รถทัวร์ กรุงเทพ-เชียงใหม่ หักหลบตกร่องถนน เจ็บระนาว คาดเหตุหมอกจัด

เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.วันที่ 28 ก.ย.59 ศูนย์วิทยุ 191 ภูธร จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำตกร่องกลางถนน บริเวณ กม.ที่ 606-607 ถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) เขตบ้านสองแควตะวันออก หมู่ 9 ต.เถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรีบประสาน ร.ต.อ.อุดม ตาใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เถิน จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.เถิน สมาคมกู้ภัยออมบุญเถิน กู้ภัยเถินบุรี ให้การช่วยเหลือ201609281053555-20080612161324เมื่อไปถึงพบเป็นรถโดยสารสีฟ้า-ขาว ของบริษัทวิริยะทัวร์ สายกรุงเทพ-เชียงใหม่ ทะเบียน 14-0792 กรุงเทพฯ สภาพรถได้ชนเข้ากับเสาไฟกิ่งแล้วเสียหลักพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน โดยข้างๆรถมีผู้โดยสารจำนวนมากกำลังช่วยกันนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถ เจ้าหน้าที่จึงรีบให้ความช่วยเหลือ พาคนเจ็บส่งไปยัง รพ.เถิน รวม 14 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อยและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 12 คน ทาง บริษัททัวร์จึงได้จัดรถตู้มารับไปส่งที่หมายปลายทางต่อไป ส่วนอีก 2 คน เป็นหญิงซึ่งได้รับบาดเจ็บทางกระดูก รพ.เถิน ได้นำส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ลำปาง คือ นางบุญปั๋น ขัตินนท์ อายุ 65 ปี และนางกุ้ยยิง แซ่หมอ อายุ 42 ปี201609281053553-20080612161324จากการสอบสวน นายเจริญ โพนกระโทก อายุ 36 ปี โชเฟอร์รถทัวร์คันดังกล่าว ให้การว่าตนเองได้ขับรถพาผู้โดยสารจำนวน 14 คนมาจากสถานีขนส่งหมอชิตมุ่งหน้าไป จ.เชียงใหม่ ระหว่างที่ขับรถมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งมีรถทัวร์วิ่งตามกันมาสามคัน โดยตนเองได้ขับตามหลังสุด แต่ขณะนั้นรถทัวร์คันที่สอง เกิดเปลี่ยนเลนกะทันหัน ประกอบกับจุดเกิดเหตุมีหมอกลงหนาจัด ทำให้มองเห็นรถคันหน้าไม่ชัดเจน ทำให้ตนต้องหักหลบจึงไปชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน

ที่มา>>>ข่าวสด

เด็กสาววัย 17 ถูกแท็กซี่หื่นลวนลาม เลยแอบถ่ายรูป-แชทบอกเพื่อนแจ้งตร.จับทันที

เว็บไซต์เชี่ยงไฮ้อิสต์รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. หญิงสาววัย 17 ปีคนหนึ่งได้ใช้บริการรถแท็กซี่เพื่อเดินทางจากมณฑลเสฉวนไปยังมณฑลเจ้อเจียง เธอเลือกนั่งที่เบาะหลัง จากนั้นโชเฟอร์ซึ่งเป็นผู้ชายได้ชวนคุยเรื่องทั่วๆไป ประมาณ 5 นาที โชเฟอร์ก็บอกให้หญิงสาวย้ายมานั่งเบาะหน้า เพื่อที่จะได้คุยกันสะดวกขึ้น “หนูไม่เคยเจอผู้ชายที่ไม่ดีมาก่อนเลยในชีวิต หนูย้ายไปนั่งเบาะหน้ารถโดยไม่หวาดระแวงอะไรเลย”หญิงสาววัย 17 กล่าวกับนักข่าว และระบุว่า ช่วงแรก ๆ ที่ไปนั่งหน้ารถ โชเฟอร์ยังคงพูดคุยปกติ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพของเขาตลอด 3 เดือน แต่จู่ๆคนขับแท็กซี่เริ่มยื่นมือมาจับหน้าอกและบอกให้หายใจลึกๆ จากนั้นก็ลูบคลำไปตามร่างกาย พยายามใช้มือล้วงข้าไปในกางเกงเพื่อจับของสงวน เด็กสาววัย 17 ตัดสินใจบอกโชฟอร์ให้เลิกแตะเนื้อต้องตัวได้แล้ว แต่เขายังไม่ยอมหยุด ยังคงลวนลามตลอดเวลา จะเอามือออกจากร่างกายของฝ่ายหญิงเฉพาะตอนที่เปลี่ยนเกียร์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ช่วงนั้นเหยื่อสาวได้หยิบมือถือขึ้นมาแช็ทกับเพื่อน โดยเล่นให้เพื่อนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมทั้งถ่ายรูปให้เพื่อนดู ซึ่งเพื่อนของเหยื่อสาวได้แจ้งตำรวจและสามารถจับโชดฟอร์หื่นรายนี้ไว้ได้ในที่สุด เหยื่อสาว: มือเขา… ฉันโทรแจ้งตำรวจได้เหรอ?
เพื่อน: เขาใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกงของเธอเหรอ?
 เหยื่อสาว: ลูบหน้าท้อง
เพื่อน: อย่าทำอะไรให้เขาโกรธนะ
 เหยื่อสาว: โอเค เพื่อน: เขายังลวนลามเธออยู่หรือเปล่า?
เหยื่อสาว: เขาจะทำ แต่ฉันห้าม เขาเลยลูบคลำที่ท้อง
(เหยื่อส่งรูปให้เพื่อนดู)
เพื่อน: นี่คือเขา?
เหยื่อสาว: กางเกงฉัน…มือเขา หลังเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจีนก็วิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่มเมือง โดยส่วนใหญ่โจมตีพฤติกรรมอื้อฉาวและเป็นภัยของคนขับแท็กซี่ แต่มีบางคนพุ่งเป้าโจมตีไปที่หญิงสาว โดยเห็นว่าแต่งตัวโป๊ ใส่กางเกงสั้นมาก และไม่มีการขัดขืนใด ๆ กลับปล่อยให้โชเฟอร์ลวนลาม

แต่ชาวเน็ตบางคนออกมาปกป้องเหยื่อสาว โดยบอกให้สังคมหยุดโจมตีเพราะเธอยังเป็นเด็กมัธยม ผ่านโลกมาน้อย จะให้ไปต่อยหน้าคนขับแท็กซี่หรือไง ทั้งเรื่องนี้น่าจะชมเด็กสาวรายนี้มากกว่า อย่างน้อยก็ฉลาดพอที่จะแช็ทบอกเพื่อน และรูปถ่ายเป็นหลักฐาน

ที่มา>>>ข่าวสด

เอาที่สบายใจเลยพี่! แห่แชร์ภาพแท็กซี่โชว์ขวาน ณ สนามบินภูเก็ต

(เครดิตภาพจากเพจ Woratat Wuttikorn)

เสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวหมด โชเฟอร์เก๋งป้ายเขียวหยิบขวานข่มขู่รถยนต์จอดส่งคนในครอบครัวที่สนามบินภูเก็ต หลังไม่พอใจเรื่องจอดรถขวาง มองหน้าหลายครั้งก่อนหยิบขวานจากในรถถือเดินออกมา ยังขับตามออกไปด้วยเหมือนจะเอาเรื่องให้ได้…

เมื่อช่วงสายวันที่ 4 มิ.ย. เฟซบุ๊ก Sarawut Tunboot ได้แชร์โพสต์-ภาพของ Woratat Wuttikorn และแท็กไปยังเพจ “ขับรถแบบนี้ต้องประจาน ภูเก็ต” โดยมีข้อความระบุ “รถป้ายเขียวทะเบียนกระบี่มาส่งแขกสนามบินภูเก็ตถือขวานลงมาจากรถ มาข่มขู่แบบนี้มันเถื่อนไปนะ” พร้อมภาพนิ่ง 13 ภาพ ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้หน้ารถ

ทั้งนี้ เจ้าของเพจ Woratat Wuttikorn ได้เขียนเป็นบันทึก ระบุว่า

“วันที่ 4 มิถุนายน 2559 เวลา 06.45 น. ณ สนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ตขาออก เพื่อส่งครอบครัว ขับรถขึ้นชั้นบน รถจอดส่งผู้โดยสารจัดแน่น เลนด้านซ้ายเต็ม เจ้าหน้าที่โบกให้ไปหาที่จอดด้านหน้า มีที่ว่าง 1 ที่ เลี้ยวเข้าจอด จอดเสร็จ มองกระจกเห็นรถตามหลังมา เพื่อต่อท้ายจะเข้าจอด แต่ครอบครัวได้ลงจากรถแล้ว เพื่อเอากระเป๋าออกจากรถด้านหลังรถ แต่เหตุการณ์ที่แท็กซี่ป้ายเขียว ทะเบียนหมวดกระบี่ที่ต่อท้ายอยู่ เกิดไม่พอใจที่ไม่เลื่อนรถไปข้างหน้าให้ เพราะมีรถด้านหน้าออกไปพอดี จึงเลี้ยวออก เพื่อมาจอดด้านหน้าคร่อมเลนขวางหน้าไว้ และส่งผู้โดยสารชาวต่างชาติ และมองเข้ามาที่คนขับด้วยอาการโกธรไม่พอใจ เมื่อคนขับยกกระเป๋าให้ชาวต่างชาติเสร็จก็ได้เปิดประตูซ้ายของรถยนต์ที่ขับยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีขาว เพื่อหยิบขวานออกมามีวัตถุประสงค์เหมือนจะทำร้ายร่างกายรถยนต์คันที่ไม่เลื่อนที่จอดให้ และจากนั้นถือโชว์ เพื่อนำติดตัวไป เลื่อนรถไปข้างหน้าและจอดรอ รถที่ส่งครอบครัวลงจากรถเสร็จก็เลื่อนรถออก เพื่อเดินทางกลับ จากนั้นรถป้ายเขียวดังกล่าวขับตามหลังมา ขับไปเรื่อยๆ ออกจากสนามบิน รถยนต์ที่ส่งครอบครัวเห็นตามหลังมาก็เปิดไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อให้แซงไปก่อน จากนั้นรถยนต์ป้ายเขียวคันดังกล่าวก็แซงไปขับด้านหน้า โดยรถยนต์ที่ส่งครอบครัวก็ขับตามหลังไปช้าๆ เกือบ 1 กิโลเมตร รถยนต์ป้ายเขียวจึงชิดซ้าย และให้รถยนต์ที่ส่งครอบครัวขับผ่านไป…จบ หมายเหตุ-เฉียดตายโดนขวาน‬ ‪‎ขวานคือ อาวุธไหม‬ ‪ความปลอดภัยที่สนามบินภูเก็ต‬ ‪ใจร้อน‬ ‪รถยนต์ป้ายเขียวสาธารณะ‬ ใครรับผิดชอบ‬ วันเดือนปีที่แสดงในภาพไม่ได้ปรับ แต่เหตุตามบันทึก 04/06/2559″จากนั้นได้มีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย เช่น สังคมอยู่ยากหรือเถื่อน บางคนให้เจ้าของภาพที่ถูกข่มขู่ไปแจ้งความเอาผิด บางคนไม่พอใจการกระทำแบบนี้ เนื่องจากมีอาชีพขับรถแท็กซี่ป้ายเขียวรับส่งผู้โดยสารเหมือนกัน ทำให้เสียภาพลักษณ์ไปด้วย เป็นต้น.

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มขี่ จยย.เสียหลักล้มกลางถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี สิบล้อขยี้ร่างแหลก

หนุ่มวัย 35 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์เสียหลักล้มกลางถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ถูกรถบรรทุกสิบล้อขับตามหลังทับร่างแหลกเหลว ดับสยอง ขณะโชเฟอร์ลงงัดซาก จยย. ออกก่อนซิ่งหนี

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 59 ร.ต.อ.บัณฑิต ภวภูตานนท์ รอง สว.สส.สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า มีรถจักรยานยนต์ถูกรถบรรทุก 10 ล้อ เฉี่ยวชนมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบน ถนนตลิ่งชัน – สุพรรณบุรี ฝั่งขาเข้า หมู่ 2 ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ตรงข้ามโรงเบียร์ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่าง นายจตุพล เพ็งแจ่ม อายุ 35 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพร่างกายแหลกเหลว ห่างออกไปกว่า 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน รพร 586 กทม. สภาพตัวรถพังเสียหายทั้งคัน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์กระจัดกระจาย รวมถึงชิ้นส่วนมนุษย์ที่มีสภาพแหลกเหลว เกลื่อนพื้นถนนอีกด้วยจากการสอบถาม นายนพรุช น้อยตาแสง อายุ 18 ปี เปิดเผยว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปร้านสะดวกซื้อ ระหว่างทางเห็นผู้ตายรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง จึงพยายามจะเข้าไปช่วยเหลือ โดยขณะที่กำลังจะเดินไป มีรถบรรทุก 10 ล้อ วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนและทับร่างผู้ตายและรถจักรยานยนต์ ลากติดไปกับรถบรรทุก 10 ล้อ จากนั้นมีรถบรรทุกอีกหลายคันที่ขับตามมาทับร่างผู้ตายจนสภาพแหลกเหลว

นายอุกฤษฎ์ ใจอดทน อายุ 19 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์อีกราย กล่าวว่า เห็นคนขับรถบรรทุก 10 ล้อ ลงจากรถพยายามดึงและงัดรถจักรยานยนต์ที่ติดอยู่ออกจนสำเร็จ หลังจากนั้นรีบขับหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมทั้งสอบปากคำผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์แล้ว จะเร่งรัดตรวจสอบทะเบียนรถบรรทุก 10 ล้อ หมายเลข 81-2952 (ไม่ทราบหมวดจังหวัด) ที่ผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่าเป็นรถคันก่อเหตุ และจะติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว จึงเป็นเหตุให้เสียหลักล้มลงในขณะที่รถบรรทุก 10 ล้อ วิ่งผ่านมาพอดี จึงทับร่างผู้ตายเสียชีวิตทันที จากนั้น มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชันสูตรต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

รถพ่วง 18 ล้อชนแหลกบน ถ.สุขุมวิท ตาย 1 เจ็บ 4 คาดโชเฟอร์หลับใน

(เครดิตภาพจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพฯ)

รถพ่วง 18 ล้อ วิ่งส่ายก่อนข้ามเลนพุ่งชนรถบรรทุกแก๊ส 22 ล้อ แล้วเสียหลักชนรถยนต์ส่วนบุคคล มีรถมาชนต่อท้ายจนเป็นอุบัติเหตุใหญ่ระเนระนาดบนถนนสุขุมวิทขาออก อ.เมืองสมุทรปราการ ผลตาย 1 เจ็บ 4 คาดโชเฟอร์รถพ่วงหลับใน…

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 21 เม.ย. 59 ร.ต.ท.บดินทร์ ดอนชวนชม รอง สว.สอบสวน สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันมีผู้บาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิทขาออก มุ่งหน้าคลองด่านใกล้วัดแสงธรรม หมู่ 4 ต.บางปูเก่า อ.เมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนสองเลนวิ่งสวนทางกัน บนถนนฝั่งมุ่งหน้าคลองด่านพบรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ แอดแวนเจอร์ สีแดง-เทา ทะเบียน ภฮ 4298 กรุงเทพมหานคร ถูกรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนหางพ่วง 71-5317 ชลบุรี ของ บจก.ซีอาร์ที ทรานสปอร์ต พุ่งชนด้านหน้า จนทั้งสองคันพังยับเยิน ภายในรถอีซูซุ พบศพ นางพเยาว์ ปุ่มฆ้อง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/275 หมู่ 3 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ร่างอัดติดอยู่กับคอนโซลหน้ารถ เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างทำการงัดศพออกมา ในสภาพคอหัก แขนทั้งสองข้างหัก มีแผลฉีกที่ขาขวา

นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ฎว 3315 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่กลางถนน สภาพหน้ารถพังยับ ตู้ด้านหลังหลุดออกจากโครงรถ ห่างออกไป 50 เมตร พบรถสองแถว ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 10-7057 สมุทรปราการ วิ่งระหว่างปากน้ำ-คลองด่าน สภาพพังยับเยิน โครงหลังคาด้านหลังขาดกระเด็นไปตกอยู่ข้างทาง ส่วนตัวถังรถหลุดออกจากแชตซีห่างออกไป 30 เมตร พบรถบรรทุกแก๊ส 22 ล้อ ยี่ห้อวอลโว่ สีขาว หัวพ่วงทะเบียน 83-3470 สมุทรปราการ หางพ่วงทะเบียน 83-9691 สมุทรปราการ จอดอยู่ข้างถนน สภาพยางและกระทะล้อหลุดออก 2 ล้อ

ในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย อาการสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู และโรงพยาบาลเมืองสมุทรบางปู

จาการสอบสวน คนขับรถบรรทุกแก๊ส ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ตนขับรถนำแก๊สไปส่งในย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู และกำลังขับรถกลับบริษัทที่ จ.ระยอง มาถึงจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นรถพ่วง 18 ล้อคันดังกล่าวขับมาจากคลองด่านมุ่งหน้าบางปูด้วยความเร็ว และส่ายไปมาในระยะไกล จึงได้หักหลบเข้าชิดขอบทางด้านซ้ายและลดความเร็วลง เนื่องจากเกรงว่ารถพ่วงจะส่ายเข้ามาชน แต่พอรถพ่วงขับเข้ามาใกล้ กลับพุ่งข้ามเลนเข้าหารถตน จึงได้เร่งความเร็วเพื่อให้พ้นจากรถพ่วง แต่ไม่พ้น และได้พุ่งเข้ามาเฉี่ยวชนบริเวณล้อหลังด้านขวา ก่อนที่จะพุ่งไปชนประสานงากับรถนั่งส่วนบุคคลอีซูซุ แอดแวนเจอร์ สีแดง-เทา ที่ขับตามหลังรถตนมาอย่างแรงขณะเดียวกัน รถกระบะตู้ทึบสีขาวที่ขับตามหลังมา ได้พุ่งชนท้ายรถนั่งส่วนบุคคลคันดังกล่าว จนเสียหลักพลิกคว่ำออกไปกลางถนน เป็นเหตุให้ตู้ท้ายกระบะหลุดออกจากตัวรถ กระเด็นไปกระแทกรถสองแถวที่วิ่งสวนมาจนรถพังยับ ทำให้รถอีกหลายคันที่ตามมาได้พากันเบรกกันอุตลุด หลังเกิดเหตุได้วิ่งลงมาดู พบว่ามีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ส่วนคนขับรถบรรทุกพ่วงคันต้นเหตุได้อาศัยจังหวะช่วงชุลมุนหลบหนีไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ระหว่างที่คนขับรถบรรทุกพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ขับมาตามถนนน่าจะหลับใน เนื่องจากเป็นช่วงเช้าตรู่ ก่อนที่จะพุ่งข้ามเลนมาชนกับรถคันอื่น เป็นเหตุให้มีรถเสียหายหลายคัน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวโชว์เฟอร์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ มาทำการสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath