มีการตั้งกรุ๊ปลับดึงเด็กเข้ามาอยู่ในกรุ๊ปแล้วหว่านล้อมให้ส่งภาพโป๊ เปลือย เพื่อแลกกับของรางวัลที่จะส่งให้หากใครทำคะแนนได้สูง จากนั้น ได้นำภาพเหล่านั้นไปขายต่อในกรุ๊ปลับที่เปิดขายสมาชิก 500 บาทscreenshot-2398ทั้งนี้ “ข่าวสด” ได้ติดต่อไปยังผู้เสียหาย น้องมายุ อายุ 21 ปี เปิดเผยว่า ได้ติดตามเพจดังกล่าวเมื่อตอนอายุได้ 16-17 ปี และถูกดึงเข้าไปในกรุ๊ปลับที่มีแต่เด็กผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอายุ 14-18 ปี โดยมีผู้ดูแลกลุ่มเป็นผู้ชาย ซึ่งเป็นแอดมินเพจดัง จากนั้น มีการประกาศให้ทำกิจกรรมร่วมสนุกด้วยการแข่งกันส่งรูปโป๊ เปลือยเข้าไป หากใครเปิดเผยเนื้อตัวมากกว่ากัน ก็จะได้แต้มเพื่อนำไปแลกรางวัล ซึ่งเป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เช่น เสื้อ พวงกุญแจ เคสโทรศัพท์ ที่มีสัญลักษณ์ของเพจ
น้องมายุ กล่าวต่อว่า ตอนนั้นยอมรับว่ายังเด็กและไม่ทันคิดว่าการทำแบบนั้นจะส่งผลอย่างไร ก็เข้าไปส่งรูปเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เพราะเป็นแฟนคลับของเพจและอยากได้ของ ช่วงที่ส่งภาพเข้าไปนั้นอยู่ประมาณ ม.4 ภาพที่ส่งเป็นภาพที่ไม่ได้โป๊เปลือยมาก มีมือปิดหน้าอกไว้ แต่พบว่ามีเพื่อนคนอื่นที่ส่งรูปโป๊มากเห็นทั้งบนและล่างอยู่ในกรุ๊ปเดียวกัน โดยแอดมินได้สัญญากับเด็กในกรุ๊ปว่า เป็นการเล่นเพื่อแลกของรางวัล จะไม่นำไปเผยแพร่ หลังจากส่งในกรุ๊ปลับ ยังพบว่าแอดมินรายดังกล่าวได้อินบ้อกไปขอรูปส่วนตัวอีกหลายครั้ง บางคนก็ยอมส่งให้ จนเพิ่งมาทราบว่า มีการนำรูปทั้งหมดไปโพสต์ต่อในกรุ๊ปลับซึ่งคิดค่าสมาชิกคนละ 500 บาทเพื่อเข้ากรุ๊ป โดยกรุ๊ปดังกล่าวมีสมาชิกกว่า 200 คน สำหรับรูปที่ส่งเข้าไปยังพบว่ามีการเอาไปตัดต่อให้โป๊มากขึ้นอีกด้วย โดยรูปที่ถูกเอาไปใช้จะเลือกรูปที่เห็นหน้าชัดๆ ขณะนี้ยังพบว่ามีผู้เสียหายอีกประมาณ 9 คน ที่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน ได้นำเรื่องปรึกษาผู้ใหญ่แล้วและอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

“ตอนนี้อายุ 21 ปีแล้ว ตอนที่ส่งรูปเพิ่งอายุ 16-17 ปี และไม่คิดว่าจะถูกนำรูปไปขายต่อหรือทำแบบนั้น รู้สึกเสียใจที่ทำลงไป ซึ่งหากหนูจะเงียบๆไปก็ทำได้ แต่ไม่อยากให้เด็กคนไหนมาโดนแบบเราอีก จริงๆ สงสารเด็กที่ยังเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ เพราะเห็นว่า คนทำยังโพสต์รูปเด็กหน้าใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และอยากเตือนน้องๆ ว่าสังคมมันน่ากลัว เรือนร่างที่พ่อแม่ให้มาก็ควรสงวนไว้” น้องมายุ กล่าวscreenshot-2399screenshot-240014265053_1273900455962041_7549022656052231535_n14265072_1480760975271199_4844336474906440142_n14344277_10209458245946486_4991523751010466194_n14329903_635508753289371_8496308796164066249_n14369953_1277853345581099_4500795979060602098_n

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนเปิดแชต “น้องบอส” ระหว่างร่วมกิจกรรมเนื้อตัวมอมแมมก่อนจมน้ำ รุ่นพี่วิวาทะเดือด

ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีการรับน้อง ที่คณะพาณิชยนาวี ที่วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งให้รุ่นน้องลงไปว่ายน้ำ ในบ่อบำบัดน้ำเสีย ทำให้น้องบอส น้องปี 1 จมน้ำปอดติดเชื้อ บาดเจ็บสาหัส 1 ราย โดยทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่าเป็นสระแก้มลิงในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสีย และไม่ใช่กิจกรรมรับน้อง แต่เป็นกิจกรรมพี่พบน้องเพื่อ “เฉลยสายรหัส” หลังจบกิจกรรมแล้วได้มีการล้างตัวในสระ แต่มาเกิดอุบัติเหตุ จมน้ำขึ้น พร้อมช่วยเหลือนำตัวส่งร.พ. ทางมหาวิทยาลัยพร้อมจะดูแลรับผิดชอบเต็มที่ ซึ่งจะมีการแถลงอีกครั้งในวันนี้ ความเคลื่อนไหวในโลกโซเชี่ยลยังพบว่า รุ่นพี่เกษตรศาสตร์ได้ออกมายืนยันว่า บ่อดังกล่าวเป็นบ่อที่ใช้ไว้ทำกิจกรรมมานานแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ต้องแก้ปัญหาในเรื่องการทำกิจกรรมกันต่อไป และอีกหลายหลายความคิดเห็น โดยพบว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก Pook Sukonta Berthebaud ได้นำภาพที่เพื่อนของน้องบอส ส่งมาให้ออกมาเผยแพร่ โดยเป็นข้อความของน้องบอส ที่สวมเสื้อที่เลอะไปด้วยโคลนใบหน้ายิ้มแย้ม พูดคุยกับเพื่อน ว่า “ฝึกหนักมาก หากได้ชุดเครื่องแบบแล้วจะไปถ่ายรูปกับเพื่อน พร้อมทั้งคิดถึง”ลูกพี่ลูกน้อง ของน้องบอส

ด้านรุ่นพี่ ยังคงออกมาแสดงความคิดเห็น ว่า บ่อดังกล่าวไม่ได้สกปรก และเป็นสถานที่ที่นักศึกษาไว้ทำกิจกรรมอยู่แล้ว 

ที่มา>>>ข่าวสด