วอนผู้ใจบุญ ช่วยด.ญ.3 ขวบ อุดร ไม่มีรูทวารตั้งแต่กำเนิด

วันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 129  หมู่ 5 บ้านโนนชัยศรี ต.อูบมุง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี มีเด็กหญิงร่างกายผิดปกติ ไม่มีรูทวารหนักมาตั้งแต่กำเนิด อาศัยอยู่กับตาและยาย จึงเดินทางไปที่บ้านดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง พบนางบุญมี อามาตย์มนตรี อายุ 48 ปี อาศัยอยู่กับสามี มีอาซีพ เลี้ยงวัว และรับจ้างทั่วไป และหลานสาวอีก 2 คน คนหนึ่งร่างกายผิดปกติคือ ด.ญ.อาราดา หรือน้องอันดา อามาตย์มนตรี อายุ 3 ขวบ ไม่มีรูทวารในการขับถ่าย แพทย์ได้เจาะรูที่ท้องในการขับถ่ายไว้ตั้งแต่เกิด ทำให้ขับถ่ายไม่เป็นเวลา มักขับถ่ายออกมาเกือบตลอดเวลา อีกคนเป็นน้องสาวร่างกายปกติดีคือด.ญ.นศริศรา อามาตย์มนตรี อายุ 1 ขวบ 10  เดือน นางบุญมี เปิดเผยว่า น้องอันดา เป็นลูกของ น.ส.สุมาลี อามาตย์มนตรี อายุ 26 ปี ลูกสาวของตนที่อยู่กินกับนายเดือน วิชามาตย์ อายุ 25 ปี สามี ซึ่งทั้งคู่ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารใน กทม. ตอนลูกสาวตั้งท้องน้องอันดา ได้ไปฝากครรภ์ไว้กับหมอที่ ร.พ.รามาธิบดี หมอได้ทำการอัลตราซาวด์ ทราบว่าน้องอันดาไตโต จนท้องมา 7 เดือน ตัวน้องอันดา บวมอยู่ในท้อง ต้องผ่าตัดเอาเด็กออกมา มิเช่นนั้นอาจเสียชีวิตทั้งแม่และลูก หลังผ่าตัดออกมาพบว่าน้องอันดาไม่มีรูทวารหนัก แพทย์ได้ทำการเจาะรูที่ท้อง เพื่อในการขับถ่ายออกเสียออกมา ต้องนอนรักษา ห้องไอซียูอยู่โรงเพยาบาล  2 เดือน หมดค่ารักษาไป 3 หมื่นบาท ลูกสาวจึงได้โทรศัพท์มาปรึกษา นางบุญมี กล่าวต่อว่า ต่อมาตนและสามี จึงได้เดินทางไปรับหลานสาวมารักษาต่อที่บ้านในจ.อุดรธานี ซึ่งน้องอันดา ยังเป็นโรคหัวใจรั่วด้วย ในช่วงแรกน้องอันดา ติดเชื้อในระบบปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา ต้องพาไปรักษาที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ทุกเดือน เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งละ 3,000 บาท ต้องนอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 14 วัน ทุกครั้ง ต่อมาน้องอันดา อายุ 8 เดือน ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวไปเย็บผนังกั้นผ่ารูทวารหนัก ที่ โรงพยาบาลศิริราช แต่ก็ยังขับถ่ายไม่ได้เหมือนคนปกติ ในช่วงแรกลูกสาวและลูกเขย ส่งเงินมาให้มาช่วยค่ารักษา น้องอันดา เดือนละ7,000 บาทแต่พอมาระยะหลังเศรษฐกิจไม่ดี ส่งมาให้ เดือนละ 2- 3 พันบาท ทำให้ตอนนี้ไม่มีเงินค่าเดินทางพาน้องอันดาไปรักษา ซึ่งทาง ร.พ.อำเภอหนองวัวซอ ได้ให้ยาเบตาดีนและแอลกอฮอล์ พร้อมสำลีฟรี เพราะใช้สิทธิ์บัตรทองรักษา โดยจะใช้ทาแผลที่เจาะรูหน้าท้องต้องทำความสะอาด น้องอันดา ไม่สามารถเข้าโรงเรียนได้ เนื่องจากกลัวว่าเพื่อนวัยเดียวกัน จะดึงสายยางออก หรือไม่กลัวหกล้มจะได้รับการกระทบกระเทือนที่บริเวณหน้าท้องนางบุญมี กล่าวต่อไปอีกว่า วอนขอผู้ใจบุญได้ช่วยเหลือน้องอันดา ให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้องอันดา จะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป โดยสามารถโอนเงินมาช่วยเหลือได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หมายเลขบัญชี  019438023097 สาขาโนนหวาย จ.อุดรธานี ชื่อนางบุญมี อามาตย์มนตรี เพื่อจะได้นำเงินไปรักษาน้องอันดาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งซิ่งชนดะ ชาวบ้านทนไม่ไหวรุมตามตื้บ เจอฝรั่งเมาแอ๋-แจ้งตร.เอาเรื่องชาวบ้าน

 เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 16 ก.ค. พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิตร ผกก.สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากนายสมชาย ชุมรักษ์ อายุ 52 ปี อยู่ ม.4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ในอาการมึนเมา ขับรถเก๋งเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายราย แล้วนำรถไปจอดขวางถนนภายในป่าสักซอย 4 แล้วหนีเข้าไปในบ้านพัก ม.4 ต.เชิงทะเล จึงได้สั่งการให้ ร.ต.ท.สถาพร ทองเทพ รอง.สวป.พร้อมสายตรวจรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบนายสมชาย ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีบรอนซ์เทา ป้ายแดง ต 7219 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดขวางถนนอยู่ สอบถามทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ก่อเหตุเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายรายแล้วหลบหนีเข้าบ้านพักดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กดกริ่ง บ้านพัก โดยมีชายชาวต่างชาติเดินออกมาเปิดประตู โดยอยู่ในอาการมึนเมา มีกลิ่นเหล้าคลุ้งและมีเลือดไหลบริเวณริมฝีปาก พร้อมกับหญิงสาวชาวไทย ทราบชื่อ คือ นายพอล วอคเกอร์ อายุ 39 ปี สัญชาติออสเตรเลีย จากนั้นนายพอล ชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูบาดแผลที่ริมฝีปาก พร้อมกับระบุว่าถูกชาวบ้านทำร้ายมา จากนั้น พ.ต.ท.สากล ไกรนรา สว.(สอบสวน) ได้ควบคุมตัวนายพอล พร้อมนำรถเก๋งคันดังกล่าวกลับไปยัง สภ.เชิงทะเล เพื่อตรวจสอบและสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายพอล ปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 229 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพอลได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง แล้วเฉี่ยวชาวบ้าน จากนั้นได้ขับหลบหนีกลับบ้านพัก โดยมีกลุ่มชาวบ้านติดตามมาจนพบ ต่อมานายสมชายได้เคาะกระจกรถ เพื่อต้องการให้นายพอลเปิดประตูลงไปพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายพอลไม่ยอม จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ขณะที่นายพอลอ้างว่าถูกกลุ่มชาวบ้านทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกัน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายพอลขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นและขับรถในขณะเมาสุรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีนายพอลอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 16 ก.ค. พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิตร ผกก.สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากนายสมชาย ชุมรักษ์ อายุ 52 ปี อยู่ ม.4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ในอาการมึนเมา ขับรถเก๋งเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายราย แล้วนำรถไปจอดขวางถนนภายในป่าสักซอย 4 แล้วหนีเข้าไปในบ้านพัก ม.4 ต.เชิงทะเล จึงได้สั่งการให้ ร.ต.ท.สถาพร ทองเทพ รอง.สวป.พร้อมสายตรวจรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนายสมชาย ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีบรอนซ์เทา ป้ายแดง ต 7219 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดขวางถนนอยู่ สอบถามทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ก่อเหตุเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายรายแล้วหลบหนีเข้าบ้านพักดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กดกริ่ง บ้านพัก โดยมีชายชาวต่างชาติเดินออกมาเปิดประตู โดยอยู่ในอาการมึนเมา มีกลิ่นเหล้าคลุ้งและมีเลือดไหลบริเวณริมฝีปาก พร้อมกับหญิงสาวชาวไทย ทราบชื่อ คือ นายพอล วอคเกอร์ อายุ 39 ปี สัญชาติออสเตรเลีย จากนั้นนายพอล ชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูบาดแผลที่ริมฝีปาก พร้อมกับระบุว่าถูกชาวบ้านทำร้ายมา

จากนั้น พ.ต.ท.สากล ไกรนรา สว.(สอบสวน) ได้ควบคุมตัวนายพอล พร้อมนำรถเก๋งคันดังกล่าวกลับไปยัง สภ.เชิงทะเล เพื่อตรวจสอบและสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายพอล ปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 229 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพอลได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง แล้วเฉี่ยวชาวบ้าน จากนั้นได้ขับหลบหนีกลับบ้านพัก โดยมีกลุ่มชาวบ้านติดตามมาจนพบ ต่อมานายสมชายได้เคาะกระจกรถ เพื่อต้องการให้นายพอลเปิดประตูลงไปพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายพอลไม่ยอม จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ขณะที่นายพอลอ้างว่าถูกกลุ่มชาวบ้านทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกัน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายพอลขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นและขับรถในขณะเมาสุรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีนายพอลอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

สงขลา จัดงานใหญ่ ‘เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์’

สงขลา เตรียมจัดงานใหญ่ “เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17″ และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม-6 มิถุนายน 2559 ณ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา

วันที่ 6 พ.ค. 59 ที่ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ อ.เมือง จ.สงขลา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “อาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17” และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ประจำปี 2559 โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากสงขลา เตรียมจัดงานใหญ่ “เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17”

นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผยว่า เทศบาลนครสงขลา ร่วมกับจังหวัดสงขลา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และหน่วยงานภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17” ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม-6 มิถุนายน 2559 ณ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การประกวดนางสาวสมิหลา การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล อาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทะเล สินค้าโอทอป สินค้าชุมชน ฯลฯ และการแสดงบนเวทีจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ต่าย อรทัย, เดช อิสระ วงพัทลุง, กัน เดอะสตาร์, เป้ อารักษ์ และ ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี การแสดงพื้นบ้านทางภาคใต้ การแข่งขันปรุงอาหารทะเล สาธิตการปรุงอาหารจาก “แม่ช้อยนางรำ” ฯลฯ

ทั้งนี้ ยังได้กำหนดจัดงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-26 พฤษภาคม 2559 ณ บริเวณโรงไฟฟ้าเก่า ถนนสายบุรี อ.เมือง จ.สงขลา อีกด้วย เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งมีพิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีลุยไฟ พิธีประทับทรง ขบวนแห่พระรอบเมือง และการประมูลวัตถุมงคลหน้าองค์พระ ฯลฯ ด้วยแถลงข่าวการจัดงาน “อาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ ครั้งที่ 17” และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ประจำปี 2559

ด้านนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าฯ สงขลา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการกระจายรายได้ และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาเพื่อประชาสัมพันธ์อาหารทะเล อาหารพื้นบ้านของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันดีงามในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสงขลา ซึ่งถือเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่าย กระจายรายได้ พร้อมสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ภายใต้กลไกประชารัฐ ขับเคลื่อนแคมเปญ “สงขลามหาสนุก สุขทั้งปีที่สงขลา” โดยนำจุดเด่นเมือง 2 ทะเลของสงขลา ทั้งทะเลสาบ ทะเลหลวง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ การแปรรูปอาหารทะเล มาเป็นสิ่งที่ดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอำเภอเมืองสงขลา

ที่มา>>>Thairath