แชร์สนั่น! หญิงสาวใช้ไหวพริบสยบโจ๋หื่น รอดถูกข่มขืนหวุดหวิด (มีคลิป)

โลกออนไลน์แชร์สนั่น เรื่องราวสุดฉิวเฉียดของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ถูกโจ๋ข้างห้องบุกจู่โจม ถอดกางเกงคร่อมร่าง กำลังจะข่มขืน แต่ด้วยไหวพริบที่ดีเยี่ยม ทำให้เธอรอดพ้นเหตุการณ์สุดระทึก และแจ้งตำรวจให้รวบคนร้ายได้ในที่สุด workpointวันที่ 14 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีการแชร์ต่อข้อความของหญิงสาวผู้หนึ่ง ที่รอดจากการถูกข่มขืนมาได้อย่างหวุดหวิด อันเนื่องมาจากการมีสติ และมีไหวพริบที่ดีเยี่ยม โดยหญิงสาวดังกล่าวได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่เพิ่มเกิดขึ้นเมื่อตอนตี 5 ของวันเดียวกันนี้ว่า เมื่อเวลาเช้ามืด เธองัวเงียตื่นขึ้นมา แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่ามีชายหนุ่มถอดกางเกงและคร่อมร่างเธออยู่

แต่แทนที่จะร้องกรี๊ด เธอกลับพยายามรวบรวมสติ พูดออกไปว่า สามีของเธอกำลังจะกลับมา (ทั้งที่เธออยู่คนเดียว) และหากเห็นเธออยู่ในห้องกับชายอื่นสองต่อสอง มีหวังได้ตายทั้งคู่แน่ เพราะผัวเธอพกปืน!

พอได้ยินอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ออกอาการลนลาน ก่อนจะถูกเธอเร่งเร้าให้สติกระเจิดกระเจิงไปอีก ด้วยการบอกว่า สามีไลน์มาว่าจะถึงห้องแล้ว ทำให้ชายหนุ่มรีบใส่กางเกงและกลับห้องพักของตัวเองในทันใด ก่อนถูกตำรวจบุกรวบคาห้อง พร้อมใบกระท่อม และยาแก้ไอworkpointส่วนเนื้อหาที่เธอโพสต์อย่างละเอียดนั้น มีข้อความดังนี้

“ขอแชร์เรื่องราวเหตุร้ายที่ตัวจูเองได้พบเจอมาเมื่อคืนที่ผ่านมา จนตอนนี้ความกลัว ความหลอน ความระแวง ทุกอย่างมันยังวนเวียนอยู่ในหัว ขอเตือนภัยให้เพื่อนๆ น้องๆ ผู้หญิง ทุกคนระมัดระวังตัวเองให้มาก

“เหตุเกิดเมื่อตี 5 ของวันที่ 14/11/59ซึ่งเรานอนหลับอยู่ในห้องเช่าอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซ.รามคำแหง 77 (จริงๆ เป็นซอยที่เงียบและสงบมาก) เรานอนเล่นโทรศัพหลับไปประมาณตี 3ในเวลาตี 5 เรารู้สึกตัวเหมือนมีใครมาทับบนร่าง ซึ่งเรานอนคว่ำอยู่ เรารู้สึกตัวขึ้นมาแบบงงๆ แหงนหน้ากลับไปมองว่าคืออะไร เราเห็นเด็กวัยรุ่นผู้ชายคนหนึ่งนอนคร่อมทับร่างเราอยู่ เรายังสะลึมสะลือและคิดว่าตัวเองฝันไป แต่พอรวบรวมสติได้ว่ามันคือความจริง เรานึกออกว่าเคยเดินผ่านเห็นหน้าน้องเขาซึ่งอยู่ห้องติดกัน และน้องเขาก็เคยมองเราจนเราคิดในใจว่าจะมองอะไรขนาดนั้น หลายครั้งแล้ว ซึ่งน้องเขาเป็นเด็กใต้ เราเคยได้ยินเขาพูดใต้กัน…

“เรารวบรวมสติได้ ก็ไม่กล้าโวยวาย เลยพูดใต้กับน้องเขาดีๆ ว่า อย่าทำอะไรนะ ผัวพี่กำลังเข้ามา เขากำลังออกเวร เขามีปืน (เราก็งงว่าเราคิดได้ไง ด้วยความตกใจเราก็พูดเพื่อเอาตัวรอด)

“เราคุยกับเขาดีๆ ว่า ถ้าผัวพี่มาเจอผู้ชายในห้อง เขายิงทิ้งทั้งน้องทั้งพี่แน่ น้องออกไปนะ น้องออกไปก่อน…. แล้วเราก็เลยหยิบโทรศัพข้างหมอน กดแสงสว่างของโทรศัพท์ให้เขาเข้าใจว่าผัวไลน์เข้ามา แล้วเราก็พูดด้วยน้ำเสียงตกใจว่าตายแน่ๆ น้อง ผัวพี่มาถึงแล้ว น้องออกไปก่อนๆ จนมันตกใจรีบลุกออกจากตัวเรา แล้วพูดไปสั่นไปว่า ผมใส่กางเกงก่อน (เราก็เพิ่งรู้ตอนนั้นว่ามันถอดกางเกงพร้อมจะข่มขืนเรา)

“แล้วเราก็พยามพูดกระตุ้นเขาว่า ผัวเรากำลังขึ้นมา ผัวมีปืน พี่กับน้องตายแน่ๆ ออกไปก่อนๆ เขาจึงรีบออกไปด้วยอาการสั่นและตกใจ เรารีบล็อกห้อง นั่งตัวสั่น สั่นจนทำอะไรไม่ถูก รวบรวมสติอยู่พักใหญ่ ถึงได้โทรหาตำรวจ และโทรหาเพื่อนๆ (แต่จริงๆ เด็กพวกนี้มันจะเห็นเราออกไปทำงาน แล้วกลับห้องคนเดียวในทุกๆ วัน มันถึงได้กล้าปีนเข้ามาทางระเบียงหลังห้อง)

“สุดท้ายตำรวจก็มารวบตัวไปจากห้องใกล้ๆ และเข้าค้นห้องที่เขาพักอยู่ได้ใบกระท่อมไป 450 ใบ ยาแก้ไอ 1ลัง เราก็ได้แจ้งข้อหาพยามข่มขืน และบุกรุกในยามวิกาล เป็นที่เรียบร้อย….”workpoint

ข้อมูลเเละภาพประกอบจาก FB ตรงเส้นขอบฟ้า

ที่มา>>>Workpoint Entertainment

แช็ตไลน์สาวเปลือยเรียกลูกค้า!! บุกจับสปาค้ากามโจ๋งครึ่ม หลักฐานคาห้อง-ถุงยางเกลื่อน

วันที่ 12 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา นายอดิเรก ใหม่มงคล ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับรายงานว่า ที่ร้านนวดสปาแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่กลางซอย 9 เฉลิมพระเกียรติ ถนนพัทยาสายสาม ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการเปิดนวดสปาบังหน้า แต่เบื้องหลังแอบลักลอบนำหญิงสาวไทยหน้าตาดี ค้าประเวณี โดยมีการติดป้ายประกาศหลายจุดในพื้นที่เมืองพัทยาและโฆษณาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์อีกด้วย201610121118149-20041019161308จึงสั่งการให้ เรืออากาศโท ภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันปราบปราม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรศักดิ์ กนกวิลาศ สวป. สภ.เมืองพัทยา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจชุดปราบปรามพิเศษ สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนแน่ใจว่ามีการลักลอบค้าประเวณีจริง ตามที่ได้รับรายงาน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนส่งสายลับนำธนบัตรจำนวน 3,000 บาท และติดต่อขอล่อซื้อค้าประเวณีร้านนวดสปาแห่งดังกล่าว201610121118148-20041019161308หลังจากสายลับส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่ซุ่มตัวอยู่รอบนอก จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัวนายพฤทธิพงศ์ ลิ้มสงวน อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน และ น.ส.ดุจดาว อรัญศีรี อายุ 24 ปี ผู้จัดการร้าน ตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อถูกซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ต่อมาได้บุกเข้าไปตรวจสอบห้องพักหมายเลข 1 พบหญิงสาวเปลือยกายกำลังนวดผ่อนคลาย เพื่อจะมีเพศสัมพันธ์ บริเวณหัวเตียงนอน พบถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นสูตรน้ำ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน201610121118142-20041019161308จากการตรวจค้นร้านอย่างละเอียด พบบิลการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มสุรา เอกสารการจ่ายเงินพนักงานร้าน และถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น ครีมอาบน้ำ ออยนวดตัว จำนวนมากวางอยู่ข้างล็อกเกอร์พนักงานสาวขายบริการ และพบถุงยางอนามัยที่ผ่านการใช้มาแล้วทิ้งอยู่ในถังขยะตามห้องนอน นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมตัวพนักงานสาวขายบริการจำนวน 4 คน กำลังนั่งรอลูกค้า ทั้งนี้ จากการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย 3 คน

เรืออากาศโท ภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันปราบปราม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบแอพพลิเคชั่นไลน์ของร้านนวดสปา ได้ตั้งชื่อกลุ่มว่า 168@Pattaya โดยมีบทสนทนาซื้อขายบริการทางเพศระหว่างลูกค้ากับทางร้านอย่างโจ๋งครึ่ม และยังโพสต์ภาพหญิงสาวพนักงานร้านเปลือยกาย พร้อมระบุข้อความโฆษณาชักชวนเพื่อการค้าประเวณี ซึ่งร้านนวดสปาแห่งนี้เปิดได้มากว่า 1 เดือนเศษแล้ว สุดท้ายไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่วางแผนเข้าจับกุม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้ง 6 ข้อกล่าวหาหนักแก่เจ้าของร้านและผู้จัดการร้าน ในฐานความผิด 1.ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี 2.ร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี 3.ร่วมกันโฆษณาชักชวนเพื่อการค้าประเวณี 4.จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 6.เปิดสถานที่สะสมอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย201610121118145-20041019161308201610121118146-20041019161308

ที่มา>>>ข่าวสด

อ่านไม่ตอบVsไม่เปิดอ่าน แบบไหนดีกว่ากัน

อ่านไม่ตอบVsไม่เปิดอ่าน แบบไหนดีกว่ากัน

ปัญหาระดับชาติของคนยุคใหม่ที่ทำให้นอยด์จนความเอ็นจอยในชีวิตหดหาย เวลาที่ส่งไลน์หาใครแล้วมันขึ้นว่า Read แต่ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ ประหนึ่งข้อความของเราหายไปกับสายลม แต่บางคนกลับมองว่า เอาวะ!อย่างน้อยเราก็รู้ว่า สารของเราส่งถึงคนรับ ดีกว่าไม่เปิดอ่านเลย อันนั้นดูเหมือนไม่แคร์สัตว์โลกยิ่งกว่า!

ตกลงการโดนอ่านไม่ตอบ กับข้อความไม่ถูกเปิดอ่านเลยแบบไหนมันดีกว่ากัน

Read

อ่านไม่ตอบดีกว่า เพราะว่าสารยังส่งถึงคนรับ

            ส่วนตัวจูนเลือกข้อนี้นะ อย่างน้อยข้อความที่เราส่งไป พอขึ้น Read เราก็อุ่นใจแล้วว่า โอเคคุณรับรู้ละนะ ยิ่งถ้าส่งปุ๊บเปิดปั๊บแม้ไม่ตอบแต่มันก็ฟินมากนะ ดูเหมือนคุณยังอยากรับสาร อารมณ์เหมือนได้บอกรักกับคนที่ชอบ ขอแค่ได้บอกก็พอ เหมือนยกภูเขาออกจากอก คุณจะรักตอบหรือไม่มันก็เรื่องของคุณ แต่ฉันได้บอกความนัยออกไปฉันโล่งแล้ว ฟินราเร่เฮฮาเหมือนปลาได้น้ำ ฉะนั้นส่งอะไรไปถ้าเขาอ่านแม้ไม่ตอบ จูนรู้สึกดีกว่าเขาไม่เปิดอ่านเลย!

ตุ๊กตูนออร์แกไนซ์สาวผู้มีนิสัยห้าวหาญตรงๆ แมนๆ เห็นด้วยในคำตอบนี้ นางให้ความเห็นว่า

“มันก็แล้วแต่ว่าเราเขียนไปว่าอะไร ถ้าเป็นประโยคบอกเล่าอ่านแล้วไม่ตอบ เราไม่ซี หรือถ้าเป็นประโยคคำถามมองในแง่ดีอาจจะลืมตอบ ทำอย่างอื่นไปด้วยเปิดอ่านไปด้วยก็เลยลืม ที่เลือกตอบข้อนี้เพราะรู้สึกดีกว่า เพราะอย่างน้อยอีกฝ่ายก็ได้รับสารที่ส่งไปแล้ว แต่กับการที่เขาไม่เปิดอ่านเลย เหมือนส่งสารไปแล้วไม่ถึงมือผู้รับ”

ริชชี่พีอาร์สาวสุดมั่น ให้ความเห็นสั้นๆแต่ได้ใจความว่า

“ส่งอะไรไปก็ขอให้อ่านเถอะ! ไม่ตอบไม่ว่า แต่ถ้าเปิดอ่านเราสบายใจ!”

No read

   เสียใจน้อยกว่าถ้าไม่เปิดอ่าน

สาวๆ หลายคนเลือกตอบข้อนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาอาจจะยุ่งจนยังไม่ได้อ่าน หรือระบบการส่งข้อความอาจขัดข้องทางเทคนิค เขาอาจยังไม่ได้รับ ซึ่งตราบใดที่ข้อความยังไม่ขึ้นว่า Read พวกเธอเหล่านี้ก็รู้สึกว่า มันไม่เสียความรู้สึกเท่าการอ่านไม่ตอบหรอก!

มินดา นักบัญชีสาวพราวเสน่ห์ เลือกตอบข้อนี้พร้อมให้เหตุผลว่า

“อ่านไม่ตอบดูกวนตีนอ่ะ อ่านแล้วแต่ไม่ตอบคืออะไร ไม่เปิดอ่านยังมโนได้ว่าคงยังไม่ว่าง รู้สึกดีกว่าเยอะ”

ส่วนน้องเชอร์รี่ เลขานุการผู้มีงานอดิเรกคือการกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ให้ความเห็นไว้ทั้ง 2 คำตอบ เธอบอกว่า

“สำหรับหนู การไม่เปิดอ่านเลยเสียใจน้อยกว่า เพราะถ้าเขาเปิดอ่านแต่ไม่ตอบ มันเป็นการกระทำที่ดูเฉยชามาก เป็นสิ่งที่แสดงให้เรารู้ว่าเขาไม่อยากสานต่อ ไม่อยากคุย เราไม่ได้สำคัญสำหรับเขา แต่ถ้าเลือกมองอีกมุม การที่เขาอ่านแต่ไม่ตอบ คือเราได้บอก ได้ทัก ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำไปแล้ว และเขาก็รับรู้แล้วด้วย เราก็สบายใจเพราะได้ทำตามสิ่งที่อยากทำ ที่เหลือคือหน้าที่จัดการความรู้สึกแย่ๆของเราด้วยตัวของเราเองแค่นั้นพอ”

มาถึงพี่อุราร่า คอลัมนิสต์สุดแซ่บให้ความเห็นไว้ทั้ง 2 คำตอบ เธอบอกว่า

“สำหรับพี่ไม่เปิดอ่านเลยเสียใจน้อยกว่าค่ะ แต่จริงๆก็เจ็บทั้งคู่เนอะ เพราะไม่เปิดไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เห็น เขาอาจจะเห็นว่ามีข้อความจากเราแล้วเฉยๆ ไม่กดอ่าน อันนี้ก็เงิบได้ค่ะ”

เอาจริงๆก็ไม่มีใครอยากส่งข้อความไปแล้วโดนอ่านไม่ตอบ หรืออีกฝ่ายไม่ยอมเปิดอ่านหรอกค่ะ ยิ่งเป็นคนที่สำคัญกับใจไม่มีใครโอหรอกจริงไหม และในเมื่อโทรศัพท์มันสามารถโทร.หากันได้ ไม่ใช่เป็นแค่แท่งสี่เหลี่ยมไว้รับส่งข้อความ แนะนำว่าถ้าเป็นประโยคคำถามที่ต้องการคำตอบ หรือถ้าอยากคุยจริงๆ โทร.เถอะค่ะเพื่อชีวิตที่ดีกว่า!!

…อ่านมาถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านตอบข้อไหนกันคะ อ่านแต่ไม่ตอบ หรือข้อความไม่ถูกเปิดอ่านเลย?

ที่มา>>>Sanook

แม่ใจจะขาด!ร้องยธ.ลูกสาววัย 33 หายตัวลึกลับจากหอพักกว่า 3 เดือน ยังไม่รู้ชะตากรรม

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา นำนางเฮียง วชิมาเภท อายุ 60 ปี ชาวสุรินทร์ พร้อมด้วยนางอนิศรา หอมขจร อายุ 38 ปี แม่และพี่สาวของน.ส.เสาวรจน์ วชิมาเภท อายุ 33 ปี เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์และให้ช่วยดำเนินการติดตามหาตัวน.ส.เสาวรจน์ ลูกสาว ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับนานกว่า 100 วัน โดยขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม นางเฮียง กล่าวว่า น.ส.เสาวรจน์ ชื่อเล่นเปีย มีอาชีพเป็นพนักงานโรงงานของบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางปะอิน และพักอาศัยอยู่ที่หอพักย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยลูกสาวหายตัวไปจากหอพักตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนเริ่มทราบข่าวว่าลูกสาวหายไปจากหอพัก เมื่อวันที่ 22 พ.ค. เนื่องจากมีเพื่อนสนิทของลูกสาวโทรศัพท์มาสอบถามตนว่า น.ส.เสาวรจน์เดินทางกลับมาที่บ้านหรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่าไม่ได้กลับมาที่บ้านจ.สุรินทร์ แต่เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ตนกับลูกสาวยังติดต่อกันผ่านแอพพิเคชั่นไลน์ โดยลูกสาวระบุว่า จะโอนเงินมาให้ตนเพื่อใช้ในการรักษาอาการโรคกระดูกเสื่อมในวันที่ 22 พ.ค. แต่พอถึงวันที่ 23 พ.ค. ตนเดินทางไปยังโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการรักษาอาการป่วยดังกล่าว และไปเช็คยอดเงินจากบัญชีธนาคารก็พบว่าลูกสาวยังไม่ได้โอนเงินมาให้ ก่อนจะไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้อีกเลย นางเฮียง กล่าวต่อว่า สำหรับการหายตัวไปของน.ส.เสาวรจน์นั้น พี่สาวของนำบัญชีเงินฝากธนาคารของน.ส.เสาวรจน์ไปตรวจสอบ ก็พบว่าบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหวและไม่มีการเบิกเงินออกไปใช้ อย่างไรก็ตาม น.ส.เสาวรจน์หายตัวไป พร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท และหนัก 1 สลึง และโทรศัพท์มือถือไอโฟน รุ่น 6 พลัส 1 เครื่อง นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปสอบถามที่หอพักของลูกสาว โดยมีเจ้าของร้านขายของชำที่หอพักบอกกับตนว่า ช่วงหัวค่ำของ วันที่ 21 พ.ค. ลูกสาวเดินทางกลับมาจากหอพักของเพื่อน และมานั่งอยู่ที่ร้าน จากนั้นเวลาประมาณ 23.00 น. ลูกสาวก็กลับขึ้นไปยังห้องพักที่หอดังกล่าว จากนั้น ก็ไม่มีใครเห็นลูกสาวของตนอีกเลย อีกทั้ง ที่หอพักไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย จึงทำให้ยากต่อการหาเบาะแส ส่วนการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของลูกสาวที่มีการติดต่อกันสายล่าสุดนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาอยู่ระหว่างตรวจสอบให้

“อยากให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเร่งรัดคดีและติดตามหาลูกสาวของแม่ ซึ่งแม่มีลูกทั้งหมด 3 คน โดยลูกสาวที่หายตัวไปเป็นคนที่ 2 เป็นคนนิสัยดี และมีครอบครัวแล้ว แต่ได้แยกทางกันอยู่กับสามีของเขา โดยมีลูกด้วยกัน 1 คน อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ยังไม่มีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับหายตัวไปของลูกสาวเลย และเคยไปแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวงแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้ทั้ง 2 หน่วยงานร่วมมือกันและเร่งกันติดตามหาตัวลูกสาวให้พบ” นางเฮียง กล่าว

ด้าน นายเอกลักษณ์ กล่าวว่า กรณีการหายตัวไปของน.ส.เสาวรจน์ ทางเราได้ประชาสัมพันธ์ติดตามหาในหลายช่องทาง แต่ยังไม่มีเบาะแส และยังได้ประสานไปยังกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อให้ช่วยติดตามคดีนี้ด้วย และที่พาแม่ของคนหายมาร้องทุกข์ในวันนี้ เนื่องจากกระทรวงยุติธรรม มีบทบาทเป็นเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม (คพศ.) ซึ่งควรมีบทบาทสำคัญในการประสานสั่งการติดตามคนหาย

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่จะได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ และเตรียมประสานหาข้อเท็จจริงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ขณะเดียวกันในวันนี้จะประสานกับทางเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ทำการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของนางเฮียงไว้ เพื่อทำการเปรียบเทียบกับหลักฐานและเบาะแสที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“เราจะรักกันไปจนตาย”แฟนสาว”ร.อ.อลงกรณ์”ส่งไลน์ครั้งสุดท้าย”ขอเป็นภรรยาแม็กคนเดียว”

จากเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อเกิดเหตุฮ.กองทัพอากาศตกที่เขาชะเมา รอยติดต่อจ.ระยอง-จันทบุรี เป็นเหตุให้น.ต.พสิษฐ์ เตชะเสน นักบิน (เตรียมทหารรุ่นที่ 41) ร.อ.อลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง นักบิน (เตรียมทหารรุ่นที่ 46) และพ.อ.อ.วิสุทธิ์ พุทธรักษา เจ้าหน้าที่ช่างประจำเฮลิคอปเตอร์  เสียชีวิตนั้น ล่าสุดมีการแชร์เรื่องราวของแฟนสาวของร.อ.อลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง โดยระบุว่า “น้องหมวย” ซึ่งเป็นแฟนสาวของร.อ.อลงกรณ์ หรือแม็ก ได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์เป็นภาพคู่กับแฟนหนุ่มนักบิน พร้อมกับโพสต์ภาพข้อความไลน์ที่ส่งถึง ร.อ.อลงกรณ์ หรือแม็ก เป็นครั้งสุดท้ายว่า “แม็กหมวยรักแม็กมากนะคะ หลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงหมวยกับป๋าหรอกค่ะ หมวยจะเข้มแข็งให้ได้อย่างแม็ก เราจะรักกันไปจนตาย เกิดทุกภพทุกชาติหมวยขอเป็นภรรยาของแม็กคนเดียว หมวยจะอยู่อย่างคนที่ภาคภูมิใจในฐานะภรรยานักบิน ผู้ทำหน้าที่เพื่อชาติ จนวาระสุดท้ายของชีวิต แม็กต้องเป็นเทวดาอยู่เป็นสรวงสรรค์คอยดูหมวย คอยปกป้องหมวยนะคะ”

ที่มา>>>ข่าวสด