แฟนหนุ่มเผยกลัว-ไม่กล้าไปไหว้ศพน้องบี แต่โพสต์วิดีโอให้ตามคำสั่งเสียแล้ว บอก”รักบีมากนะ”

จากเหตุการณ์สลดใจ น.ส.บุษกร หรือบี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ชาวอ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ใช้ผ้าขนหนูผูกคอตายกับมือจับหน้าต่างห้อง อยู่ในท่าคุกเข่า สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว สกรีนรูปตัวเองกับแฟนหนุ่มที่หน้าอก พบศพเมื่อเช้าวันที่ 22 ม.ค.โดยเขียนลาตายถึงอดีตแฟนหนุ่มชื่อ “มายด์” มีข้อความว่า “รักมากจนกว่าจะหาใครมาแทนได้” และสั่งให้อดีตแฟนหนุ่มทำตามที่บอกด้วย ไม่เช่นนั้นจะตามหลอกหลอนทุกคืน ไม่เช่นนั้นจะเอาไปอยู่ด้วย คือต้องใส่เสื้อที่สกรีนให้ไปร่วมงานศพคืนแรกและคืนสุดท้าย ทำวิดีโองานศพ ใส่เพลง “สิ่งสุดท้ายเกี่ยวกับเธอที่ฉันมี”แล้วเอาโพสต์ในเฟซบุ๊ค ลงท้ายว่า “ขอบคุณที่ทำให้รักมากขนาดนี้ ตลอดมามีความสุขมาก”บ่ายวันเดียวกัน “มายด์” (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ซึ่งเป็นอดีตคนรักของน้องบี ผู้เสียชีวิต ได้โพสต์วิดีโอและข้อความในเฟซบุ๊ค ว่า “บีครับ ไหนสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันไงแล้วทำไมทำแบบนี้ มีอะไรไม่เคยบอก ไม่คิดเลยจรีงๆว่าจะมีวันนี้ เคยทะเลาะกัน ไม่ว่าเค้าถูกหรือผิด เค้าง้อตลอด จะไปไหว้ศพก็ไม่กล้าไป กลัวไปหมด…รักบีมากนะ…บีจะอยู่ในใจเค้าตลอดไป”จากนั้น มายด์ได้โพสต์คลิปวิดีโอซึ่งเป็นภาพเมื่อครั้งสมัยที่ยังรักกันหวานชื่น แล้วแคปชั่นอีว่า “ขอโทษทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เสียใจ เค้าไม่คิดว่าจะมีวันนี้ รักบีนะ..เค้าทำให้แล้วนะมายด์ระบุด้วยว่า “นี่ผมผิดหรอ ผมก้อคุยกะเค้าแล้วเข้าใจกันแล้ว ดีกันแล้ว ผมก้อไม่คิดเหมือนกันว่าเค้าจะทำแบบนี้ แล้วสาเหตุมันก้อมีหลายเรื่องที่เค้าเก็บไว้คนเดียว..ช่วยบอกหน่อยครับ ผมผิดใช่มั้ย ????

ที่มา>>>ข่าวสด

“วิษณุ เครืองาม”เผยชัดเจน ทำไมตั้งพระราชอาสน์และมีพระภูษาคลุมไว้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งถึงเรื่องพระราชอาสน์ที่คลุมพระภูษาคลุมไว้ ว่า ต้องเข้าใจว่าแม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ จะสถิตย์ในหทัยราษฎร์ ก็สถิตในหทัยราษฎร์ของพระบรมฯเช่นกัน แต่เป็นยิ่งกว่าเพราะท่านเป็นลูกและมีความผูกพัน ฉะนั้น เป็นเรื่องที่ท่านรับสั่งว่าขอเวลาทำพระทัยร่วมกับประชาชนชาวไทย คนไทยวิปโยคอย่างไร ท่านก็วิปโยคอย่างนั้น อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป อยู่จะตั้งขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างก็จะรวดเร็วเกินไป เมื่อกลับจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทุกคนสังเกตเห็นว่าเมื่อประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมศพ โปรดให้ตั้งพระราชอาสน์และมีพระภูษาคลุมไว้ เสมือนว่ายังประทับอยู่ทุกประการ

 นอกจากนี้ ยังมี คุณ หนุ่มรัตนะพันทิป ณล ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คถึงกรณีนี้ว่า สงสัยกันมากเหลือเกินว่าผ้าที่คลุมนั้นคืออะไร จะอธิบายให้ทราบว่าในระหว่างนี้ตำแหน่งนั้นตกอยู่ในที่ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชโดยสมบูรณ์ก็จริงอยู่ แต่ว่าทรงมีพระบัณฑูรว่า ไว้รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม จึงจะรับการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อไป ดังนี้แล้วในเวลานี้ทรงวางองค์อยู่ในฐานะพระบรมโอรสาธิราชฯ เหมือนอย่างที่เคยมา พระเก้าอี้ที่ทางสำนักพระราชวังทอดถวายนั้นเสมือนยังเป็นของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถครับ

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ค หนุ่มรัตนะพันทิป ณล

ที่มา>>>ข่าวสด

“น้องแพร์”ยันโพสต์เรื่องจริง เด็กที่ถูกทำร้ายเป็นลูกดาราหนุ่ม”ฟ”จริงๆ วอนรับผิดชอบด้วย

จากกรณีที่”น้องแพร” (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค นำภาพพร้อมข้อความระบุว่า คบกับดาราหนุ่มชื่อย่อว่า “ฟ” เพิ่งมีผลงานในวงการบันเทิงเกี่ยวกับซีรี่ส์วัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัย และถูกนอกใจ ซ้ำยังมีการทำร้ายลูกวัยเพียง 3 เดือนอีกด้วย ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวได้บรรยายอยู่ใต้ภาพซึ่งเป็นรูปคู่ รูปงานแต่งงาน และทารก ว่า “เราไม่ได้ประจานนะคะ เราแค่จะแชร์เรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าโง่   อย่ารักใครจนหูหนวกตาบอดแบบเราอีก คบกันเมื่อสามปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาดีกับเรามาก แต่พอเริ่มเข้าวงการบันเทิง เขาก็เปลี่ยนไป ปล่อยให้เราท้องและอยู่คนเดียว และเราจับได้ว่ามีคนอื่นในวันที่เราตั้งใจจะเซอร์ไพรส์วันเกิด หลังคลอดก็ยังทำร้ายลูกน้อยอีก โดยฝ่ายหญิงคิดจะเข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่มีคนห้ามไว้เพราะอยากให้คิดถึงอนาคตของลูก อยากให้เขากลับตัวกลับใจอีกครั้ง ล่าสุด ข่าวสดบันเทิง ได้ติดต่อ “โบว์” ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ดูแลงานให้ “น้องแพร์” ซึ่งเป็นพริตตี้ เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว โดยโบว์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง และน้องแพร์เป็นคนโพสต์เอง เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว พอเป็นข่าวออกไปก็มีรายการติดต่อขอสัมภาษณ์เยอะมาก ซึ่งน้องแพรตัดสินใจที่จะพูดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น “ขอยืนยันว่าส่วนตัวน้องแพรไม่ได้อยากดัง แต่ที่ต้องออกมาเปิดเผยเรื่องทั้งหมด เพราะต้องการให้ฝ่ายชายออกมารับผิดชอบ และยืนยันว่าเด็กที่ถูกทำร้ายเป็นลูกของดารารายนี้จริงๆ ส่วนเรื่องเลิกรากันหรือยัง หรือเรื่องคดีความ ขอให้สัมภาษณ์พร้อมกันทีเดียวในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.)”โบว์กล่าว ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังคุณจู ผู้จัดการส่วนตัวของดารา “ฟ.” เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและมที่เป็นข่าวว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ปรากฏว่าทางผจก.ของหนุ่ม”ฟ.”ไม่รับสาย

ที่มา>>>ข่าวสด

“สาวทอม”ควงกิ๊กหนุ่มวัย 15 ฆ่า”ดี้สาว”แล้วจับศพแขวนคอ แถมสวมรอยโพสต์FBผู้ตายอำพราง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 กรกฎาคม ที่สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.บุญธรรม วรรณรัตน์ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รองผบก.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมอำพรางศพด้วยการผูกคอในหอพักแห่งหนึ่งชุมชนตาลเดี่ยว อ.หัวหิน โดยผู้ต้องหามี 2 คน ได้แก่ น.ส.กชกร หรือบัว ชาวชัยนาท อายุ 19 ปี ชาวนครปฐม อีกรายเป็นเยาวชน ชื่อนายต้าร์ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาวจ.นครปฐม เช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง 2 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมน.ส.โสดาพันธ์ หรือแก้ว คำศิลป์ อายุ 36 ปี ชาวเพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ท่ามกลางญาตของผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่มายืนดูการแถลงข่าวด้วยน้ำตานองหน้า  พ.ต.อ.สิทธิชัยกล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนผูกคอตายภายในหอพักเมื่อเวลา 16.40 น.ของวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้ดูแลหอพักเป็นผู้เปิดประตูห้องพักของน.ส.แก้วผู้เสียชีวิต หลังจากที่คนสวนพบกุญแจห้องตกอยู่ที่สวนของหอพัก เมื่อโทรศัพท์ไปหาเจ้าของห้องพักไม่มีคนรับสาย จึงได้นำกุญแจไปเปิดห้อง ก็พบว่าน.ส.แก้วได้เสียชีวิตในสภาพใช้ผ้าปูที่นอนผูกคอกับราวภายในห้องน้ำ ทั้งนี้ผู้ดูแลหอพักให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้วยว่า พบเหตุผู้ตายครั้งสุดท้ายในช่วงกลางคืน ขณะเดินขึ้นหอพักพร้อมกับน.ส.บัว และนายต้าร์ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบพิรุธหลายอย่าง ทั้งการเดินเข้าออกห้องพักผู้เสียชีวิตหลายครั้ง มีการสูบบุหรี่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และขณะเดินออกจากหอพักโดยที่ไม่มีผู้ตายเดินออกมาด้วย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาสอบสวน ขณะกำลังกบดานที่จ.นครปฐม ก่อนที่จะยอมรับสารภาพในที่สุด น.ส.บัวสารภาพว่า ตนและน.ส.แก้วคบหาในฐานะแฟนมาได้ประมาณ 1 ปี ก่อนหน้านี้ตนไม่ได้มีใคร คบกับผู้ตายเพียงคนเดียวและผู้ตายเป็นคนมาจีบตนก่อน ตนไม่เคยหลอกว่าเป็นทอม ส่วนแฟนใหม่ที่เป็นผู้ชายนั้น ตนเพิ่งมาคบหลังบอกเลิกกับผู้ตายได้ไม่นาน โดยในวันเกิดเหตุตนตั้งใจมาเคลียร์ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ตาย โดยพาแฟนใหม่มาด้วยเพื่อยืนยันว่ามีคนใหม่แล้วเพราะกลัวผู้ตายไม่เชื่อ ไม่ได้ตั้งใจมาฆ่า  รวมทั้งต้องการเคลียร์ปัญหาหนี้สินที่ตนหยิบยืมจากผู้ตายกว่า 7 หมื่นบาทไปใช้รักษาตัวเพราะไม่สบายด้วย โดยจะผ่อนชำระให้เป็นงวดๆละ 10,000 ถึง 15,000 บาท ตนไม่ได้จะมาขอเงินอีกเพราะเลิกกันแล้ว แต่ระหว่างเจรจา เกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน และตนเกิดโมโหที่ผู้ตายขึ้นเสียงใส่ตน ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบใช้หมอนปิดหน้าผู้ตายบนเตียงนอน แล้วแฟนใหม่ก็มาช่วยจับขาผู้ตายไว้ จนผู้ตายแน่นิ่งไป

“จากนั้นหนูพยายามจะปลุกพี่แก้วแล้ว แต่ไม่ตื่นขึ้นมา ทำให้คิดว่าเสียชีวิตแล้ว หนูกับแฟนใหม่จึงใช้ผ้าปูที่นอน มาผูกกับราวในห้องน้ำแล้วอุ้มร่างของผู้ตายมาแขวนไว้ ทำทีว่าผูกคอตายเอง แล้วรีบออกจากหอพัก โดยทิ้งกุญแจห้องไว้ที่สวน ก่อนออกมาเรียกรถรับแจ้งหน้าหอพัก ให้พาไปส่งที่ห้องพักแห่งหนึ่งในอ.หัวหิน โดยที่หนูได้หยิบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายติดมือมาด้วย เพื่อจะลบข้อมูลที่มีการติดต่อกันระหว่างหนูกับผู้ตาย แต่เพราะหนูไม่มีเงินติดตัว จึงได้ให้โทรศัพท์มือถือของผู้ตายเป็นค่ารถไป จากนั้นตอนเช้าได้รีบหนีขึ้นรถไฟไปกบดานที่บ้านพักใน จ.นครปฐม ก่อนถูกตำรวจตามจับได้ในที่สุด”น.ส.บัวให้การ

ด้านญาตของผู้ตายให้ข้อมูลด้วยว่า ผู้ตายเป็นคนดีชอบทำบุญมาก ต้องเลี้ยงลูก 1 คน แต่เกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ตนเห็นผู้ตายรับโทรศัพท์ของน.ส.บัว แต่มีปากเสียงทะเลาะกันตลอดเวลา โดยในช่วงดึกของคืนเกิดเหตุ พบว่าเฟซบุ๊คของผู้ตายมีการโพสต์ภาพคล้ายกับว่าผู้ตายโพสต์เอง ซึ่งไม่ใช่ แต่เป็นฝีมือของผู้ต้องหาที่ต้องการอำพรางคดี

นอกจากนี้ญาติไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะแค่ใช้หมอนปิดหน้าจนเสียชีวิต เพราะสภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างหนักทั้งตามร่างกายที่เขียวช้ำและที่ใบหน้า คล้ายการถูกจับหน้ากระแทกพื้น ทำให้ญาตไม่เชื่อตั้งแต่แรกว่าจะผูกคอตายเองและเชื่อว่าถูกฆาตกรรม โดยขณะนี้ยังไม่ได้เผาศพ ต้องการเก็บไว้เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม อยากให้ผู้ต้องหาได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับผู้ตาย

ที่มา>>>ข่าวสด

โอละพ่อ! สาวเปลือยโดนซ้อมโพสต์ขอความช่วยเหลือ ที่แท้จัดฉากแบล๊กเมล์แฟนใหม่

เป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์เมื่อมือปราบจอนนี่ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค ยุทธพล ศรีสมพงษ์  ระบุว่า จากที่มีภาพผู้หญิง ถูกเผยแพร่ในลักษณะถูกจะทำร้ายในห้องโดยถูกจับถอดเสื้อผ้า จนเป็นที่สนใจของคนในสังคม และมีความเป็นห่วงของคนในสังคม จนผมได้ลงมาทำข้อมูลเพื่อทำการช่วยเหลือเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย โดยมีการประสานงานกันร่วมกับตำรวจจังหวัดชลบุรีหลายชุดนั้น  ผมขอแจ้งข้อมูลดังนี้ สุดท้ายเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องโอละพ่อ  ก็คือ ตัวผู้หญิงในรูปเอง และแฟนเก่าชื่อเจ๋ง บางแสน ได้ร่วมกันกุข่าวขึ้น จากการตรวจสอบข้อมูลทางการสืบสวนพบว่านางมะปรางเป็นผู้ล็อคอินเข้าเล่นเฟสของ…. เพียงเพื่อจะสร้างเรื่องว่าตนเองถูกจับขังตัวเพื่อเรียกเงินกับแฟนใหม่ โดยทุกๆครั้งที่มีภาพโพสภาพคู่จะแท๊กไปหาแฟนใหม่เพื่อเรียกร้องความสนใจทุกครั้ง และภาพที่อยู่ในห้องเปลือยกายยกมือไหว้ ก็เป็นภาพเดียวกันที่ถือปืนโชว์ แสดงว่านางมะปรางไม่ได้ถูกทำร้ายแต่อย่างใด ตรวจสอบทางสภ.แสนสุข ขอทราบประวัติบุคคลทั้งสองทราบว่าทั้งสองมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเสพยาเสพติด คาดว่าภาพที่หลุดออกมาจนเป็นข่าวเกิดจากการหลอน และสร้างเรื่อง  สอบพยานบุคคลย่านที่ทำงานของนางมะปราง มีคนพบว่านายเจ๋งมารับตรงหน้าเซเว่น และซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปด้วยกัน

บุคคลเจ้าของภาพในเฟส …. ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ตามพรบ.คอมพิวเตอร์เป็นที่เรียบร้อยที่สน.พหลโยธิน ไปแอบอ้างใบหน้าเขาให้ได้รับความเสียหาย

ขอบคุณทีมงานเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ทำงานร่วมกับผมเป็นอย่างดีครับ ทำให้สังคมกระจ่างขึ้น ส่วนทางคดีเราจะดำเนินคดีตามพรบ.คอมพิวเตอร์ พรบ.ยาเสพติด พรบ.อาวุธปืนและอีกหลายๆข้อหาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ๊สา”นางฟ้าคาราโอเกะโพสต์ยอมรับร้านเคยถูกจับจริง แต่ไม่ได้ค่าประเวณี

จากกรณีที่พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต หรือสารวัตรกาโต้ สว.กก.1.บก.สส.ภ.2 พร้อมพวก 6 คน บุกจับร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ในซอย 9 ไร่ ย่านพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แล้วถูก น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 36 ปี แจ้งความดำเนินคดี 3 ข้อหาหนัก ต่อมามีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.59 ที่ผ่านมา ร้านนางฟ้าคาราโอเกะแห่งนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จับกุมในข้อหานำเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณีโดยผิดกฎหมายและค้ามนุษย์ และเมื่อปี 2557 ยังเคยถูกตำรวจเมืองพัทยาจับกุมในข้อหาเดียวกัน ตามที่รายงานไปแล้วนั้น  ล่าสุดเวลา 05.30 น. วันที่ 23 ก.ค. น.ส.ปะระนิสา หรือเดียร์ ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 36 ปี หรือคนที่รู้จักเรียกกันว่า “เจ๊สา” ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค โดยเช็คอินที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อหาใจความสำคัญระบุว่า ตัวเองขอแถลงข่าวกรณีที่สื่อหลายสำนักนำเสนอข่าวว่าร้านถูกตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จับกุมในข้อหานำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณีและค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.59 ที่ผ่านมานั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ยอมรับว่าเคยถูกตำรวจจับกุมจริง โดยในช่วงเวลานั้นที่ร้านมีน.ส.สมหมาย จงธนสกุล อายุ 49 ปี เป็นผู้ดูแล ส่วนที่มาที่ไปคือก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมได้มี น.ส.แพร (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) เดินทางมาสมัครเป็นพนักงานต้อนรับ หรือพีอาร์ ทำหน้าที่คอยต้อนรับและนั่งดื่มกับลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยนำสำเนาบัตรประชาชนระบุว่าอายุ 19 ปีมาทำการสมัคร หลังจากทำงานได้ระยะหนึ่งได้มีชายหนุ่มมาติดพัน น.ส.แพร หลังจากร้านปิดก็มักจะพากันออกไปเที่ยวต่อโดยทางร้านไม่ทราบว่าไปที่ไหน หรือไปทำอะไรกัน กระทั่งวันที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 เข้าจับกุม น.ส.แพร ได้ติดต่อไปหาชายคนดังกล่าวโดยอ้างว่าเอาโทรศัพท์ไปจำนำไว้ในราคา 500 บาท ขอให้เดินทางมาพบที่ร้านและช่วยไถ่โทรศัพท์คืนให้ด้วย โดยเสนอตัวพลีร่างเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน ต่อมาน.ส.แพรขอออกไปกินข้าวกับลูกค้าชาย แต่ตามกฎของร้านหากพนักงานออกจากร้านก่อนเวลาก็จะถือว่าขาดงาน และหักเงินวันละ 400 บาท น.ส.แพร จึงไปขอเงินกับหนุ่มคู่ขาเพื่อมาจ่ายให้กับนางสมหมาย คนดูแลร้าน เพื่อจะได้ไม่ต้องหักเงินเดือน

หลังจากทั้งคู่ออกไปไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สส.ภ.2 จึงบุกเข้าจับกุมตัวนางสมหมาย ในข้อหาเป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณี และข้อหาค้ามนุษย์ ก่อนส่งตัวให้ ร.ต.อ.จักรกฤษ จันตาคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนยอมรับว่าได้เดินทางไปที่สภ.เมืองพัทยาจริง แต่ไปเพื่อประกันตัวนางสมหมาย ไม่ได้ไปขอเคลียร์คดี เนื่องจากร้านนี้เป็นของน้าแท้ๆของตน ส่วนน.ส.แพรเองก็ไม่ได้ให้การซัดทอดมาถึงร้าน และเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล

ตามข่าวที่บอกว่าสายตรวจมาตรวจและว่ากล่าวตักเตือนนางสมหมาย เรื่องมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานอยู่ในร้าน รวมถึงเรื่องที่ร้านเคยถูกตำรวจจับเมื่อปี 2557 ตนยืนยันว่าไม่ใช่เป็นความจริงแต่อย่างใด ร้านแห่งนี้เคยถูกจับเพียงครั้งเดียว หากดูสำนวนและคำให้การของน.ส.แพรแล้ว ถือว่าไม่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ แต่ติดที่ตรงว่าน.ส.แพรอายุไม่ถึง 18 ปี และมีเงินค่าขาดงาน 400 บาทมาเกี่ยวด้วย เลยทำให้มีช่องทางในการตั้งข้อกล่าวหา

ส่วนกรณี น.ส.แพร ที่มาสมัครงานตอนแรกนั้น ถือว่าเป็นความผิดพลาดโดยไม่เจตนาของนางสมหมาย ที่ไม่ได้ตรวจดูสำเนาบัตรประชาชนของ น.ส.แพร จนมาทราบภายหลังว่าบุคคลในบัตรไม่ใช่ตัวน.ส.แพร แต่หน้าตาคล้ายกันมากๆ สุดท้ายตนอยากขอความเห็นใจจากพี่ๆ น้องๆ นักข่าวด้วย เพราะพอข่าวนี้ถูกนำเสนอออกไปทำให้กระทบถึงภาพลักษณ์ของร้านเป็นอย่างมาก”น.ส.ปะระนิสากล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เช็คสเตตัสในเฟซบุ๊คของ น.ส.ปะระนิสา พบว่าเจ้าตัวได้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 ก.ค.) พร้อมกับมีข้อความระบุว่าเหนื่อยกับข่าว เลยบินไปท่องเที่ยวพักผ่อนสมองและทำบุญที่เชียงใหม่ประมาณ 1 สัปดาห์

ด้าน พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เผยว่า ขณะนี้ทาง พ.ต.ท.นราวุธ กับพวก ยังไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัด หลังจากนี้จะได้ทำบันทึกข้อความด่วนที่สุด ส่งไปถึง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เพื่อส่งผ่านไปยัง พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 ให้ส่งตัวตำรวจในปกครองมารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนภายในวันพุธที่ 27 ก.ค.นี้ และหากยังไม่มาอีกก็จะทำการออกหมายจับต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด